เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

Outlook Dependent กับนโยบายการเงินไทย

31 ส.ค. 2566 | 07:54น.
Outlook Dependent
คอลัมน์ : ร่วมด้วยช่วยคิด
ผู้เขียน : นิธิสาร พงศ์ปิยะไพบูลย์
ฝ่ายนโยบายการเงิน ธปท.

หลายท่านคงได้ยินคำว่า outlook dependent บ่อยขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้พยายามสื่อสารประเด็นดังกล่าวในหลายช่องทาง ทั้งเอกสารแถลงข่าวและรายงานการประชุม

วันนี้ผู้เขียนจึงขอสรุปประเด็น outlook dependent กับนโยบายการเงินมาเล่าสู่กันฟังครับ

นโยบายการเงินของไทยมีเป้าหมาย 3 อย่างคือ (1) เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมาย (2) เศรษฐกิจเติบโตตามศักยภาพ และ (3) ระบบการเงินมีเสถียรภาพ ซึ่งการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อบรรลุเป้าหมายข้างต้น กว่าจะส่งผ่านผลไปยังระบบเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ต้องใช้เวลานานถึง 4-8 ไตรมาส ดังนั้น กนง.จึงต้องตัดสินนโยบายโดยมองไปในอนาคต

โดยใช้ข้อมูลล่าสุดมาจัดทำประมาณการแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในช่วง 2 ปีข้างหน้า เพื่อให้สามารถตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ยได้อย่างเหมาะสม

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ขอเล่าเปรียบเทียบสหรัฐกับไทยในปี 2565 ที่ผ่านมา สหรัฐเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อสูง จากเศรษฐกิจที่ร้อนแรงตั้งแต่ปี 2564 เพราะการเปิดเมืองหลังจบโควิด และจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่เริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งทำให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้นมาก

ธนาคารกลางสหรัฐเริ่มขึ้นดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2565 และกระชากขึ้นอย่างรุนแรงครั้งละ 0.75% บ้าง 0.50% บ้าง จนมาอยู่ที่ 5.50% ในระยะเวลาเพียงปีครึ่ง เพราะต้องการปราบเงินเฟ้อให้ได้ จึงต้องเหยียบเบรกเศรษฐกิจ โดยขึ้นดอกเบี้ยสูงกว่าระดับที่เหมาะสมในระยะยาว ก่อนที่จะทยอยลดดอกเบี้ยลงในอนาคตเมื่อเงินเฟ้อต่ำลงแล้ว

ย้อนกลับมาที่เมืองไทย อัตราเงินเฟ้อไทยเริ่มสูงขึ้นตามราคาพลังงานหลังเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 สูงขึ้นถึง 5.28% และไปแตะจุดสูงสุดที่ 7.86% ในเดือน สิงหาคม 2565 ก่อนจะเริ่มชะลอลง

ในขณะนั้น กนง.ประเมินสถานการณ์ไปข้างหน้าแล้วเห็นว่าเงินเฟ้อไทยจะสูงขึ้นชั่วคราว เพราะสาเหตุเกิดจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก ทั้งเรื่องของราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าวัตถุดิบ ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว โดยเงินเฟ้อจะปรับลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

อีกทั้งเศรษฐกิจไทยในขณะนั้นยังไม่เข้มแข็ง เนื่องจากในครึ่งแรกของปี 2565 ยังฟื้นตัวจากโควิดสายพันธุ์โอมิครอนไม่เต็มที่ นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่กลับเข้ามา หากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียงเพราะข้อมูลล่าสุดที่เงินเฟ้อหลุดกรอบเป้าหมาย 1-3% จะทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสะดุดลง ซึ่งได้ไม่คุ้มเสีย

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในช่วงฟื้นตัวเหมือนเครื่องบินที่กำลังจะ take-off (บินลอยขึ้น) นโยบายการเงินจึงควรสนับสนุนให้ take-off ได้อย่างราบรื่น หรือ smooth take-off

เมื่อเครื่องบินไต่ความสูงขึ้นไปจนได้ระดับที่เหมาะสม ก็เหมือนเศรษฐกิจที่มีแรงส่งให้ฟื้นตัวได้ต่อเนื่องนั่นเอง

ต่อมา กนง.เห็นว่าเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปี 2565 มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน

จึงเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 และขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปครั้งละ 0.25% เพราะต้องการให้ครัวเรือนและธุรกิจสามารถปรับตัวได้ ไม่ใช่การเหยียบเบรกรุนแรงเหมือนกรณีสหรัฐ แต่เป็นการค่อย ๆ ถอนคันเร่ง จนความเร็วมาอยู่ที่จุดสมดุล เพื่อให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจไม่ร้อนเกินไป จน
อาจก่อปัญหาเงินเฟ้อ หรือปัญหาเสถียรภาพระบบการเงินในระยะยาวได้

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อไทยลดลงอย่างรวดเร็ว จึงมีคำถามว่า กนง.ควรหยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้วหรือยัง

ในรายงานการประชุมล่าสุด กนง.ระบุว่าการพิจารณาตัดสินนโยบายการเงินจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ตลอดจนการประเมินความเสี่ยงในระยะข้างหน้า (outlook dependent) โดยไม่ได้ขึ้นกับข้อมูลล่าสุดอย่างเดียว

เพราะข้อมูลล่าสุดมีโอกาสผันผวนจากปัจจัยชั่วคราว หรือปัจจัยเฉพาะในเดือนนั้น ๆ ทั้งนี้ หาก กนง.ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นลงทุกครั้งที่เงินเฟ้อออกนอกกรอบเป้าหมายด้านสูงหรือด้านต่ำ จะเป็นการเพิ่มความผันผวนให้กับเศรษฐกิจโดยไม่จำเป็น

สิ่งที่ควรจะเป็นคือ การนำข้อมูลใหม่ไปประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในอนาคต ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปจากที่คาดหรือไม่ หากข้อมูลใหม่เป็นปัจจัยชั่วคราว และแนวโน้มในอนาคตยังคงเดิม ก็ไม่จำเป็นต้องปรับทิศทางของนโยบาย แต่หากข้อมูลใหม่ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ นโยบายการเงินก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับแนวโน้มในอนาคตที่เปลี่ยนแปลงไป

คำถามอีกข้อหนึ่งคือ อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะไปหยุดที่จุดใดเป็นปลายทางของวัฏจักรขาขึ้นในรอบนี้ (terminal rate) ซึ่งตามหลักการแล้วควรไปหยุด ณ จุดที่เหมาะสมในระยะยาว ซึ่งทำให้ (1) อัตราเงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายอย่างยั่งยืน (2) เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่องตามศักยภาพ และ (3) เสริมสร้าง
ความเข้มแข็งให้กับเสถียรภาพระบบการเงิน ไม่สะสมความเปราะบางจนก่อปัญหาในอนาคต

เช่น หนี้ครัวเรือนสูงหรือฟองสบู่ราคาสินทรัพย์ การคำนึงถึงความเหมาะสมในระยะยาวของเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินข้างต้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่จะช่วยให้เครื่องบินเศรษฐกิจไทยสามารถ landing หรือลงจอดที่จุดหมายปลายทางได้อย่างนุ่มนวลและมั่นคงครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง. นโยบายการเงิน