เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตรวจผลสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 5 ปี งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
Finance ตรวจผลสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 5 ปี งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
เปิดโผหุ้น 4 ธีมเด่น รับมือตลาดผันผวน ชูปันผล-พลังงาน-นโยบายรัฐ-Laggard
Finance เปิดโผหุ้น 4 ธีมเด่น รับมือตลาดผันผวน ชูปันผล-พลังงาน-นโยบายรัฐ-Laggard
BEM เปิดพื้นที่โซลาร์ฟาร์มต้อนรับผู้บริหารจาก รฟม.
Uncategorized BEM เปิดพื้นที่โซลาร์ฟาร์มต้อนรับผู้บริหารจาก รฟม.
อินเตอร์โกลด์ จับมือกรุงไทย เปิดหักบัญชีอัตโนมัติ ซื้อขาย-ออมทองออนไลน์ 24 ชม.
Finance อินเตอร์โกลด์ จับมือกรุงไทย เปิดหักบัญชีอัตโนมัติ ซื้อขาย-ออมทองออนไลน์ 24 ชม.
สนค. เปิดระบบ ‘ใกล้เก็บเกี่ยว’ ใช้ AI บริหารราคาสินค้าเกษตร นำร่องข้าวก่อน
Economic สนค. เปิดระบบ ‘ใกล้เก็บเกี่ยว’ ใช้ AI บริหารราคาสินค้าเกษตร นำร่องข้าวก่อน
เอเอเอส กรุ๊ป คว้าสิทธิ์ นำเข้า-ขายรถจีน ‘VOYAH’ เสริมทัพอีกแบรนด์
Automotive เอเอเอส กรุ๊ป คว้าสิทธิ์ นำเข้า-ขายรถจีน ‘VOYAH’ เสริมทัพอีกแบรนด์
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
ตลาดหลักทรัพย์ฯ แขวน SP หุ้น ECF จับตาเสี่ยงถูกเพิกถอน หลังส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ 421 ล้านบาท
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ แขวน SP หุ้น ECF จับตาเสี่ยงถูกเพิกถอน หลังส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ 421 ล้านบาท
EIC ฟันธง ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ย ปรับ GDP ไทยโตขึ้น-SMEs เปราะบาง
Finance EIC ฟันธง ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ย ปรับ GDP ไทยโตขึ้น-SMEs เปราะบาง
จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
Finance จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
ดูทั้งหมด

กนง.มติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 2.50% ปรับจีดีพีปี 66 เหลือ 2.8%

27 ก.ย. 2566 | 14:06น.
แบงก์ชาติ

กนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 2.25% เป็น 2.50% ต่อปี ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี 2566 เหลือโต 2.8% จากครั้งก่อนหน้านี้คาดโต 3.6% ส่วนปี 2567 ปรับเพิ่มเป็น 4.4% จากครั้งก่อนคาด 3.8%

วันที่ 27 กันยายน 2566 นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการมีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 0.25% ต่อปี จาก 2.25% ต่อปี เป็น 2.50% ต่อปี และปรับคาดการณ์จีดีพีปี 2566 อยู่ที่ 2.8% จาก 3.6% และในปี 2567 อยู่ที่ 4.4% จาก 3.8%

เศรษฐกิจไทยในภาพรวมอยู่ในทิศทางฟื้นตัว แม้จะขยายตัวชะลอลงในปีนี้จากอุปสงค์ต่างประเทศ โดยอัตราการขยายตัวในปี 2567 จะเพิ่มสูงขึ้นจากทั้งอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ ด้านอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 2567 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจกอปรกับแรงกดดันด้านอุปทานจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทั้งนี้ ต้องติดตามแรงส่งเพิ่มเติมจากนโยบายภาครัฐต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

คณะกรรมการประเมินว่าในบริบทที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวกลับเข้าสู่ระดับศักยภาพ นโยบายการเงินควรดูแลให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายอย่างยั่งยืน และช่วยเสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว รวมทั้งรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงินในการรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า จึงเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี ในการประชุมครั้งนี้

เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว 2.8% และ 4.4% ในปี 2566 และ 2567 ตามลำดับ โดยมีแรงส่งสำคัญจากการบริโภคภาคเอกชน สำหรับปีนี้การขยายตัวของเศรษฐกิจชะลอลงจากภาคการส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ส่วนหนึ่งจากเศรษฐกิจจีนและวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่ฟื้นตัวช้า อย่างไรก็ดี อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะเร่งสูงขึ้นในปี 2567 จากอุปสงค์ในประเทศ ภายใต้บริบทที่ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องและภาคการส่งออกสินค้ากลับมาขยายตัว อีกทั้งจะได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากนโยบายภาครัฐ

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในกรอบเป้าหมาย และคาดว่าจะอยู่ที่ 1.6% และ 2.6% ในปี 2566 และ 2567 ตามลำดับ โดยมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำในปี 2566 จากผลของมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐและผลของฐานที่สูงในปีก่อนหน้า ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นในปี 2567 โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 1.4% และ 2.0% ในปี 2566 และ 2567 ตามลำดับ

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านสูง โดยเฉพาะในปี 2567 จากแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่อาจเพิ่มขึ้นจากนโยบายภาครัฐ และต้นทุนราคาอาหารที่อาจปรับสูงขึ้นหากปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงกว่าคาด

ระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ ธนาคารพาณิชย์มีระดับเงินกองทุนและเงินสำรองที่เข้มแข็ง แต่ต้องติดตามพัฒนาการของคุณภาพสินเชื่อที่อาจได้รับแรงกดดันจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการ SMEs และครัวเรือนบางส่วนที่ยังเปราะบางจากภาระหนี้ที่สูงขึ้น และรายได้ที่ฟื้นตัวช้า คณะกรรมการสนับสนุนการดำเนินมาตรการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมาตรการเฉพาะจุดและแนวทางแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนสำหรับกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะมาตรการการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending)

ภาวะการเงินโดยรวมตึงตัวขึ้นบ้าง แต่ยังเอื้อต่อการระดมทุนของภาคเอกชนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนโน้มสูงขึ้น สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่สินเชื่อภาคเอกชนชะลอลงหลังจากที่เร่งไปมากในช่วงวิกฤต แต่ประเมินว่าจะฟื้นตัวสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ด้านตลาดการเงินมีความผันผวนสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับเพิ่มขึ้น และอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์อ่อนค่า ส่วนหนึ่งตามทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ประกอบกับนักลงทุนรอความชัดเจนของนโยบายภาครัฐที่อาจมีนัยต่อเศรษฐกิจและเสถียรภาพด้านการคลังในอนาคต

ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพ และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการประเมินว่าการทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมาจนถึงการประชุมครั้งนี้ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าจะพิจารณาให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่อาจได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากนโยบายภาครัฐ