TACC บุกธุรกิจไลฟ์สไตล์ คว้าไลเซนส์ดังคลุม 7 ประเทศ
ที.เอ.ซี.ซี.เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ “แคแร็กเตอร์” บาลานซ์เสี่ยงรายได้ หลังยอดขายกว่า 80% ต้องพึ่ง 7-11 ได้รับสิทธิ์ตัวการ์ตูนเครือ San-X4 ปี ครอบคลุม 7 ประเทศ พร้อมปรับตัวแตกไลน์สินค้าไลฟ์สไตล์-เบเกอรี่-เสริมทัพ คาดหนุนยอดขายปีนี้เติบโต 10%
นายชนิต สุวรรณพรินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเครื่องดื่มแบบโถกดในเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้ผลิตชาเขียวพร้อมดื่มเซ็นย่า และกาแฟวีสลิม ระบุว่า หลังจากที่บริษัทมีฐานลูกค้าหลักคือการโออีเอ็มเครื่องดื่มให้กับเซเว่นอีเลฟเว่น คิดเป็นสัดส่วนรายได้ปัจจุบัน 84% จึงพยายามแตกไลน์ธุรกิจใหม่บาลานซ์ความเสี่ยงจากการพึ่งพาช่องทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยมองเห็นโอกาสในตลาดเครื่องดื่ม เบเกอรี่ ตลอดจนสินค้าไลฟ์สไตล์ ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง ซึ่งมีช่องว่างที่สามารถต่อยอดเข้าไปได้
ล่าสุดเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัทได้รับสิทธิ์ในการบริหารลิขสิทธิ์แคแร็กเตอร์ (representative agent) จากบริษัท ซาน-เอ็กซ์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีแคแร็กเตอร์กว่า 25 แบบ อาทิ ริลัคคุมะ, ซูมิโกะกูราชิ, มาเมะโกมะ ฯลฯ เป็นระยะเวลา 4 ปี ครอบคลุมทั้งหมด 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย, เวียดนาม, กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพมาก เพราะมูลค่าของตลาดลิขสิทธิ์แคแร็กเตอร์ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ8 ล้านล้านบาท
ส่วนในประเทศไทยนั้นสูงถึง 1.8 หมื่นล้านบาท เติบโตเร็วที่สุดประมาณ 25.9% ต่อปีการได้เป็นตัวแทนบริหารสิทธิ์ดังกล่าวยังทำให้บริษัทได้ลูกค้าเดิมจากตัวแทนคนก่อน จำนวน 22 ราย โดยมีแผนที่จะเพิ่มลูกค้าใหม่ ๆ ทั้งในและนอกประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทจะมีรายได้จากค่าธรรมเนียม (fee) คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากสินค้าที่ลูกค้าได้ขอสิทธิ์ไป และแบ่งส่งให้ทางญี่ปุ่นบางส่วน รวมถึงยังเอื้อให้กลุ่มธุรกิจสเตชันนารี่และไลฟ์สไตล์มีสินค้าที่น่าสนใจและหลากหลายมากขึ้น
โดยภายในปี 2563 ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มสัดส่วนของธุรกิจ B2C หรือสินค้าภายใต้แบรนด์ของที.เอ.ซี.ซี.มีสัดส่วนยอดขายเพิ่มขึ้น 35% ขณะที่ธุรกิจ B2B หรือสินค้าที่โออีเอ็มให้กับเซเว่นอีเลฟเว่นมีสัดส่วนลดลงอยู่ที่ 65%สำหรับธุรกิจหลักที่ผลิตเครื่องดื่มให้กับเซเว่นอีเลฟเว่น มีแผนที่จะขยายแคทิกอรี่ของสินค้ามากขึ้น อาทิ กลุ่มเครื่องดื่มแบบโถกดชนิดเย็น จะมีรสชาติใหม่เข้ามาหมุนเวียนทุกไตรมาส และปีนี้จะมีการนำเครื่องดื่มช็อกโกแลตเฮอร์ชี่กลับมาจำหน่ายอีกครั้ง
หลังจากปีที่ผ่านมาได้รับความนิยมสูง จนขายหมดภายใน 2 อาทิตย์ จากเดิมที่คาดว่าจะขายในระยะเวลา 2 เดือน ตลอดจนกลุ่มเครื่องดื่มแบบผงชง สำหรับร้านออลคาเฟ่ เตรียมส่งลิ้นจี่โยเกิร์ตเข้าไปเพิ่ม หลังจากนำมะม่วงโยเกิร์ตและแอปเปิลโยเกิร์ตเข้าไปปีที่ผ่านมา พร้อมกับเดินหน้าปรับสูตรเครื่องดื่มทุกรายการใหม่ ให้มีน้ำตาลต่ำกว่า6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เพื่อไม่ต้องเสียภาษีความหวานจาก พ.ร.บ.สรรพสามิตฉบับใหม่ที่ประกาศใช้เมื่อ 16 กันยายนปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดว่ายอดขายของทั้งปีจะสามารถเติบโต 10% จากปีที่ผ่านมามียอดขาย 1,281 ล้านบาท