เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ยูโอบีเจาะทายาทรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Business Circle หนุนลงทุนต่างประเทศโต 30%

13 ก.ย. 2566 | 09:25น.
Business Circle

Business Circle

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “Business Circle” เจาะกลุ่มเอสเอ็มอีทายาทธุรกิจรุ่นใหม่ ต่อยอดเครือข่ายลงทุนต่างประเทศ พร้อมแนะนำจับคู่ธุรกิจ-หลักเกณฑ์กฎหมาย ตั้งเป้า 3 ปี มีสมาชิกเข้าร่วม 200 ราย จากปัจจุบันมีอยู่ 65 ราย คาดมูลค่าการลงทุนเติบโต 30% ประเมินธุรกิจครอบครัวสร้างการเติบโตเศรษฐกิจ-การจ้างงาน คิดเป็น 43% ของมูลค่าตลาดหุ้นทั้งหมด

วันที่ 13 กันยายน 2566 นายตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งจากผลสำรวจพบว่าธุรกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (ตลท.) ในตลาดหุ้นไทยประมาณ 65% เป็นธุรกิจครอบครัว หรือคิดเป็น 43% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด และจากการศึกษาพบว่ากลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) 9 ใน 10 สนใจขยายธุรกิจไปในต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์บริษัทอีกด้วย

โดยประเทศเป้าหมายของการออกไปลงทุนในต่างประเทศนั้น ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย และจีน รวมนอกภูมิภาคอาเซียน ซึ่งภายใต้กลยุทธ์ “One Bank for Asean” ภายหลังจากธนาคารเปิดตัวโครงการ “Business Circle” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ทายาทธุรกิจครอบครัวผ่านเครือข่ายทางธุรกิจระดับภูมิภาคผ่านกิจกรรม networking รวมไปถึงบริการโซลูชั่นทางการเงินที่ออกแบบมาโดยเฉพาะจากธนาคารยูโอบี

ทั้งนี้ โครงการ “Business Circle” ได้เปิดตัวที่ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศแรกในปี 2562 โดยมีสมาชิกเข้าร่วมแล้ว 1,000 ราย และได้มีการจับคู่ต่อยอดธุรกิจไปแล้วผ่านเครือข่ายของธนาคารกว่า 500 แห่งทั่วประเทศในการส่งเสริมทายาทธุรกิจ เช่น ลูกค้าสิงคโปร์ที่มีการจับมือร่วมกับธุรกิจในไทยในหมวดเกษตรกร เป็นต้น

และจากแนวโน้มธุรกิจครอบครัวของไทยที่มีอัตราการเติบโต ภายในปี 2566 ธนาคารจึงได้เปิดโครงการ “Business Circle” ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นประเทศที่ 2 รองจากสิงคโปร์ ภายหลังจากได้มีการทดลองดำเนินแล้วในช่วงต้นปี 2563 เพื่อสนับสนุนธุรกิจครอบครัวในไทย โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาในการลงทุน การขยายตลาด หรือปัญหาอุปสรรคทางด้านกรอบกติกาหรือกฎหมายในประเทศนั้น ๆ ที่ต้องการไปลงทุน โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้สิทธิพิเศษในการเข้าร่วมงานสัมมนาแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการบริหารธุรกิจ

นางสาวอัมพร ทรัพย์จินดาวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่พาณิชย์ธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า สำหรับโครงการ “Business Circle” เป็นโครงการที่จะช่วยผลักดันทายาทธุรกิจในไทยที่มีความตั้งใจขยายกิจการไปต่างประเทศในการสร้างเครือข่ายธุรกิจใน 7 ประเทศหลัก ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง จีน และไทย โดย “Business Circle” จะเป็นแหล่งรวบรวมทายาทธุรกิจ New Gen ไว้ทั้งหมดให้มาเจอกัน

โดยธนาคารตั้งเป้าว่าภายใน 3 ปี หรือภายในปี 2569 จะมีสมาชิกทายาทธุรกิจเข้าร่วมทั้งสิ้น 200 ราย จากปัจจุบันมีอยู่ 65 ราย จะมาจากลูกค้ารายเก่าและรายใหม่ และคาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนในไทยและต่างประเทศเติบโตราว 30% ทั้งนี้ คุณสมบัติลูกค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ “Business Circle” จะต้องเป็นทายาทธุรกิจที่บริหารธุรกิจหรือบริษัทมาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5 ปี มีความต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ และเป็นกลุ่มที่มียอดขายตั้งแต่ 240-7,500 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเป็นลูกค้าที่ธนาคารเชิญ และอีกส่วนที่เป็นลูกค้าใหม่ที่เข้ามาติดต่อกับธนาคาร

สำหรับธีมโครงการ “Business Circle” ในปี 2566 จะมีอยู่ 3 เรื่องหลัก คือ 1.การเชื่อมโยง (Connectivity) ภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ ธุรกิจจะสามารถอยู่รอดได้อย่างไร 2.การปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digitalisation) การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค การตลาด ซึ่งมีทั้งธุรกิจที่ล้มและเกิดขึ้นใหม่มากมาย ธุรกิจจะสามารถบริหารได้อย่างไร และ 3.ความยั่งยืน (Sustainability) สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรม ทักษะในการบริหารองค์กร และแนวคิดในการดำเนินธุรกิจจากผู้บริหารและผู้ประกอบการชั้นนำที่ประสบความสำเร็จ

“โครงการ ‘Business Circle’ ในไทยเริ่มไม่เป็นทางการตั้งแต่ช่วงปี 2562 ที่มีการระบาดของโควิด-19 และมีลูกค้า 65 ราย แต่ในปีนี้จะเปิดตัวเป็นทางการ เพราะเราอยากเห็นธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ Cross Border Transaction ของธุรกิจเอสเอ็มอีบ้าง หลังจากเห็นในกลุ่ม Corporate ไปแล้ว เพราะเอสเอ็มอีจริง ๆ อยากขยายธุรกิจไปต่างประเทศ แต่อาจจะมีอุปสรรคทั้งการหาพันธมิตร หรือหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งโครงการ ‘Business Circle’ จะเข้ามาช่วยสร้างเครือข่ายใน 7 ประเทศหลัก โดยที่ผ่านมาได้มีดีล 2-3 ดีลที่เกิดขึ้นจริง เช่น การจัดตั้งบริษัทเครื่องดื่มในอินโดนีเซีย เป็นต้น โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่ม New Gen อายุเฉลี่ย 30-45 ปี”

นายเอริค เหลียน Head of Group Commercial Banking ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า ธนาคารมองภูมิภาคอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ โดยมีธุรกรรมการค้าขายระหว่างกันสูงถึง 650 พันล้านดอลลาร์ และค้าขายระหว่างจีนอีกราว 650 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงมีจำนวนประชากรที่สูง 650 ล้านคน และเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ภายใต้โครงสร้างพื้นฐาน ตลาดแรงงานที่ยังเติบโต จึงมองเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ

อย่างไรก็ดี ธุรกิจที่มีความต้องการขยายการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศเหล่านี้จำเป็นต้องมีพันธมิตรทางธุรกิจ ดังนั้น “Business Circle” จะเข้ามาช่วยทายาทธุรกิจรุ่นที่ 3 ในการเชื่อมโยงธุรกิจต่อธุรกิจ และเชื่อมโยงประเทศต่อประเทศ ผ่านเครือข่ายสาขากว่า 500 แห่งทั่วโลก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารยูโอบี