เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

ดีอีเอส โชว์ตัวเลข คดีฉ้อโกงออนไลน์ลดลง

10 ก.ค. 2566 | 17:38น.

ปลัด “ดีอีเอส” เตรียมผลักดันนโยบาย Go Cloud First เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน พร้อมโชว์ผลงานหลังบังคับใช้ กม.ความมั่นคงไซเบอร์ เรื่องร้อง-คดี เกี่ยวกับดิจิทัลลดลงจาก 800 รายการ เหลือ 600 รายการต่อวัน

วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า หลังจากมีการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ (พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562) ที่มีสาระสำคัญมากส่วนหนึ่งคือการระบุให้ ธนาคารมีหน้าที่ระงับธุรกรรมที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวกับการหลอกลวงทางดิจิทัล (แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปลอมสลิป หรือขโมยรหัสดูดเงินจากบัญชี) ทันทีที่ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย โดยธนาคารที่รับแจ้งจะต้องระงับธุรกรรมนั้นในไว้ 72 ชม. จากนั้นผู้เสียหายค่อยไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อไป

“ก่อนหน้านี้ Pain Point ของผู้เสียหายจากการถูกหลอกโอนเงินคือต้องไปแจ้งความ แล้วจึงไปแจ้งธนาคารให้ตรวบสอบการโอนเงิน ซึ่งกว่าจะตรวจสอบได้ เงินก็ถูกโอนผ่านไปหลายบัญชีแล้ว การร่วมมือกับสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย แบงก์ชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำให้ลดขั้นตอน และเกิดความรวดเร็วในการดำเนินการปกป้องผู้เสียหาย”

“จากข้อมูลของตำรวจพบว่าก่อนการบังคับใช้กฎหมายนี้มีการแจ้งความร้องเรียนคดีการถูกโกงทางดิจิทัล 800 รายการต่อวัน ปัจจุบันเหลือเพียง 600 รายการต่อวันเท่านั้น และส่วนหนึ่งเป็นการฉ้อโกงโดยการหลอกขายสินค้าไม่ตรงปก ไม่ใช่การหลอกให้โอนเงินทางดิจิทัลโดยตรง”

นอกจากนี้ ยังสามารถอายัดเงินที่ถูกหลอกลวงได้เพิ่มขึ้น ลดความเสียหายแก่พี่น้องประชาชนได้เป็นจำนวนมาก แม้ว่าการหลอกลวงใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การปลอมเสียงด้วยเทคโนโลยี AI ให้ผู้เสียหายกดลิงก์ผ่าน URL ปลอม และมีการหลอกให้ลงทุน เป็นต้น

ปลัดกระทรวงดีอีเอสกล่าวด้วยว่า การฉ้อโกงมาในรูปแบบใหม่ ๆ เสมอ ดังนั้นการระงับธุรกรรมก่อนที่เงินของประชาชนจะถูกโยกย้ายไปจึงต้องรวดเร็วขึ้น จากยอดคดี 800 รายการต่อวัน เหลือเพียง 600 รายการต่อวัน ที่ปรากฎหลังการบังคับใช้กฎหมาย นั้นธนาคารต่างๆ ยังคงใช้ระบบ Manual ในการกดระงับธุรกรรมอยู่

“หากมิจฉาชีพมีการวางแผนมาดี เพียง 1 นาที ก็จะมีการโอนไปหลายธนาคารจนตามเงินไม่ทัน จึงต้องพัฒนาระบบที่สามารถตรวจจับธุรกรรมผิดปกติและระงับได้ทันที มีความเป็นออโตเมชั่นมากขึ้นก็ลดเวลาการดำเนินคดีให้สั้นลง”

ความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย จึงต่อยอดไปสู่การพัฒนาระบบ Central Fraud Registry ที่สมาคมธนาคารและธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการในการพัฒนาแพลตฟอร์มรองรับการทำธุรกรรมผ่านธนาคารที่มีความปลอดภัยสูงและป้องกันการหลอกลวงผ่านออนไลน์ ซึ่งจะสามารถตรวจจับธุรกรรมผิดปกติได้ทั้งระบบโดยไม่ต้องแจ้งต่อกันไปเป็นทอด ๆ

นอกจากนี้ ดีอีเอส ได้ดำเนินการในภารกิจหลายด้านรวมถึงการส่งเสริมการสนับสนุนประชาชนได้เข้าสู่โครงการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลภาครัฐ หรือ Digital Identification (Digital ID) ภายใต้โครงการ ThaiD ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

นอกจากนี้ ดีอีเอส เตรียมนำเสนอการจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์และคุรุภัณฑ์ไอทีของหน่วยงานภาครัฐให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น รองรับแนวคิด Go Cloud First ทั้งนี้ดีอีเอส จะมีการจัดตั้งอนุกรรมการ ภายใต้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อผลักดันการแก้ไขระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์และครุภัณฑ์เทคโนโลยีของภาครัฐ คาดว่าภายในระยะเวลา 8 เดือนจะมีความคืบหน้าในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐในเรื่องดังกล่าว

“เราพยายามผลักดันรัฐบาลดิจิทัล หน่วยงานรัฐบาลกว่า 8,000 แห่ง เมื่อเปลี่ยนมาใช้ไฟล์ดิจิทัลทั้งเอกสารและข้อมูลล้วนต้องใช้พื้นที่เก็บและพลังการประมวลผล แต่หน่วยงานราชการมีศักยภาพไม่เท่ากัน ไม่สามารถที่จะสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ได้ทั้งหมด หรือแม้แต่จ้างคนมาดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ ในขณะเดียวกันเราก็ไม่อยากจะใช้บริการคลาวด์สาธารณะที่เก็บข้อมูลไว้ต่างประเทศ”

“เราจึงต้องสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไทยเป็นโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจแบบ NT ซึ่งเป็นบริการคลาวด์แบบหนึ่ง หรือเอกชนที่มีคลาวด์อีกหลายแบบให้รองรับการบริการที่หลากหลาย เมื่อมีผู้เล่นจำนวนมากในไทย ราคาก็ถูกลง และยิ่งมีการแก้ไขการจัดซื้อจัดจ้างจะทำให้หน่วยงานราชการใช้งานเช่าบริการด้านไอทีได้กว้างขวางและมีประสิทธิภาพขึ้น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงดีอีเอส มิจฉาชีพ