เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
ดูทั้งหมด

“ไทยยูเนี่ยน” ผนึกกำลังแก้ปัญหาพลาสติกในท้องทะเล

16 มี.ค. 2561 | 12:47น.

“บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)” หนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผนึกกำลังกับ “โครงการ Global Ghost Gear Initiative (GGGI)” เพื่อลดปัญหาการทิ้งอุปกรณ์จับปลาในท้องทะเล (ALDFG) ทั่วโลก

โครงการ GGGI เป็นโครงการความร่วมมือที่ริเริ่มโดยองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกในปี 2558 เพื่อแก้ปัญหาการทิ้งอุปกรณ์จับปลาที่เกิดขึ้นในระดับโลก ซึ่งจุดแข็งของ GGGI คือการมีส่วนร่วมของผู้แทนจากหลายฝ่าย อาทิ อุตสาหกรรมประมง ภาคเอกชน นักวิชาการ ภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ และองค์การนอกภาครัฐ โดยผู้มีส่วนร่วมทุกหน่วยงานมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดการทิ้งอุปกรณ์จับปลาทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับโลก

อย่างไรก็ตาม การมีส่วนร่วมในโครงการ GGGI ของไทยยูเนี่ยนสะท้อนให้เห็นถึงพันธกิจที่บริษัทมีต่อการแก้ปัญหามลพิษที่เกิดจากพลาสติกในท้องทะเล ซึ่งสอดคล้องกับ SeaChange® กลยุทธ์ความยั่งยืนของบริษัทที่มุ่งผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งอุตสาหกรรมอาหารทะเลทั่วโลก

“โจเอล บาซิอุค” เลขาธิการโครงการ Global Ghost Gear Initiative กล่าวว่า การทิ้งอุปกรณ์จับปลาเป็นหนึ่งในภัยที่คุกคามสัตว์ในทะเลของเราที่ร้ายแรงที่สุด ทำให้ปริมาณปลาลดลงและทำให้สัตว์เข้าไปติดกับอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังทำอันตรายและทำลายชีวิตของสัตว์นับล้านในแต่ละปี

“นับเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารทะเลอย่างไทยยูเนี่ยนมาร่วมกับองค์การนอกภาครัฐ รวมทั้งภาครัฐและผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ในการปรับปรุงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล การปกป้องสัตว์ทะเล และการดูแลสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน”

องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (United Nations Food and Agriculture Organization: FAO) ประเมินว่า ในแต่ละปี มีปริมาณพลาสติกเข้าสู่ทะเลราว 8 ล้านตัน ส่วนใหญ่เป็นขยะที่มาจากในเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขวดพลาสติกและเศษพลาสติก

การทิ้งอุปกรณ์จับปลา และอุปกรณ์สูญหายกลางทะเล หรือที่รู้จักกันว่า “อุปกรณ์ผี” คิดเป็นอย่างน้อย 10% ของจำนวนขยะทั้งหมด และก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบนิเวศ และปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม ขยะเหล่านี้เกยตื้นขึ้นมาบนชายฝั่ง ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของแนวปะการัง เป็นภัยต่อการเดินเรือ ส่งผลกระทบต่อปริมาณปลาทั่วโลก และเป็นอันตรายต่อสัตว์ในท้องทะเล อีกทั้งขยะเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญของการทำให้อุปกรณ์จับปลาอื่นๆ สูญหายขณะกำลังใช้งาน

“ดร. แดเรี่ยน แมคเบน” ผู้อำนวยการกลุ่มการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน กล่าวว่า ในฐานะที่บริษัทใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติสามารถนำกลับมาใช้ได้ ทั้งในรูปของกระป๋องเหล็กและอะลูมิเนียม และกล่องกระดาษ ไทยยูเนี่ยนประเมินว่า วิธีแสดงออกถึงการให้ความสำคัญในเรื่องมลพิษที่เกิดจากพลาสติกที่ดีที่สุดคือ การให้การสนับสนุนงานที่มุ่งสู่การลดปริมาณอุปกรณ์ที่ถูกทิ้งไว้ในทะเล

“งานวิจัยระบุว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ของเศษขยะพลาสติกที่ลอยอยู่ในทะเลมีส่วนมาจากการจับปลา” ดร. แดเรี่ยน กล่าว “การลดปริมาณอุปกรณ์จับปลาที่ถูกทิ้งไว้ในทะเล เป็นกุญแจไปสู่ความมั่นใจว่าท้องทะเลจะยั่งยืนในวันนี้และสำหรับคนรุ่นใหม่ ประเด็นนี้ส่งผลกระทบที่ชัดเจนต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก และระบบห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล รวมถึงผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และชุมชนรอบชายฝั่ง”

ประเด็นเรื่องมลพิษจากพลาสติกในท้องทะเลยังมีผลต่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ 3 ประการ ที่ไทยยูเนี่ยนมุ่งเน้นให้ความสำคัญ นั่นคือ การขจัดความหิวโหย การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการอนุรักษ์มหาสมุทรและการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าประเด็นนี้ไม่เป็นเพียงประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียของไทยยูเนี่ยนเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อบริษัทซึ่งมุ่งสนับสนุนในส่วนที่บริษัทสามารถผลักดันได้โดยตรง

ถึงตรงนี้ “โจเอล บาซิอุค” บอกว่า ถือว่าไทยยูเนี่ยน เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารทะเล และสามารถขับเคลื่อนได้ในระดับสากลซึ่งมาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระดับสูง

“เรามุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ แนวทางการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน เพื่อนำไปสู่การมีท้องทะเลที่สะอาดขึ้น ปลอดภัยขึ้น”