เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ย. 69) ปรับลง 1.6% อยู่ที่ 79,019 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ย. 69) ปรับลง 1.6% อยู่ที่ 79,019 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ดูทั้งหมด

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเยือนจีน จะซ่อมแซมสัมพันธ์อันร้าวฉานได้แค่ไหน ? 

18 มิ.ย. 2566 | 09:52น.
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเยือนจีน

แอนโทนี่ บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเยือนจีน 18-19 มิถุนายนนี้ ท่ามกลางการจับตามองของทั่วโลกว่า การเยือนจีนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของสหรัฐจะมีบทบาทในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ หรือลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศได้แค่ไหน 

แอนโทนี่ บลิงเคน (Antony Blinken) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา มีกำหนดการเยือนประเทศจีนในวันที่ 18-19 มิถุนายน 2566 นี้ โดยเป็นกำหนดการที่เลื่อนมาจากกำหนดการเดิมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยว่าพบบอลลูนสอดแนมของจีนเหนือน่านฟ้าสหรัฐ เป็นเหตุให้ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศทวีขึ้น

ก่อนจะถึงวันที่บลิงเคนจะออกเดินทาง ฉิน กัง (Qin Gang) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ต่อสายพูดคุยกับบลิงเคนเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน โดยแสดงความคาดหวังว่าจีนและสหรัฐจะพบกันคนละครึ่งทาง เพื่อแก้ไขความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน รวมถึงส่งเสริมด้านการติดต่อสื่อสารและความร่วมมือระหว่างกัน และบอกเน้นย้ำเรื่องที่จีนเคยพูดมาหลายครั้งว่า สหรัฐควรเคารพข้อกังวลหลักของจีน เช่น ประเด็นไต้หวัน 

 

การทูตเพื่อปูทางสู่การเจรจาอื่น ๆ

ในวันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน บลิงเคนจะพบกับฉิน กัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และหวัง อี้ (Wang Yi) นักการทูตระดับสูงสุดของจีน และเป็นไปได้ที่เขาจะได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง 

มีการคาดการณ์ว่า การเยือนของบลิงเคนจะเป็นการปูทางไปสู่การประชุมทวิภาคีเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า รวมถึงปูทางสู่การเยือนจีนของเจเน็ต เยลเลน (Janet Yellen) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  และจีน่า ไรมอนโด (Gina Raimondo) รัฐมนตรีกระทรวงการพาณิชย์ของสหรัฐ 

ที่สำคัญคือ หากไม่เกิดความผิดพลาด การเยือนจีนของบลิงเคนจะปูทางสู่การพบและประชุมร่วมกันระหว่างประธานาธิบดีของสหรัฐกับจีน ในการประชุมสุดยอดผู้นำแบบพหุพาคีในปลายปีนี้ ดังที่มีข่าวตั้งแต่ปลายปีที่แล้วว่าสหรัฐจะส่งรัฐมนตรีต่างประเทศมาเชิญสี จิ้นผิง เข้าร่วมการประชุมเอเปก (APEC) ที่สหรัฐเป็นเจ้าภาพในปลายปี 2566 นี้ และโจ ไบเดน (Joe Biden) ก็กล่าวเน้นย้ำความเป็นไปได้เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า เขาหวังว่าจะได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในอีกหลายเดือนข้างหน้า

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเยือนจีน
แอนโทนี่ บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา เดินทางถึงจีนในเช้าวันที่ 19 มิถุนายน 2566 ตามเวลาท้องถิ่น/ photo by Leah Millis/ Pool/ REUTERS

 

Advertisement

โลกจับตา แต่สหรัฐตั้งความหวังไม่สูง 

บลิงเคนกล่าวก่อนออกเดินทางว่า การเดินทางเยือนปักกิ่งครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลสหรัฐ เพื่อให้แน่ใจว่าการแข่งขันระหว่างสหรัฐและจีนจะไม่ปะทุเป็นความขัดแย้งแบบเปิดเผย 

“การแข่งขันที่รุนแรงต้องการการทูตอันยั่งยืน เพื่อให้แน่ใจว่าการแข่งขันจะไม่เปลี่ยนไปสู่การเผชิญหน้าหรือความขัดแย้ง” บลิงเคนกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน

บลิงเคนกล่าวว่า การพบกันของเขากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนในกรุงปักกิ่ง เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปฏิบัติตามสัญญาที่จะปรับปรุงการสื่อสารระหว่างกัน หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในการประชุมผู้นำ G20 ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซียเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

บลิงเคนกล่าวว่าเขาต้องการสร้างการสื่อสารที่เปิดกว้างและมีอำนาจ เพื่อหลีกเลี่ยงการสื่อสารและการตีความที่ผิดพลาด, ต้องการการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับข้อกังวลของสหรัฐ และมองหาพื้นที่สำหรับการร่วมมือระหว่างสหรัฐกับจีนในประเด็นระดับโลก รวมถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

นี่เป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งแรกของบลิงเคนในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศ และเขาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของสหรัฐที่เยือนจีนในรอบ 5 ปี 

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นข่าวโด่งดัง แต่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐระบุว่า พวกเขาไม่คาดหวังว่าว่าจะมีความก้าวหน้าในความสัมพันธ์จากการเดินทางเยือนครั้งนี้มากเท่าไรนัก รวมถึงบลิงเคนเอง เมื่อถูกถามว่าเขามองว่าการเยือนจีนของตนเองจะสามารถกระตุ้นปฏิสิมพันธ์ระหว่างสองประเทศมากขึ้นหรือไม่ รวมถึงระหว่างกองทัพของสองประเทศด้วย บลิงเคนตอบว่า “นี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญ แต่ในแง่หนึ่งก็ยังไม่เพียงพอ ยังมีงานต้องทำอีกมาก”

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเยือนจีน
แอนโทนี่ บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา เดินทางถึงจีนในเช้าวันที่ 19 มิถุนายน 2566 ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีหยาง เทา (Yang Tao) อธิบดีกรมอเมริกาเหนือและกิจการโอเชียเนีย กระทรวงการต่างประเทศของจีนให้การต้อนรับ/ photo by Leah Millis/ Pool/ REUTERS

มุมมองบุคคลที่สาม รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์เตือนอย่าคาดหวังมาก  

ส่วนในมุมมองของบุคคลที่สาม วิเวียน บาลาคริชนาน (Vivian Balakrishnan) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์ที่อยู่ในงานแถลงข่าวกับบลิงเคนเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนกล่าวว่า การเดินทางเยือนจีนของบลิงเคนครั้งนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากสหรัฐและจีนจำเป็นต้องทำงานร่วมกันในประเด็นระดับโลกหลายประเด็น รวมถึงเรื่องโรคระบาด และการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองทั่วโลก 

ถึงอย่างนั้นก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ก็ไม่คาดหวังสูงกับผลลัพธ์ของการเดินทางของบลิงเคนเช่นกัน 

“คุณได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากเรา แต่ในฐานะนักการฑูต ผมต้องการขอร้องว่า ได้โปรดอย่าแบกภาระมากเกินไปบนไหล่ของโทนี่ผู้น่าสงสาร” เขาบอกกับบลิงเคนต่อหน้านักข่าวและนักการทูต

“การเดินทางเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่เพียงพอ” รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์กล่าว และอธิบายว่า จีนกับสหรัฐมีความแตกต่างในพื้นฐานของมุมมองและค่านิยม จำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างความเคารพซึ่งกันและกัน และความไว้วางใจเชิงกลยุทธ์  

“ไม่ใช่แค่สหรัฐอเมริกาและจีนเท่านั้น แต่ที่อื่น ๆ ทั่วโลกจะจับตามอง ดังนั้น เราหวังและเชื่อว่าคุณจะสามารถจัดการกับความแตกต่างได้ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ สร้างช่องทางการสื่อสารที่เปิดกว้าง สร้างความไว้วางใจและความเข้าใจซึ่งกันและกัน”

“ผมหวังว่าผู้คนจะไม่คาดหวังมากเกินไป”

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเยือนจีน
ขบวนรถแอนโทนี่ บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา เดินทางเยือนจีน ในเช้าวันที่ 19 มิถุนายน 2566 ตามเวลาท้องถิ่น/ photo by Leah Millis/ Pool/ REUTERS

 

สหรัฐ-จีน ในมุมมองบุรุษในตำนาน เฮนรี คิสซิงเจอร์ 

นอกจากนั้น ยังมีมุมมองของ เฮนรี คิสซิงเจอร์ (Henry Kissinger) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้วางระเบียบโลกยุคหลังสงครามเย็น ที่แสดงความเห็นในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนด้วย  

คิสซิงเจอร์ถูกถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จีนจะรุกรานไต้หวัน ซึ่งเขาตอบว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความขัดแย้งทางการทหารระหว่างจีนกับไต้หวัน หากความตึงเครียดยังคงดำเนินต่อไปในแนวทางที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 

“บนวิถีของความสัมพันธ์ปัจจุบัน ผมคิดว่าความขัดแย้งทางทหารบางอย่างน่าจะเป็นไปได้”

“แต่ผมก็คิดว่าวิถีความสัมพันธ์ในปัจจุบัน (ควร) จะต้องเปลี่ยนไปด้วย”

ซึ่งในมุมมองของคิสซิงเจอร์นั้น สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างจีนกับไต้หวัน (และสรัฐ) จะดีขึ้นหรือแย่ลง ขึ้นอยู่กับทั้งรัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลจีนว่าจะถอยห่างจากความขัดแย้ง หรือจะเดินเข้าใกล้ความขัดแย้งยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเขามองว่าสถานการณ์ความตึงเครียดตอนนี้ถือว่าอยู่ที่ “จุดสูงสุดของหน้าผา” กล่าวคือ อยู่ในจุดที่อันตรายมาก

คิสซิงเจอร์บอกว่า ที่ผ่านมาสหรัฐยังไม่ได้ทำตามคำแนะนำของเขาต่อกรณีความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งเป็นเหตุผลให้เขายังไม่แน่ใจว่าผลลัพธ์ของความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีนจะเป็นอย่างไร และเขามองว่า ระหว่างสหรัฐกับจีนนั้นเป็นสงครามที่ไม่มีใครชนะใครได้ หรือจะชนะได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมจ่ายต้นทุนอย่างเกินสัดส่วน