เนื้อไก่เป็นเนื้อสัตว์กลุ่มเนื้อขาว โปรตีนสูง ไขมันน้อย แคลอรีต่ำ มีวิตามินและแร่ธาตุ มีเส้นใยละเอียดที่ดีต่อสุขภาพ ย่อยง่าย กลิ่นคาวน้อย สามารถรับประทานได้ทุกคน เหมาะกับทุกช่วงวัย
“สำหรับผู้ที่กังวลว่าการบริโภคเนื้อไก่ จะทำให้เป็นโรคเกาต์ ขอยืนยันว่า โรคเกาต์ไม่ได้เกิดจากการกินไก่”
โรคเกาต์เกิดจากการที่กรดยูริกไปตกผลึกอยู่ตามข้อต่าง ๆ และเกิดการอักเสบ ทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง บริเวณข้ออย่างเฉียบพลัน จึงเรียกว่า เป็นโรคเกาต์ การวินิจฉัยโรคเกาต์ ไม่ใช่การเจาะเลือดแล้วเจอกรดยูริกสูง แต่จะพบได้จากการเจาะน้ำไขข้อ แล้วเจอการตกผลึกของกรดยูริกในข้อ ซึ่งข้อที่มักจะเกิดการตกผลึกและเป็นเกาต์ จะเป็นข้อที่อยู่ในที่เย็น เช่น ข้อนิ้วโป้งเท้า แม้แต่หลังหูก็สามารถเป็นได้
อาหารที่ทำให้กรดยูริกสูงไม่ได้ทำให้เป็นโรคเกาต์ แต่อาหารบางประเภทกระตุ้นให้อาการของโรคเกาต์กำเริบขึ้นมาได้ อันดับแรก คือ แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ แนะนำให้เลิก อันดับสอง คือ อาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อย่างตับ รวมถึงอาหารทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหอยทะเล ที่จะมีพิวรีนสูงมาก ส่วนเนื้อไก่แม้จะมีพิวรีนแต่อยู่ในระดับต่ำกว่าอาหารที่กล่าวมา และอันดับสาม แนะนำให้เลี่ยงคือ กลุ่มน้ำตาลอุตสาหกรรม ไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัป ซึ่งเป็นน้ำตาลที่อยู่ในน้ำอัดลมและขนมขบเคี้ยว
อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้กรดยูริกสูงทั้งหมด เพราะร่างกายของแต่ละคนมีการตอบสนองที่แตกต่างกัน โดยให้สังเกตตนเองว่า เมื่อรับประทานอาหารพิวรีนสูงชนิดใดแล้วทำให้อาการเกาต์กำเริบ แนะนำให้เลี่ยงเฉพาะอาหารชนิดนั้น
“สำหรับผู้ที่เป็นเกาต์ หากกินไก่แล้วไม่ได้มีอาการกำเริบก็ยังสามารถรับประทานได้ โดยแนะนำให้ควบคุมให้อยู่ในปริมาณที่พอดี”

ทั้งนี้โรคเกาต์เป็นโรคที่ต้องปรับสมดุลกรดยูริกตลอดเวลา อาหารที่ควรบริโภคคือ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน แป้งไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืช ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้น้ำหนักไม่ไปกดตรงข้อที่เป็นโรคได้
แพทย์หญิงศศพินทุ์ วงษ์โกวิท (หมอนุ้ย)
ศัลยแพทย์หญิง เจ้าของเพจหมอนุ้ย และช่อง TikTok doctor nuiz