เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
Finance สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
Business อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
Politics อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
Business ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
ม.หอการค้าฯ หวั่น ‘ฟองสบู่ AI’ ทำศก.ไทยสะดุด 1.17 แสนล้าน
Economic ม.หอการค้าฯ หวั่น ‘ฟองสบู่ AI’ ทำศก.ไทยสะดุด 1.17 แสนล้าน
ภูมิธรรมซัดส้ม ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง เตือนไม่ฟัง! เขากระโดง-ฮั้ว สว.จบ หากยกให้ พท.
Politics ภูมิธรรมซัดส้ม ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง เตือนไม่ฟัง! เขากระโดง-ฮั้ว สว.จบ หากยกให้ พท.
สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
Biz Movement สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
Politics รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
ดูทั้งหมด

ลาวหวังฟื้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว ประกาศแผนโฟกัสนักท่องเที่ยวจีน

13 มิ.ย. 2566 | 16:27น.
ลาวหวังฟื้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว

เศรษฐกิจลาวที่ตกต่ำมากในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา หวังว่าฟื้นตัวโดยได้แรงหนุนจากรถไฟลาว-จีนช่วยดึงนักท่องเที่ยวกลับมา รัฐบาลลาวมีความหวังอย่างมากกับภาคการท่องเที่ยวและได้ประกาศแผนปรับปรุงการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อโฟกัสนักท่องเที่ยวจีนโดยเฉพาะในช่วง 3 ปีจากนี้

เมื่อปี 2565 ที่เศรษฐกิจของหลาย ๆ ประเทศเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตโรคระบาด เศรษฐกิจลาวกลับแย่ลงกว่าเดิม เจอสารพัดปัญหา ทั้งเฟ้อสูง ค่าเงินกีบอ่อน ขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ ขาดแคลนน้ำมัน หนี้สาธารณะสูงเท่าจีดีพี 

ถึงตอนนี้เศรษฐกิจลาวก็ยังไม่ฟื้นดี แต่ลาวมีความหวังว่าจะดีขึ้นได้ด้วยการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนที่หวังจะดึงเข้ามาได้มากขึ้น โดยมีรถไฟจีน-ลาวเป็นปัจจัยหนุน

สำนักข่าว Nikkei Asia (นิกเคอิ เอเชีย) รายงานเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ว่า เศรษฐกิจของลาวกำลังฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในช่วงโรคระบาดโดยได้แรงหนุนจากการเปิดให้บริการผู้โดยสารข้ามพรมแดนของรถไฟลาว-จีน ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมา แต่การฟื้นตัวก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากการพึ่งพาจีนมากเกินไป 

เมื่อเดือนเมษายน 2566 ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) ปรับการคาดการณ์อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ณ มูลค่าตามราคาคงที่ (Real GDP) ของลาวในปี 2566 เป็น 4% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ครั้งก่อนหน้านั้นที่คาดว่าจะโต 3.5% และสูงกว่าปี 2565 ที่โต 2.3%  

ในปี 2562 ก่อนเกิดโรคระบาดโควิด-19 อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจลาวอยู่ที่ 4.7% แล้วหดตัวลงเมื่อเจอกับโควิด-19 ในปี 2563 ก่อนจะขยายตัวในช่วง 2% ในปี 2564 และ 2565  

ปัจจัยการเติบโตหลักของเศรษฐกิจลาวคือการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) 

สำหรับทั้งปี 2566 นี้ ธนาคารพัฒนาเอเชียคาดว่าลาวจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปเยือน 2.6 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปี 2565 แม้ตัวเลขนี้จะดูน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยว 4.8 ล้านคนในปี 2562 แต่ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็มีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ   

ตามข้อมูลของรัฐบาลลาว ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าลาวจำนวน 1.11 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าจำนวนสะสมของเดือนมกราคมถึงมิถุนายนปี 2565  

ในเดือนเมษายน 2566 ที่ผ่านมา รถไฟลาว-จีนระยะทาง 1,000 กิโลเมตรที่เชื่อมระหว่างเมืองคุนหมิง เมืองหลวงของมณฑลยูนนานของประเทศจีน กับนครหลวงเวียงจันทน์ของประเทศลาวเริ่มให้บริการผู้โดยสารข้ามพรมแดน ซึ่งการเปิดให้บริการทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาลาวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในหลวงพระบางที่เป็นเมืองมรดกโลก  

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลลาวประกาศแผนระยะเวลา 3 ปี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศโดยเจาะจงนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้น และอาจส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจของลาวเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้นนักท่องเที่ยวจีนไปเยือนลาวเป็นอันดับ 3 รองจากนักท่องเที่ยวไทยและเวียดนาม 

สำนักข่าวลาวพัฒนา รายงานเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2566 ว่า นายอุ่นทวง ขาวพัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสารสนเทศ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ของลาว กล่าวระหว่างการประชุมว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดที่มีการใช้จ่ายสูง หลายประเทศได้กำหนดนโยบายต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนไปท่องเที่ยวประเทศของตน ดังนั้น ลาวก็ควรทำตามความเหมาะสมเช่นกัน 

เขาเสริมว่ารัฐบาลลาวให้ความสำคัญกับการปรับปรุงผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว ปรับปรุงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ทันสมัย ​​และปรับตัวให้เข้ากับตลาดจีน โดยพิจารณาจากศักยภาพของทรัพยากรการท่องเที่ยวและประเพณีของลาว

Nikkei Asia รายงานอีกว่า ลาวคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวจีนทั้งปีนี้ไว้ที่ประมาณ 370,000 คน เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในลาวทะลุ 200,000 คนไปแล้ว 

แผนของรัฐบาลลาวที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน มีทั้งการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ที่พูดภาษาจีน การเพิ่มเที่ยวบินจากเมืองต่าง ๆ ของจีน และการส่งเสริมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบริษัทเอกชนได้รับการส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในความพยายามครั้งนี้ด้วย 

ส่วนฝั่งรัฐบาลจีนก็ได้ส่งเสริมให้พลเมืองของตนเดินทางไปยังลาว และประเทศที่อยู่ในรายชื่อจุดหมายปลายทางที่ได้รับการอนุมัติ 20 ประเทศ โดยยกเลิกคำสั่งห้ามจัดกลุ่มทัวร์ออกต่างประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

ระดับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจลาวที่ขึ้นอยู่กับจีนนั้นมาพร้อมความเสี่ยงในเรื่องอิทธิพลที่จีนมีต่อลาวมากเกินไป ปัจจุบันนี้มีการใช้เงินหยวนแพร่หลายในบางเมืองของลาวที่รถไฟลาว-จีนแล่นผ่าน และทางหลวงที่สร้างขึ้นที่ชานเมืองเวียงจันทน์ในปี 2563 ก็มีการลงทุนจากจีนเช่นกัน  

เศรษฐกิจของลาวตกต่ำลงอย่างมากในช่วงโรคระบาด และช่วงสิ้นปี 2564 หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 90% ของจีดีพี ซึ่งจีนเป็นเจ้าหนี้สัดส่วนเกือบครึ่งของหนี้ต่างประเทศทั้งหมด 

“หากลาวพึ่งพาจีนมากขึ้น อาจนำไปสู่การแทรกแซงกิจการภายในประเทศ” เคนอิจิโร ยามาดะ (Kenichiro Yamada) ผู้แทนองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ในเวียงจันทน์ แสดงความเห็น 

นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจลาวจะไม่เป็นไปตามที่คาด เนื่องจากภาคการคลังสาธารณะที่แย่ลง ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2566 อัตราแลกเปลี่ยนเงินกีบของลาวต่อเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง 32% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น หนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้น และความเชื่อมั่นในสกุลเงินที่ลดลง การเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิงซึ่งลาวพึ่งพาการนำเข้า อาจทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคชะงัก