“NIA” ผนึกพันธมิตร พัฒนา “อารีย์” เป็นย่านนวัตกรรมแห่งใหม่ ผสานความหลากหลายทั้งพื้นที่อยู่อาศัย-พัฒนานวัตกรรม และจัดตั้งธุรกิจ เป็นต้นแบบ “เมืองฉลาดรู้” ดึงดูดการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
วันที่ 20 กันยายน 2566 นายชาญวิทย์ รัตนราศรี ผู้อำนวยการฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า NIA มีแนวทางกระจายและพัฒนาระบบนวัตกรรมในเชิงพื้นที่ 3 ระดับ คือในระดับภูมิภาค, เมือง และย่าน เน้นพัฒนา 3 มิติ คือ การส่งเสริม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการรังสรรค์ระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Infrastructure)
การพัฒนาเมืองในบริบทของพื้นที่นวัตกรรม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน (City Innovation & Innovative City) และการเชื่อมโยงความร่วมมือการพัฒนาระหว่างหน่วยงานหรือกลุ่มองค์กรที่เกี่ยวข้องในมิติสำคัญ (Bridging & Integration) และส่งเสริมเทคโนโลยีเชิงลึก (deep tech) ให้ไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ

ล่าสุดได้ร่วมกับกทม. และเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และตัวแทนภาคประชาสังคมในชุมชน ยกระดับย่านอารีย์ ให้เป็นย่านนวัตกรรมอารีย์ (ARID : ARI Innovation District) โดยนำจุดแข็งด้าน ARITech (AI, Robotic, Immersive and IOT) เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาย่าน และส่งเสริมการสร้างสตาร์ตอัพในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการให้บริการสาธารณะอย่างทั่วถึง ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563
“อารีย์เป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่มีความโดดเด่น รองรับทั้งการอยู่อาศัย การจัดตั้งธุรกิจ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่จะบ่มเพาะเทคโนโลยีใหม่ให้เกิดขึ้นในย่านนี้”
นายชาญวิทย์กล่าวต่อว่า ย่านนวัตกรรมอารีย์มี 4 องค์ประกอบสำคัญที่เชื่อมโยงกันแล้วทำให้เกิดความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมมากขึ้น ได้แก่
1. สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ : เป็นที่ตั้งบริษัท หน่วยวิจัย และสตาร์ตอัพ ARITech ที่กระจายตัวอยู่ ครอบคลุมบริษัทชั้นนำระดับนานาชาติ เช่น IBM, ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น, AIS เป็นต้น
2. สินทรัพย์ทางกายภาพ : เป็นพื้นที่ใจกลางเมืองที่เข้าถึงระบบขนส่งมวลชน และมีการใช้พื้นที่แบบผสมผสาน (mixed use)
3. สินทรัพย์ทางเครือข่าย : สร้างการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มองค์กรทางสังคม ที่มีความสนใจในการร่วมพัฒนาย่าน
และ 4. สินทรัพย์ดิจิทัล : พัฒนาวิธีการจัดการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นบนระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งฐานข้อมูลและระบบเครือข่ายที่มีผู้ให้บริการในพื้นที่อย่างแพร่หลาย
ด้านนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. และ NIA มีเป้าหมายที่จะร่วมกันออกแบบนโยบาย และดำเนินงานสร้าง กทม. ให้เป็นเมืองน่าอยู่ ซึ่งองค์ประกอบสำคัญ คือการมีนวัตกรรมเข้ามาช่วยบรรเทาหรือแก้ปัญหา รวมถึงยกระดับสิ่งที่มีความโดดเด่นอยู่แล้วให้มีมูลค่าและเอื้อต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น
“ย่านอารีย์ เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ยกระดับให้เป็น ย่านนวัตกรรม ที่จะนำไปสู่การอยู่อาศัยที่ดีขึ้น บริการสาธารณะที่สะดวกสบาย ศูนย์กลางความทันสมัย การออกแบบเมืองให้เอื้อต่อการจัดตั้งธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อน รวมถึงยังสามารถใช้โอกาสจากการที่เคยถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในย่านที่ดีที่สุดในโลก ต่อยอดเป็นย่านนวัตกรรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทยในระดับนานาชาติได้”
โดย กทม.จะเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบ และเชื่อมโยงให้เกิดความเชื่อมั่นที่จะนำนวัตกรรมมาใช้ ครอบคลุม ถึงการร่วมปั้นย่านนวัตกรรม โดยยึดผลลัพธ์ด้านคน เมือง เศรษฐกิจ และโอกาสใหม่เข้าไว้ด้วยกัน

นายชาญวิทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้ NIA กทม. และหน่วยงานเครือข่าย ต้องการพัฒนาย่านนวัตกรรมอารีย์ให้ได้รับการยอมรับในฐานะ “เมืองฉลาดรู้” (Cognitive City) และเร่งการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีเชิงลึกเพื่อช่วยเพิ่มความโดดเด่นยกระดับให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่พร้อมรองรับธุรกิจนวัตกรรม การลงทุนจากภาครัฐ เอกชน และบริษัทเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
“เราเริ่มนำร่องพื้นที่ย่านอารีย์ให้เป็นพื้นที่ทดลองนวัตกรรม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในการแก้ไขปัญหาเมือง การเพิ่มมูลค่าทางกายภาพที่มีอยู่ภายในย่าน และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหรือกลุ่มองค์กรที่เกี่ยวข้อง”
นอกจากผนึกกำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาย่านนวัตกรรมอารีย์แล้ว ยังมีการดำเนินการจัดกิจกรรมประกวดออกแบบสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาย่านอารีย์ให้น่าอยู่ (ARID Hackathon 2023 : Innovation for well-being) เพื่อส่งเสริมการสร้างและพัฒนาพื้นที่ทดลองนวัตกรรมใน 3 ด้าน คือ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการเชื่อมต่อการสัญจร และด้านความปลอดภัย
โดยทีมที่เข้ารอบ 5 ทีม จากผู้เข้าร่วม 36 ทีม จะได้เข้าร่วมกิจกรรมปรึกษาเมนเทอร์ และนำเสนอผลงาน ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ PARK : D นำเสนอไอเดียด้านการเชื่อมต่อการสัญจรพัฒนาแพลตฟอร์มเปิดพื้นที่ให้เกิดการใช้ที่จอดรถในรูปแบบ “Parking Lot-Sharing” ที่จะเป็นนวัตกรรมต้นแบบที่มีการทดลองในพื้นที่ของย่านอารีย์ต่อไป