ชาวประมงไทย “ไม่เอา” EU สะท้อนรัฐ 2 ปีแก้ใบเหลือง IUU
เป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้วที่ คณะกรรมาธิการยุโรป ยังคงสถานะการให้ “ใบเหลือง” หรือการถูกระบุว่า เป็นประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ภายใต้คำวินิจฉัยที่ 2015/C142/06 หรือ Illegal Unreported and Un-regulated Fishing : IUU Fishing มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 ท่ามกลางความหวั่นเกรงของรัฐบาลไทยที่ว่า EU “อาจจะ” เลื่อนสถานะประเทศไทย มาสู่การให้ “ใบแดง” หรือการถูกตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตรการนำเข้าสินค้าประมงและอาหารทะเลจาก ประเทศไทย
สถานะของ “ใบแดง” ดังกล่าว มีผลทำให้รัฐบาลเร่งรัดการดำเนินการแก้ไขปัญหา IUU ด้วยการใช้ มาตรา 44 ยกระดับความสำคัญเร่งด่วนออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.)” ขึ้น โดยให้ ผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นผู้บัญชาการศูนย์ ศปมผ. หรือเท่ากับการรวมศูนย์แก้ไขปัญหามาไว้กับทหาร
ตามมาด้วยมาตรการมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การจัดทำสมุดบันทึกการทำประมง-การติดตั้งระบบติดตามเรือประมง (VMS)-การแจ้งการเข้า-ออกท่าเทียบเรือทุกครั้ง ที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า/ออก-การเพิกถอนทะเบียนเรือไทยที่ครอบครอง เครื่องมือประมงที่ไม่ได้รับอนุญาต-การเข้มงวดเรือที่ไม่มีอาชญาบัตร ไปจนกระทั่งถึง การห้ามเรือประมงไทยออกไปทำการประมงในน่านน้ำประเทศอื่น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก ศปมผ.
มาตรการเหล่านี้ ศปมผ. หรืออีกนัยหนึ่ง “ทหาร” เป็นผู้สั่ง ขณะที่ “ชาวประมง” เป็นผู้ถูกกระทำ เพื่อให้ประเทศไทยพ้นจากการได้รับ “ใบแดง” จาก EU
2 ปียังไม่พ้นใบเหลือง
แน่นอนว่าทุกภาคส่วนในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ทหาร-ชาวประมง-ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารทะเล ต่าง “เห็นด้วย”
กับการขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ IUU แต่การถูกกระทำโดยปราศจากการหารือ-ระยะเวลาที่เหมาะสม และการปรับตัวของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องใน “ห่วงโซ่” นี้ ได้สะท้อนออกมาให้เห็นแล้วว่า ไม่ว่ารัฐบาลไทยจะออกมาตรการ-กฎหมายอะไรออกมาบังคับใช้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา EU ก็ไม่ยอมที่จะปรับลดสถานะประเทศไทยออกจาก “ใบเหลือง” สักที
แถมยังมี “ข้อสังเกต” ให้รัฐบาลไทยปฏิบัติตามออกมาทุกครั้งที่เข้ามาตรวจสอบการดำเนินการในการแก้ไขปัญหา IUU ของฝ่ายไทยด้วย
ออกแถลงการณ์ถึงยุโรป
ล่าสุด สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ถึง คณะกรรมาธิการยุโรป เรื่อง IUU Fishing ฉบับลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2560 ที่สะท้อนให้เห็นถึง “ความอึดอัดใจ” กับ “การไม่มีส่วนร่วม” ในการแก้ไขปัญหา IUU ทั้ง ๆ ที่ กม.ทุก ๆ
ฉบับที่ออกมานั้น ได้ส่งผลกระทบต่อชาวประมงโดยตรง
โดย แถลงการณ์ฉบับดังกล่าวสามารถแยกแยะสาระสำคัญ ที่ชาวประมงต้องการ “บอก” ต่อคณะกรรมาธิการยุโรป ประกอบไปด้วย 1) การแก้ไขปัญหา IUU ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทย เกิดจาก “แรงกดดัน” ของผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรป ที่ได้เข้ามา “ตรวจสอบ” การดำเนินการของรัฐบาลไทยอย่างใกล้ชิด มีการคุกคามอำนาจอธิปไตยและก้าวล่วงการบริหารจัดการกิจการภายในของประเทศไทย
2) ผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปได้ “เร่งรัด” ให้รัฐบาลไทยดำเนินการแก้ไขปัญหา IUU อย่างรวดเร็ว และ “ไม่เป็นธรรม” โดยไม่คำนึงถึงบริบทของประเทศไทยที่แตกต่างไปจากสหภาพยุโรป ทั้งสภาพเศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม-ทรัพยากรทางการประมง เพราะ ปัญหา IUU มีความเกี่ยวเนื่องและส่งผลกระทบต่อมิติอื่น ๆ หลายมิติ ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เฉพาะสมาชิก EU เองยังต้องใช้เวลานานกว่า 30 ปี งบประมาณมากกว่า 500,000 ล้านบาท
3) ผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปปล่อยให้รัฐบาลไทยดำเนินการแก้ไขปัญหา IUU โดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่แท้จริง ซึ่งเป็นหลักสากลในการแก้ไขปัญหา
กีดกันการค้ากับไทย
4) IUU Fishing ออกมาตามมาตรการการกำกับดูแลการจัดการด้านการประมง เพื่อให้มีการนำทรัพยากรสัตว์น้ำมาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยื่น และเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS 1982) ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาการค้ามนุษย์ แต่กลับมีการนำเอาประเด็นการค้ามนุษย์เข้ามาเกี่ยวพันกับการทำประมงผิด กฎหมาย ด้วยการให้รัฐบาลไทยต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ควบคู่ไปกับปัญหา IUU ทำให้ประเด็นปัญหามีความซับซ้อน ยุ่งยาก และต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหามากขึ้น
5) คณะกรรมาธิการยุโรปไม่ต้องการให้ประเทศไทยจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่าง ยั่งยืน และใช้ประโยชน์อย่างรับผิดชอบตามเจตนารมณ์ของ UNCLOS 1982 ของ FAO เป็นเครื่องมือ แต่กลับใช้ IUU Fishing เป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศและรักษาประโยชน์ให้กับชาวประมง ในสหภาพยุโรป และต้องการตอบโต้รัฐบาลไทยที่มีที่มาจากการรัฐประหาร เพื่อบีบคั้นให้คืนอำนาจสู่ประชาชนโดยเร็ว โดยไม่สนใจว่า ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ-สังคม
6) ในการตรวจประเมินผลการดำเนินการแก้ไขปัญหา IUU Fishing คณะผู้แทนกรรมาธิการยุโรปมีความเข้มงวด รวมทั้งกำหนดเงื่อนไขและข้อเสนอแนะในการดำเนินการจัดการปัญหากับประเทศไทย “มากกว่า” ประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับ “ใบเหลือง” ซึ่งทำให้คิดไปได้ว่า สาเหตุของการเข้มงวดดังกล่าวมาจากการที่ประเทศไทยอยู่ภายใต้การบริหารงานของ รัฐบาลที่มิได้มาจากระบอบประชาธิปไตย (หรือไม่)
ขอ EU หยุดกดดันไทย
ใน ท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยได้เรียกร้องให้ คณะกรรมาธิการยุโรปเคารพต่ออำนาจและอธิปไตยของประเทศไทย ให้การดำเนินการในการแก้ไขปัญหา IUU Fishing อยู่ในอำนาจของรัฐบาลไทยตามกฎบัตรสหประชาชาติและพันธกรณีระหว่างประเทศ ขอให้ยุติการ “กดดัน” และ “บีบคั้น” ให้รัฐบาลไทยดำเนินการแก้ไขปัญหาตามแนวทางที่คณะกรรมาธิการยุโรป กำหนดโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมของบริบททางด้านเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิต สภาพแวดล้อมและทรัพยากรทางการประมงของประเทศที่แตกต่างกัน และเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่แท้จริง (ด้วยการแต่งตั้งผู้แทนสมาคมและชาวประมงเข้าร่วมในคณะกรรมการชุดต่าง ๆ) เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา IUU Fishing
ตบท้ายด้วยการออกสโลแกน STOP THREATENING EU THAILAND AND THAI FISHING INDUSTRY เริ่มรณรงค์และมีผลวันนี้แล้ว