เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปัดฝุ่นสายสีแดง Missing Link จิ๊กซอว์ใหม่ ‘เชื่อม 3 สนามบิน’ 
Economic ปัดฝุ่นสายสีแดง Missing Link จิ๊กซอว์ใหม่ ‘เชื่อม 3 สนามบิน’ 
พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ก.ค. 69) ฝนลดลง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ก.ค. 69) ฝนลดลง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
Festival Economy จับเทรนด์ธุรกิจคอนเสิร์ตหมื่นล้าน 
Business Festival Economy จับเทรนด์ธุรกิจคอนเสิร์ตหมื่นล้าน 
ท่องเที่ยวไทยมุ่ง High Value ททท.เขย่าแผนปฏิบัติการปี’70 ครั้งใหญ่
Business ท่องเที่ยวไทยมุ่ง High Value ททท.เขย่าแผนปฏิบัติการปี’70 ครั้งใหญ่
ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ก.ค. 69) ปรับลง 1.35% อยู่ที่ 63,842 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ก.ค. 69) ปรับลง 1.35% อยู่ที่ 63,842 เหรียญสหรัฐ
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
ดูทั้งหมด

ขาดแคลนแรงงาน-หนี้ท่วม โจทย์ใหญ่ท้าทายรัฐบาล “เศรษฐา”

30 ส.ค. 2566 | 16:06น.

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ชี้ว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัว ทว่า…ปัญหา “ขาดแคลนแรงงาน” ยังคงเป็นปัจจัยที่ท้าทาย เช่นเดียวกับหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง ก็เป็นอีกโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข

จ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่ง

โดย “ดนุชา พิชยนันท์” เลขาธิการ สศช. รายงานว่า สถานการณ์ด้านแรงงานในไตรมาส 2 ปี 2566 การจ้างงาน และอัตราการว่างงาน ยังคงปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากภาพรวมการจ้างงานที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาส 4 ตัวเลขผู้มีงานทำอยู่ที่ 39.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากการจ้างงานนอกภาคเกษตร 2.5% หรือ 28 ล้านคน

“โดยเฉพาะสาขาโรงแรมและภัตตาคาร การจ้างงานขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ 11.7% เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและภาคท่องเที่ยว จากการเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 6.4 ล้านคน อย่างไรก็ดี การจ้างงานในภาคเกษตรกรรมหดตัวเล็กน้อย -0.2% หรือลดลง 11.6 ล้านคน จากปัญหาภัยแล้งและการสิ้นสุดฤดูกาลการเพาะปลูก”

ทั้งนี้ อัตราการว่างงานปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 1.06% ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ที่ 1.37% โดยมีผู้ว่างงาน 4.3 แสนคน ซึ่งภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงสุดอยู่ที่ 1.54%

ขณะที่ค่าจ้างแรงงานปรับตัวดีขึ้น โดยค่าจ้างเฉลี่ยในไตรมาส 2 อยู่ที่ 15,412 บาท/คน/เดือน ขยายตัว 0.04% โดยค่าจ้างภาคเอกชนเฉลี่ยอยู่ที่ 14,032 บาท/คน/เดือน ขยายตัว 1.4%

“ขาดแคลนแรงงาน” น่าเป็นห่วง

สำหรับประเด็นที่ท้าทายต่อตลาดแรงงาน มี 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งผลให้มีความต้องการแรงงาน เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการบริการ ซึ่งหากดูตัวเลขตำแหน่งว่างงานนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2565-มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 8.3 หมื่นตำแหน่ง แต่มีการบรรจุเพียง 1.7 หมื่นตำแหน่ง หรือคิดเป็นผู้สมัคร 1 คน มีตำแหน่งรองรับถึง 5 ตำแหน่ง สะท้อนถึงการขาดแคลนแรงงาน

2.การเตรียมความพร้อมรองรับการเกษียณอายุของแรงงานขั้นต่ำ โดยตัวเลขไตรมาส 2/2566 มีแรงงานทักษะขั้นต่ำในภาคเอกชน 1.3 ล้านคนกำลังจะเกษียณอายุ เป็นแรงงานภาคการผลิตกว่า 2.5 แสนคน ขณะที่แรงงานที่จะเข้ามาทดแทนมีแนวโน้มลดลง

ส่วนหนึ่งมาจากเด็กจบใหม่ไม่ตรงกับตำแหน่งที่ว่าง เพราะมีระดับการศึกษาที่สูงขึ้น จึงต้องดูนโยบายทางด้านแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานแทนในส่วนของทักษะต่ำ และ 3.ผลกระทบต่อการจ้างงานและรายได้ภาคเกษตรกรจากภัยแล้งที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เช่น ความเสี่ยงจากเอลนีโญที่จะต้องมีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือ

“เวลานี้ภาคบริการ การผลิต ต้องมีมาตรการเข้ามาดูแลเรื่องการขาดแคลนแรงงาน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ตำแหน่งว่างกับคนได้งานไม่แมตช์กัน โดย 40-50% จบมาสายบริหาร แต่แรงงานที่ต้องการ คือ สายวิทยาศาสตร์ สายการผลิต หรือในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ระหว่างปี 2563-2565 เรามีแรงงานย้ายถิ่นไปกว่า 2.1 ล้านคน เพิ่มจากอัตราเฉลี่ยที่อยู่ที่ 6-7 แสนคน

แต่การคาดหวังว่าการย้ายถิ่นชั่วคราว จะมาชดเชยการขาดแคลนแรงงาน คงทำได้ยาก เนื่องจากมีแรงงาน 1.9 แสนคนที่ต้องการย้ายถิ่นในระยะเวลาสั้น หรือไม่เกิน 2 ปี และในจำนวนดังกล่าวมีเพียง 8.4 หมื่นคนที่เป็นกำลังแรงงาน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการจูงใจให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน”

หนี้ครัวเรือนพุ่ง-ความสามารถชำระด้อยลง

ด้านภาพรวมหนี้สินครัวเรือนไทย ข้อมูลถึงไตรมาส 1/2566 ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นิยามใหม่เพื่อให้มีความครอบคลุมมากขึ้น ทำให้มีมูลหนี้เพิ่มขึ้นสุทธิ 7 แสนล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นถึง 4.5% โดยมูลค่าหนี้สินครัวเรือนไทยอยู่ที่ 15.96 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2565 ขณะที่สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ณ ไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 90.6%

“หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นมาจากสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคล และบัตรเครดิตเป็นสำคัญ โดยสินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัว 2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2565 ที่ขยายตัว 1.2% ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตขยายตัว 5.4% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2565 ที่อยู่ที่ 4.4%”

ขณะที่ด้านความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนลดลง โดยตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 1.44 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 2.68% ของสินเชื่อรวม ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 1.4 แสนล้านบาท หรือ 2.62%

“สัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อลดลงทุกประเภท ยกเว้นสินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อรถยนต์ โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 3.01% เป็น 3.16% ในไตรมาส 1/2566 ขณะที่สินเชื่อรถยนต์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.88% มาอยู่ที่ 1.89% อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องติดตาม คือ หนี้เสียและความเสี่ยงของการเป็นหนี้เสียของสินเชื่อรถยนต์ที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ ตัวเลขหนี้สินเชื่อรถยนต์ค้างชำระตั้งแต่ 30 วัน แต่ไม่ถึง 90 วัน หรือสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 13.9% จากไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 13.7% ขณะที่เอ็นพีแอลสินเชื่อรถยนต์อยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท ขยายตัวสูงถึง 30.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เพิ่มสูงขึ้นในรอบ 14 ไตรมาส

“สินเชื่อรถยนต์เป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง ไม่ให้ไหลเป็นหนี้เสียเพิ่ม สิ่งที่เราควรเร่งทำและทำต่อเนื่อง คือ มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ได้เป็นการพักหนี้ เพราะเราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์วัฒนธรรมจงใจผิดนัดชำระ หรือ moral hazard”

ลูกหนี้เกิน 50% ติดกับดักหนี้สหกรณ์

เลขาธิการ สศช. กล่าวอีกว่า ขณะที่การติดกับดักของลูกหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556-2565) พบว่า หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ มีสัดส่วนมากที่สุดเมื่อเทียบกับสหกรณ์ประเภทอื่น หรือคิดเป็น 88% ของเงินให้กู้ยืมแก่สมาชิกในสหกรณ์ทุกประเภท

โดยในปี 2565 มีมูลค่าเงินให้กู้ยืม 9.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% แต่หากพิจารณาวัตถุประสงค์ของการกู้ยืม จะพบว่า สัดส่วนประมาณ 26.1% นำมาใช้จ่ายส่วนตัว และอีกประมาณ 23.1% เพื่อชำระหนี้เดิม

“เกือบครึ่งเป็นหนี้ที่ไม่สร้างรายได้ และมีดอกเบี้ยที่สูง หากลูกหนี้มีการผิดนัดชำระหนี้ อาจทำให้ครัวเรือนติดกับดักหนี้ได้ง่ายขึ้น จึงอยากให้สหกรณ์เข้ามาดูแลลูกหนี้ในส่วนนี้ด้วย”

ห่วง “เจนวาย-ผู้สูงอายุ” เป็นหนี้เสียสูงสุด

ขณะที่ “วรวรรณ พลิคามิน” รองเลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ข้อมูลจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) ในไตรมาส 1/2566 พบว่า หนี้สินครัวเรือนมีมูลค่า 12.9 ล้านล้านบาท มีจำนวนบัญชีสินเชื่อในระบบประมาณ 83.1 ล้านบัญชี ครอบคลุมหนี้ 81%

โดยครัวเรือนมีการก่อหนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงโควิด-19 และแม้ว่าทุกกลุ่มอายุจะมีการก่อหนี้เพิ่มขึ้น แต่พบว่า กลุ่มอายุ 40-49 ปี มีมูลหนี้คงค้างสูงสุด โดยในปี 2565 อยู่ที่ 3.9 ล้านล้านบาท

และหลังจากสถานการณ์โควิด-19 กลุ่มที่มีปัญหามากขึ้น จะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป พบว่า การขยายตัวของหนี้เสียระหว่างปี 2562-2565 เพิ่มมากขึ้นกว่ากลุ่มอื่น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10.2% ต่อปี ส่วนใหญ่เป็นหนี้เสียส่วนบุคคลและรถยนต์ โดยมีสัดส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 8.6% ในปี 2565

เช่นเดียวกับกลุ่มแรงงานตอนต้น หรืออายุต่ำกว่า 30 ปี มีพฤติกรรมก่อหนี้เพื่ออุปโภคมากขึ้น โดยเฉพาะคำว่า “ของมันต้องมี” โดย 50% มีเงินไม่พอ และเลือกจะกู้ยืมจากธนาคารและบัตรเครดิต ในจำนวนนี้ประมาณ 70% มีการผ่อนชำระแบบเสียดอกเบี้ย ทำให้มีการสะสมของหนี้มากขึ้น และติดกับดักหนี้

ทั้งนี้ หนี้รถยนต์เป็นหนี้ที่ลูกหนี้มีพฤติกรรมการผิดนัดชำระหนี้มากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มอายุน้อยและผู้สูงอายุ โดยจากข้อมูลหนี้เสียรถยนต์มีมูลค่า 2.6 ล้านล้านบาทในปี 2565 ขยายตัว 3.8% ครอบคลุมลูกหนี้เกือบ 6 ล้านคน มีความเสี่ยงเป็นหนี้เสียสูงสุด เพราะมี SM สูงสุดอยู่ที่ 7.5% และกลุ่มอายุน้อยกว่า 30 ปี มีจำนวนรถเสี่ยงถูกยึดกว่า 9.5 หมื่นคัน

“วิกฤตโควิด-19 ซ้ำเติมปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทย เศรษฐกิจหยุดชะงัก ส่งผลต่อการเติบโต ซึ่งการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนจำเป็นต้องอาศัยข้อมูล เพราะมีฐานข้อมูลอีกจำนวนมากที่ไม่อยู่ใน NCB เช่น หนี้สหกรณ์ที่มีการปล่อยกู้ 1.1 ล้านล้านบาท หนี้ กยศ. รวมถึง buy now pay later ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง”

จากภาพทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นโจทย์ที่รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องให้ความสำคัญ