เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

เซอเวเยอร์ ถึงเวลา reskill เมื่อบริษัทประกัน x อินชัวร์เทค ใช้ Ai เคลมรถ

13 ก.ค. 2566 | 09:00น.

หากพูดถึงธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทย ที่มีขนาดเบี้ยรับรวมทั้งระบบสูงกว่า 2.74 แสนล้านบาท เมื่อปี 2565 โดยมีกว่า 50 บริษัท ที่ช่วยกันสร้างผลผลิตให้อุตสาหกรรมฯ และมีขนาดเบี้ยรับกว่า 1.54 แสนล้านบาท ที่มาจากพอร์ตประกันภัยรถยนต์

แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถในท้องตลาด เกือบทุกบริษัทจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่จุดแตกต่างที่จะสร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่งคือ การบริการหลังการขาย โดยเฉพาะบริการเคลมสินไหม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญมาก ที่จะชี้วัดความพึงพอใจของลูกค้าในการต่ออายุสัญญากรมธรรม์ปีถัดไป

ปัจจุบันนี้ จึงเห็นวิวัฒนาการของการบริการด้านเคลมสินไหมที่เปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น นอกเหนือจากการส่งผู้สำรวจอุบัติเหตุรถยนต์ (เซอเวเยอร์) ออกไปให้บริการลูกค้า ณ จุดเกิดเหตุแล้ว เริ่มจะเห็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริการตรงส่วนนี้มากขึ้นด้วย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า

ล่าสุด บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย (AAGI) บริษัทประกันสัญชาติเยอรมัน ได้จับมือ Control Expert บริษัทผู้ให้บริการด้านอินชัวร์เทคระดับโลก เพื่อยกระดับการให้บริการด้านการประกันภัยในประเทศไทย

อลิอันซ์ใช้ Ai ลดภาระเซอเวเยอร์

นายลาร์ส ไฮบุทสกี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทมองว่าแวลูเชนของประกันภัยมีหลายส่วนที่สามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาได้ ไม่ใช่เฉพาะการขายหรือการทำมาร์เก็ตติ้งเท่านั้น แต่สามารถนำมาใช้กับบริการเคลมประกันได้ โดยต้องการให้ลูกค้าประกันภัยรถยนต์สามารถจัดการเคลมได้ด้วยตัวเอง (เฉพาะเคลมแห้ง (ชนเบา) เช่น ถอยชนเสา, ฟุตบาท เป็นต้น) โดยไม่ต้องรอเซอเวเยอร์ เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว

ซึ่งได้เปิดตัวไปแล้วสำหรับบริการ “Smart Ai Claim” บริการรับแจ้งเคลมผ่านระบบออนไลน์ เพียงระบุความเสียหายจากรูป สแกนให้ Ai ประมวลผลชิ้นส่วนที่ต้องซ่อมแซม และลูกค้าสามารถรับเอกสารหลักฐานเลขเคลมใช้แจ้งเคลมได้ในทันที ทำที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องคอยเรียกเซอเวเยอร์

โดยทั้งกระบวนการจะใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น จากนั้นลูกค้าก็สามารถนำรถพร้อมหลักฐานการแจ้งเคลม นัดหมายเข้ารับบริการที่อู่ซ่อมตามที่ลูกค้าต้องการได้ทันที ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้ทำงานร่วมกับ Control Expert ในการพัฒนาระบบที่ง่ายและรวดเร็วให้กับลูกค้าอลิอันซ์

เซอเวเยอร์ ถึงเวลาต้อง reskill

ทั้งนี้จากสถิติยอดการเคลมประกันรถยนต์ของบริษัท มีสัดส่วนประมาณ 50 : 50% ที่เป็นเคลมสด (ชนหนัก) และเคลมแห้ง (ชนเบา) โดยมีจำนวนเคลมประมาณ 9,000-10,000 เคลมต่อเดือน ดังนั้นเชื่อว่าบริการ Smart Ai Claim จะช่วยลดภาระให้เซอเวเยอร์ที่ต้องเดินทางไปถ่ายรูปรถตอนเกิดเหตุ

“ธุรกิจของเราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรามีวอลุ่มเพิ่มขึ้นตลอด เรายังต้องใช้เซอเวเยอร์จำนวนมากอยู่ แต่หากมองไปไกล ๆ ในอนาคต ทุกอาชีพที่มีเอไอเข้ามาทำหน้าที่แทนงานที่ไม่ต้องการคน รวมถึงเซอเวเยอร์ อาจต้องพัฒนาหรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (reskill) มากขึ้น แต่หากพูดถึงปัจจุบัน สัดส่วนของการเคลมสดยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้บริการเซอเวเยอร์อยู่

อย่างไรก็ตาม เราโฟกัสที่ความเร็วในการให้บริการลูกค้า การนำ AI เข้ามาใช้ ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ต้นทุนตรงส่วนนี้ลดลงมาก เพราะเราก็ยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมของการใช้แพลตฟอร์มนี้อยู่ ทั้งนี้อย่างบริการ Smart Ai Claim วันนี้ลูกค้าก็ยังต้องโทรแจ้งเคลมผ่าน Call Center ก่อน แล้วเราก็จะเสนอให้ใช้เพื่อส่งลิงก์ไปให้ผ่านมือถือ และก็เห็นพฤติกรรมลูกค้าที่อยากจะใช้แพลตฟอร์มตรงนี้มากขึ้น” นายลาร์สกล่าว

ทั้งนี้ให้ขอมั่นใจเรื่องดาต้าของลูกค้าจะมีความปลอดภัยสูง เพราะมีการควบคุมตามข้อตกลงในสัญญาไว้แล้ว

Control Expert ทำเคลม 3 หมื่นเคสต่อวัน

นายนิโคลัส วิตต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท คอนโทรล เอ็กซ์ เปิร์ท จำกัด (Control Expert) กล่าวว่า ธุรกิจของ Control Expert ถือเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญในตรวจสอบ ควบคุมค่าใช้จ่าย รวมไปถึงการลดขั้นตอนการเรียกค่าสินไหมให้กับบริษัทประกันภัย โดยปัจจุบันได้พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยบริษัทประกันภัย โดยใช้ระบบ Ai เข้ามาช่วยวิเคราะห์ทั้งกระบวนการรับแจ้งเคลมออนไลน์ การตรวจสภาพรถยนต์ และตรวจเช็กการประเมินราคาให้มีความถูกต้อง เพื่อความแฟร์และเพื่อความรวดเร็วที่มากขึ้น ซึ่งจะเป็น 3 ส่วนหลัก ที่บริษัทโฟกัสอยู่

ปัจจุบัน Control Expert มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 หรือประมาณเมื่อ 21 ปีที่แล้ว มีพนักงาน 900 คน มีผู้พัฒนาเทคโนโลยีกว่า 450 คน และมีลูกค้าบริษัทประกันภัยมากกว่า 300 บริษัทจากทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันได้ขยายธุรกิจในต่างประเทศออกไปแล้วกว่า 30 ประเทศ อยู่ในทวีปเอเชียทั้งหมด 5 ประเทศรวมถึงไทย

นายนิโคลัส วิตต์
นายนิโคลัส วิตต์

โดยได้เริ่มต้นขยายธุรกิจจากทวีปยุโรปและอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นสองทวีปที่มีความสำคัญต่อ Control Expert อย่างมาก และโดยเฉพาะในพื้นที่อเมริกายังเป็นพื้นที่ที่บริษัทมองหานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อมาต่อยอดธุรกิจอีกด้วย

ทั้งนี้ในปี 2565 ที่ผ่านมา Control Expert ได้บริหารจัดการเคลมสินไหมประกันรถยนต์ทั้งหมดมากกว่า 18 ล้านเคลมจากทั่วโลก จากลูกค้าบริษัทประกันภัยมากกว่า 300 บริษัท ซึ่งมีทั้งบริษัทประกันภัยระดับโลกและบริษัทประกันภัยท้องถิ่น เช่น Qualitas บริษัทประกันในเม็กซิโก และ PORTO SEGURO บริษัทประกันในบราซิล เป็นต้น

โดยข้อมูลที่เก็บอยู่ที่ 3 เพตะไบต์ (Petabyte) โดยเก็บข้อมูลเคลม ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพความเสียหายของรถประมาณ 250,000 ภาพต่อวัน หรือทำเคลม 30,000 เคสต่อวัน และเก็บข้อมูลการประเมินราคา เช่น ค่าอะไหล่, ค่าแรง, ค่าทำสี เพื่อจุดประสงค์คือ 1.วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกให้ลูกค้า และ 2.นำข้อมูลมาใช้ปรับปรุงและพัฒนาโปรดักต์ใหม่

“เรามีวิชั่นเพื่อต้องการทำให้ผู้ขับขี่สามารถได้รับบริการเคลมประกันรถได้สำเร็จภายในวันเดียว”

จับมือพันธมิตรตีตลาดประกันไทย

สำหรับการเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยนั้น ได้จัดตั้งบริษัทขึ้นและเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือน พ.ค. 2561 หรือกว่า 5 ปีแล้ว โดยมีการทำเคลมไปแล้วมากกว่า 140,000 เคลม หรือประมาณ 4,000 เคลมต่อเดือน โดยมีทีมงานทั้งหมด 40 คน ส่วนใหญ่จะเป็นตำแหน่ง Car Expert และ Data Analyst

ปัจจุบันมีลูกค้าบริษัทประกันภัยในไทยรวมทั้งหมด 9 บริษัท ประกอบด้วย 1.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย 2.วิริยะประกันภัย 3.ทิพยประกันภัย 4.ธนชาตประกันภัย 5.ซมโปะประกันภัย 6.เออร์โกประกันภัย 7.ไทยวิวัฒน์ประกันภัย 8.นวกิจประกันภัย และ 9.แอลเอ็มจี ประกันภัย และภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะขยายพันธมิตรเพิ่มเติมอีก 3-4 บริษัท

“ปัจจุบันเราสามารถดูแลการเคลมได้หลากหลาย ทั้งซ่อมห้าง/ซ่อมอู่ และมีโซลูชั่นต่าง ๆ ที่กล่าวไปแล้ว ถือว่าค่อนข้างออฟเฟอร์เซอร์วิสที่ค่อนข้างแตกต่างจากคู่แข่งในไทย เพราะเรามีส่วนผสมทั้งระบบ Ai ที่พัฒนามาจากฝั่งโกลบอลและมี Car Expert ที่เป็นคนท้องถิ่น แต่ถ้าเป็นภาพรวมโกลบอล เรายังไม่ค่อยเจอคู่แข่งที่ทำเหมือนกับเราทั้ง End-to-End อาจจะมีแค่ในบางตลาดเท่านั้น จึงเป็นสิ่งที่เราแตกต่างจากคู่แข่ง”

สำหรับรายได้ของ Control Expert มีมากกว่า 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3.8 พันล้านบาท) ส่วนธุรกิจในไทยก็คาดหวังว่าจะมีรายได้เติบโตดับเบิลดิจิต