Skip to content

ฟันธงกำไร บจ.ฟื้น รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนครึ่งปีหลัง

28 ก.ย. 2566 | 07:35น.
ฟันธงกำไร บจ.ฟื้น รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนครึ่งปีหลัง

เศรษฐกิจไทยปี 2566 ที่ฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า แถมยังเจอหลากหลายปัจจัยลบที่เข้ามา ทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ กระทั่งตัวเลข GDP ในไตรมาส 2 ออกมาต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ ขณะที่ภาพรวมกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา หลายเซ็กเตอร์ก็ออกมาผิดคาด เงินทุนต่างชาติก็ไหลออกเป็นว่าเล่น

ส่วนดัชนีตลาดหุ้นไทยก็ยังอยู่แถว ๆ “1,500 จุด” มาถึงตอนนี้ก็ใกล้จะจบไตรมาส 3 และเตรียมเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายปลายปีแล้ว ตลาดหุ้นไทยจะไปต่อได้แค่ไหน

หุ้นไทยติดกับดัก “1,500 จุด”

โดย “ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด และนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) กล่าวว่า ผลประกอบการ บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยในปี 2566 ตลาดคาดการณ์ว่า กำไร บจ. โดยรวม อาจจะติดลบประมาณ 1% เพราะถูกกดดันจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ

ทั้งเงินบาทที่อ่อนค่า และส่งออกที่ติดลบ 10 เดือนติดต่อกัน แต่ในปี 2567 คาดว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น กำไร บจ. น่าจะเติบโตได้ประมาณ 15% จากฐานต่ำและจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

“ถ้าตลาดหุ้นดี จะเป็นกระจกสะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเจนว่า ช่วง 10 ปีที่หุ้นไทยไม่ไปไหนเลย ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่เรียกได้ว่า โตช้าเกือบจะที่สุดในอาเซียน ส่วนหุ้นไทยที่ติดกับดัก 1,500 จุด ก็เป็นเรื่องน่าแปลกใจ เพราะทุกครั้งเวลาได้รัฐบาลใหม่ และยิ่งเป็นรัฐบาลที่มาพร้อมนโยบายหลายอย่าง

ปกติจะต้องสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนได้ แต่วันนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่ อย่างไรก็ดี ถ้าตลาดทุนเชื่อมั่นเมื่อไหร่ว่า นายกรัฐมนตรี สามารถทำให้เศรษฐกิจไทยกลับไปโตระดับ 4-5% ต่อปีได้ หุ้นก็พร้อมจะวิ่งทันที เพราะตลาดหุ้นเป็นการซื้ออนาคต”

กำไร บจ.พ้นจุดต่ำสุด

“สุกิจ อุดมศิริกุล” กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) กล่าวว่า คาดว่า กำไร บจ. ปี 2566 จะเติบโต 7% ต่อปี (YOY) เทียบกับ consensus ที่คาดว่าจะติดลบ 3% โดยกำไร บจ. ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ จะฟื้นตัวดีกว่าครึ่งปีแรก โดยผลประกอบการไตรมาส 2/2566 เป็นจุดต่ำสุดของปีไปแล้ว

ดังนั้น ไตรมาส 3-4 จะเป็นการฟื้นตัวชัดเจน ซึ่งคาดการณ์กำไรเฉพาะครึ่งปีหลังจะเติบโต 11% จากครึ่งปีแรก และเติบโตกว่า 62% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีที่แล้ว จากฐานที่ต่ำ และมีสัญญาณของพัฒนาการเชิงบวกในไตรมาส 4

“หุ้นกลุ่มพาณิชย์ การแพทย์ และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไร ทั้งนี้ คาดว่าหุ้น 4 เซ็กเตอร์หลัก จะมีกำไรฟื้นตัวโดดเด่นและแนะนำลงทุนในครึ่งปีหลัง คือ 1.พลังงาน ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแรง 2.ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 3.ท่องเที่ยว และ 4.การแพทย์”

สำหรับกำไร บจ. ปี 2567 “สุกิจ” กล่าวว่า คาดว่าจะเติบโต 17% เทียบ consensus ที่คาดเติบโต 15% โดยได้รับการสนับสนุนจากมาตรการทางเศรษฐกิจในประเทศ นอกจากนี้ มาร์จิ้นที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจะช่วยสนับสนุนให้กำไรเติบโตด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ประเมิน GDP ปีหน้าโต 4.1% ส่วนปีนี้คาดจะโตแค่ 2.7%

“เราประเมินดัชนี SET Index สิ้นปีนี้ 1,650 จุด เงินทุนต่างชาติเริ่มกลับมา และมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนปีหน้าคาด SET แตะ 1,750 จุดได้”

หวังมาตรการกระตุ้น ศก.หนุน

“ภราดร เตียรณปราโมทย์” รองผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า กำไร บจ. ปีนี้คาดจะอยู่ที่ 1.09 ล้านล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8% YOY หลังจากภาพครึ่งปีแรก บจ. โดยรวมภายใต้การวิเคราะห์ของบริษัท มีกำไร 4.96 แสนล้านบาท ลดลง 23% YOY

แต่คาดว่าครึ่งปีหลัง กำไร บจ. จะสามารถเติบโตได้ราว 19% จากช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่ปีหน้ากำไร บจ. คาดว่าจะเติบโต 12% แตะระดับ 1.22 ล้านล้านบาท บนสมมุติฐานกำไรต่อหุ้น (EPS) ปีนี้ 88.6 บาท และปีหน้า 99.8 บาท

“กำไร บจ. จะเห็นว่า ในไตรมาส 2 ปีนี้ปรับตัวลดลง 17% เหลือ 2.4 แสนล้านบาท จากไตรมาส 1 มีกำไร 2.72 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดี เชื่อว่าทิศทางครึ่งปีหลัง มีโอกาสที่กำไร บจ. จะเติบโตดีขึ้น ด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ที่จะเป็นจุดพีก หลังมีรัฐบาลเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการออกมาตรการกระตุ้น อาทิ ฟรีวีซ่านักท่องเที่ยว เป็นต้น

ขณะที่ภาพดอกเบี้ยนโยบายน่าจะชะลอการปรับขึ้นแล้ว ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแรงเกิน 20% โดยช่วงไตรมาส 3 ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 85 เหรียญต่อบาร์เรล จากไตรมาส 2 เฉลี่ยอยู่ที่ 77 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งช่วยท็อปอัพกำไรที่ดีขึ้นพอสมควร”

สำหรับช่วงไตรมาส 3 กลุ่มหุ้นที่มีกำไรโดดเด่นรับช่วงหน้าไฮซีซั่น คือ กลุ่มส่งออก เกษตร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และการแพทย์ ส่วนกลุ่มโรงกลั่น น้ำมัน จะเด่นขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันปรับขึ้นแรง ส่วนในไตรมาส 4 กลุ่มที่มีกำไรโดดเด่น คือ ท่องเที่ยวและค้าปลีก

“คงต้องระวังความเสี่ยงที่จะเข้ามากระทบกำไร บจ. ประกอบด้วย 1.ภัยธรรมชาติที่จะกดดันกำลังซื้อของประชาชนหายไป 2.ต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงมาก 3.ภาวะยืดเยื้อของสงครามรัสเซียยูเครนกดดันราคาน้ำมันสูงนาน และ 4.ประเทศไทยอาจถูกปรับลดเครดิตเรตติ้ง กระทบต้นทุนการเงินสูงขึ้น หากยังไม่มีความชัดเจนของเงินทุนที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจตามที่หาเสียงไว้”