เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ดูทั้งหมด

บาทเคลื่อนไหวในกรอบ จับตาผลการประชุม กนง. พุธนี้

31 ก.ค. 2566 | 18:47น.
กนง. ดอกเบี้ย

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ จับตาผลการประชุม กนง. วันพุธที่ 2 สิงหาคมนี้ นักวิเคราะห์คาด กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 2.25% เพื่อลดส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยในประเทศกับต่างประเทศ และเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่ยังมีแนวโน้มผันผวนอยู่ในระดับสูง

วันที่ 31 กรกฎาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (31/7) ที่ระดับ 34.21/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/7) ที่ระดับ 34.49/50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยถึงราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (PCE) ในเดือน มิ.ย. ปรับตัวขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน จากระดับ 0.1% ในเดือน พ.ค. และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE ปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการคาดการณ์ที่ระดับ 3.0% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2021 หลังจากเพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนก่อนหน้า

ส่วนดัชนีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน ชะลอตัวลงจากระดับ 0.3% ในเดือนที่แล้ว และเป็นการปรับตัวขึ้น 4.1% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.2% ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงจากระดับ 4.6% ในเดือนก่อนหน้า

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงได้สนับสนุนมุมมองของนักลงทุนด้านการยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่าในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ วันที่ 19-20 ก.ย.นักลงทุนให้น้ำหนัก 79.50% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ของเดือนก่อนที่เคยให้น้ำหนักที่ 69.1%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยรายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนมิถุนายนในปี 2023 พบว่าเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในทิศทางฟื้นตัว โดยภาคการท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ และดุลการค้าเกินดุลเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการส่งออกมีมูลค่า 24.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.9% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 22.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.3%

ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปประจำเดือนมิถุนายนอยู่ที่ระดับ 0.23% เมื่อเทียบรายปี ลดลงจากระดับ 0.53% ในเดือนก่อน จากหมวดอาหารสดเป็นสำคัญตามราคาเนื้อสุกรและผักสดที่ต่ำลง เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ระดับ 1.32% เมื่อเทียบรายปีลดลงจากระดับ 1.55% ในเดือนก่อน จากผลของฐานสูงในราคาอาหารสำเร็จรูปและเครื่องประกอบอาหารเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะเกิดขึ้นในวันพุธ (05/08) นักวิเคราะห์ส่วนมากคาดการณ์ว่า กนง.จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 2.25% เพื่อลดส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยในประเทศกับต่างประเทศ และเพื่อรับมือกับอัตราเงินเฟ้อที่ยังมีแนวโน้มผันผวนอยู่ในระดับสูง โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.18-34.30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.23/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (31/7) ที่ระดับ 1.1020/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/7) ที่ระดับ 1.0972/74 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยสำนักงานสถิติยุโรป (Eurostat) เปิดเผย รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ประจำเดือน ก.ค. ปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับการคาดการณ์ที่ระดับ 5.3% เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 5.5%

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ปรับตัวขึ้น 5.5% เมื่อเทียบรายปี มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.4% หลังจากมีการเพิ่มขึ้น 5.5% ในเดือนที่แล้ว ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1002-1.1035 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1029/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (31/7) ที่ระดับ 140.87/89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/7) ที่ระดับ 139.26/139.28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยสกุลเงินเยนยังคงทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่อง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะ 0.605% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2557 ภายหลังจากในการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศปรับนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (YCC) ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ถึงแม้ว่ายังคงประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ -0.1% และคงเป้าหมายของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ให้เคลื่อนไหวในกรอบ -0.5% ดังเดิม แต่ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้เปิดโอกาสให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับไม่เกิน 1% จากเดิมที่ 0.5% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 140.69-142.44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 142.37/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางออสเตรเลีย (01/08), ธนาคารกลางอังกฤษ (01/08), ธนาคารแห่งประเทศไทย (05/08) ส่วนตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิตของสหรัฐ จากสถาบัน ISM (01/08), ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ของสหรัฐ จากสถาบัน JOLTs (01/08), จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (03/08), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคบริการของสหรัฐจากสถาบัน ISM (04/08), อัตราการว่างงานของสหรัฐประจำเดือน มิ.ย. (5/8) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ประจำเดือน มิ.ย. (5/3)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.90/-10.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -11.95/-10.85 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ