เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

สแตนดาร์ดหั่นจีดีพีปีนี้เหลือ 3.3% มองแจกเงินดิจิทัลช่วยพยุงเครื่องยนต์บริโภค

18 ก.ย. 2566 | 13:42น.
ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ปรับประมาณการจีดีพีปี 2566 เหลือ 3.3% และปี 2567 อยู่ที่ 4.2% ท่องเที่ยว-การบริโภคแรงหนุนหลัก มั่นใจนักท่องเที่ยวได้ 30 ล้านคน มองนโยบายกระตุ้นภาครัฐพยายามกระตุ้นบริโภค เหตุเศรษฐกิจโลกปีหน้าชะลอ-การส่งออกหดตัว คาด กนง.คงดอกเบี้ย 27 ก.ย.นี้

วันที่ 18 กันยายน 2566 ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ธนาคารยังประเมินว่าเศรษฐกิจไทยภาพรวมยังอยู่ในช่วงขยายตัว แม้ว่าเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 ออกมา 1.8% ต่ำกว่าคาด โดยเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวได้ระดับ 4.3% อย่างไรก็ดี ธนาคารได้ปรับประมาณการจีดีพีปี 2566 อยู่ที่ 3.3% จาก 4.2% และปี 2567 ขยายตัวที่ 4.2% จากคาดเดิม 4.5%

ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจปีนี้ คือ การเมืองเริ่มนิ่งผ่านช่วงชะงักงัน (DeadLock) และมีการกระตุ้นการใช้จ่าย และท่องเที่ยวขยายตัวได้ดี โดยในช่วง 8 เดือนแรกมีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว 18 ล้านคน เฉลี่ยเดือนละ 2.2 ล้านคน ซึ่งคาดว่าครึ่งปีหลังช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็น 2.7-2.8 ล้านคนต่อเดือน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งปีเป็นไปตามคาดที่ 30 ล้านคน โดยเป็นนักท่องเที่ยวจีนอยู่ที่ 5 ล้านคน จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.2 ล้านคน ซึ่งมองว่าเรื่อง Free Visa อาจจะต้องทำควบคู่กับเที่ยวบินด้วย

อย่างไรก็ดี ธนาคารมองว่ายังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังไม่ได้ประกาศจุดสูงสุดของการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยในการประชุมวันพุธที่ 20 ก.ย. 2566 จะคงดอกเบี้ย 5.5% แม้ว่าการว่างงานต่ำ และเงินเฟ้อต่ำแต่ยังอยู่ในระดับ 4% สูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2% สะท้อนว่าความผันผวนในตลาดการเงินยังมีอยู่ ซึ่งจะเห็นเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าสุดในภูมิภาคที่ระดับ 35.70-35.80 บาทต่อดอลลาร์ แต่คาดว่าจากท่องเที่ยวที่กลับมาภายในสิ้นปีนี้เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าในกรอบ 34.00 บาทต่อดอลลาร์

ขณะที่นโยบายการเงิน คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ย 2.25% ต่อปี ในการประชุมวันที่ 27 ก.ย. 2566 มติเอกฉันท์ เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง ภายใต้อัตราเงินเฟ้อปีนี้อยู่ที่ 1.4% และปีหน้าอยู่ที่ 2.1% อย่างไรก็ดี การประชุมเดือน พ.ย.นี้มีโอกาสที่ กนง.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยขึ้น 1 ครั้ง มาอยู่ที่ 2.50% ต่อปี โดยที่ภาพยังไม่ได้เป็นการปรับลดดอกเบี้ย เหมือนเฟดที่คาดว่าจะลดดอกเบี้ยในไตรมาสที่ 1/2567 และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะลดในกลางปี 2567

“สิ่งที่เรากังวล คือ เงินเฟ้อ แม้ว่าเดือนนี้เงินเฟ้อจะต่ำ 0% แต่มีหลายปัจจัยที่เร่งเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ทั้งราคาอาหารและน้ำมันที่มีโอกาสปรับตัวสูงจากภัยแล้ง ซึ่งเป็นจุดยากที่เงินเฟ้อขึ้น และทำให้แบงก์ชาติต้องปรับดอกเบี้ยขึ้น ส่วนเศรษฐกิจไตรมาส 4/2566 เรายังคงตามดูว่าจะเห็นภาพนักท่องเที่ยวตามคาดหรือไม่”

ดร.ทิมกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในส่วนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 1 หมื่นบาท มองว่าอาจจะเร็วเกินไปในการประเมิน เนื่องจากต้องรอดูแหล่งเงินทุน แหล่งที่มาของเงิน และจะเกิดขึ้นจริงภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 หรือไม่ แต่เบื้องต้นเชื่อว่าภาพยังเป็นลดการขาดทุนในช่วง 5-6 ปีข้างหน้า และยังอยู่ในกรอบวินัยการคลัง เนื่องจากเศรษฐกิจในปีหน้าและถัดไปยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐมีรายได้มากขึ้น และจะช่วยสมดุลระหว่างรายได้และรายได้

“เรามีความเข้าใจรัฐบาลว่าทำไมต้องกระตุ้นในประเทศ เป็นเซ็กเตอร์ที่แข็งแรง ดูจากการบริโภคครึ่งปีแรกขยายตัว 7% แต่การส่งออก -5% ซึ่งดิจิทัลวอลเลตเพื่อช่วยกระตุ้นบริโภค เพราะเศรษฐกิจโลกปีหน้าไม่ได้โต ซึ่งเราต้องให้เวลารัฐบาลในเรื่องของแหล่งเงิน

แต่ภาพรวมเรายังมองว่างบประมาณ 5-6 ปีข้างหน้าขาดดุล และเพดานหนี้จะลดลง ซึ่งตามข้อมูลเบื้องต้นที่รัฐออกมา ส่วนผลกระทบต่อเงินเฟ้อจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น มองว่าเป็นเรื่องชั่วคราวมากกว่า จะห่วงเรื่องราคาน้ำมันที่เริ่มสูงขึ้นค่อนข้างเร็ว ราคาอาหาร-สินค้าเกษตรที่สูงขึ้น จะดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นมากกว่าซึ่งเป็นความเสี่ยงของปีหน้าด้วย”