เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ถอดรหัสมติ 5  ต่อ 2 อนุฯ ชุดที่ 36 ยกคดีฮั้ว สว.
Politics ถอดรหัสมติ 5 ต่อ 2 อนุฯ ชุดที่ 36 ยกคดีฮั้ว สว.
พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เปิดเกมปราบเว็บเถื่อน ชี้ผู้ใช้เสี่ยงภัยไซเบอร์ 6 เท่า
Biz Movement พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เปิดเกมปราบเว็บเถื่อน ชี้ผู้ใช้เสี่ยงภัยไซเบอร์ 6 เท่า
สันติธาร มอง ‘Data Center’  ผ่าน 3 เลนส์ แนะ ‘ไทย’ รับอย่างไรให้คุ้ม
Tech สันติธาร มอง ‘Data Center’ ผ่าน 3 เลนส์ แนะ ‘ไทย’ รับอย่างไรให้คุ้ม
3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
Politics 3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
HR เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
รบ.แจ้งคืบหน้าเออร์ลี่รีไทร์ ขรก. เล็ง 2 กลุ่ม ได้เงินสูงสุด 12 เท่า แลกเงื่อนไขห้ามกลับเข้ารัฐ
Politics รบ.แจ้งคืบหน้าเออร์ลี่รีไทร์ ขรก. เล็ง 2 กลุ่ม ได้เงินสูงสุด 12 เท่า แลกเงื่อนไขห้ามกลับเข้ารัฐ
ราคาทองวันนี้ (5 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,950 บาท
เส้นทางวิบาก 28 ปี กกต. กรรมการติดคุก – ถูกวางระเบิด  
Politics เส้นทางวิบาก 28 ปี กกต. กรรมการติดคุก – ถูกวางระเบิด  
2 ทายาทแสนสิริ เดินเกมใหญ่-รุกธุรกิจไลฟ์สไตล์
Real Estate 2 ทายาทแสนสิริ เดินเกมใหญ่-รุกธุรกิจไลฟ์สไตล์
มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
ดูทั้งหมด

ยุทธศาสตร์ “อียู” ลดขยะพลาสติก 26 ล้านตัน/ปี

05 เม.ย. 2561 | 20:33น.

คอลัมน์ ช่วยกันคิด

โดย สนง.ที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ

ช่วง 50 ปีที่ผ่านมา พลาสติกเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก โดยในปี 2559 การผลิตพลาสติกทั่วโลกมีจำนวน 322 ล้านตัน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในอีก 20 ปีข้างหน้า

แต่ทว่าพลาสติกส่วนใหญ่กลับถูกนำมาใช้ประโยชน์เพียงครั้งเดียว เช่น ถุงพลาสติก แก้วน้ำ ขวด หลอด มีด และส้อมพลาสติก เป็นต้น ซึ่งขยะเหล่านั้นจะต้องใช้เวลานานนับหลายร้อยปีกว่าจะย่อยสลายได้

ทุก ๆ ปี ปริมาณขยะพลาสติกทั่วโลกมีมากกว่า 300 ล้านตัน ซึ่งบางส่วนได้แตกสลายกลายเป็นพลาสติกเศษเล็กเศษน้อย หรือเรียกว่าไมโครพลาสติก (microplastic) ที่สามารถปลิวไปตามอากาศ ในขณะเดียวกัน ขยะพลาสติกราว 5-13 ล้านตัน ถูกทิ้งลงสู่ท้องทะเล หรือคิดเป็นร้อยละ 80 ของขยะในทะเลทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อมนุษย์ สัตว์ และระบบนิเวศเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการรับสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายด้วยการหายใจ การรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อน การกินขยะพลาสติกของนกและปลาในทะเล รวมทั้งการสะสมของไมโครพลาสติกในดินหรือแหล่งน้ำ

ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตพลาสติกยุโรป ระบุว่า ชาวยุโรปทิ้งขยะพลาสติกประมาณ 26 ล้านตัน/ปี โดยมีขยะพลาสติกไม่ถึงร้อยละ 30 ที่ถูกส่งออกไปยังประเทศที่สามที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมต่ำกว่ายุโรป เพื่อทำการรีไซเคิล ส่วนขยะที่เหลือจะถูกกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบหรือเผาในเตา

นอกจากนี้ กระบวนการผลิตและทำลายพลาสติกได้ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 400 ล้านตัน/ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

ในขณะที่ความต้องการใช้พลาสติกรีไซเคิลในยุโรปมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับความต้องการใช้พลาสติกทั้งหมด

อีกทั้งผู้ประกอบการเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านการตลาดและราคา ทำให้การลงทุนเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการรีไซเคิลพลาสติกไม่คุ้มค่า

แนวทางการผลิต ใช้ และกำจัดพลาสติกที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศและสุขภาพมนุษย์รวมทั้งสร้างความสูญเสียโอกาส

ทางเศรษฐกิจจากการไม่ได้นำกลับมาใช้ใหม่ หนทางที่จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ในระยะยาว คือต้องลดขยะพลาสติกโดยนำมารีไซเคิลและใช้ซ้ำเพิ่มขึ้น

คณะกรรมาธิการยุโรปนำเสนอยุทธศาสตร์การจัดการพลาสติกของยุโรป เพื่อลดขยะพลาสติกทั้งทางบก ตามแหล่งน้ำ และในท้องทะเล รวมทั้งเพื่อสร้างโอกาสด้านการพัฒนานวัตกรรม พัฒนาความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มการจ้างงานในยุโรป

กลยุทธ์ดังกล่าวยังช่วยให้สหภาพยุโรปก้าวขึ้นมาเป็นแนวหน้าของโลกในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก เปลี่ยนไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มีคาร์บอนต่ำ รวมทั้งทำให้ประชากรยุโรปมีสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ยุทธศาสตร์การจัดการพลาสติกของยุโรป-เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561

คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอ “ยุทธศาสตร์การจัดการพลาสติกของยุโรป (A Europeon Strategy for Plastic)” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกครองสิ่งแวดล้อมจากมลพิษพลาสติก สนับสนุนความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสทางธุรกิจผ่านการปรับเปลี่ยนการออกแบบ การผลิต การใช้ และการนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ รวมทั้งการเสริมสร้างโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ และเพิ่มการจ้างงานในยุโรป

คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดเป้าหมายที่สำคัญ คือ บรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดในตลาดสหภาพยุโรปไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2573 นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ลดการใช้

พลาสติกแบบครั้งเดียว (singte-use plastics) และจำกัดการใช้ไมโครพลาสติกแบบเจตนาอีกด้วย

แผนการดำเนินงานของสหภาพยุโรปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ได้กำหนดไว้ ดังนี้

(1) การทำธุรกิจรีไซเคิลให้มีกำไร

พัฒนากฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มการใช้พลาสติกรีไซเคิลในตลาดมากขึ้น รวมทั้งจัดตั้งศูนย์รีไซเคิลที่มีระบบและมาตรฐานที่ดีสำหรับการจัดเก็บและคัดแยกขยะพลาสติกที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อุตสาหกรรมพลาสติกยุโรปมีความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น

(2) ลดขยะพลาสติก

จัดทำกฎระเบียบด้านการจัดการการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียว (single-use plastics) กำหนดมาตรการเพื่อลดการใช้อุปกรณ์การประมงแบบใช้แล้วทิ้ง รณรงค์การลดขยะพลาสติกในประเทศสมาชิกจำกัดการใช้ไมโครพลาสติกในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กำหนดแนวทางการคิดฉลากพลาสติกที่สลายตัวได้ทางชีวภาพ (compostable plastics) และพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (biodegradable plastics) รวมทั้งนำเสนอแนวทางการจัดการขยะพลาสติกแต่ละประเภทอย่างถูกวิธีแก่ผู้บริโภค

(3) ยับยั้งการทิ้งขยะลงทะเล

จัดทำกฎระเบียบด้านศูนย์กำจัดของเสียที่ท่าเรือ โดยมุ่งเน้นการจัดการปัญหาขยะในท้องทะเล พัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ท่าเรือ และกำหนดให้ขยะบนเรือหรือขยะจากการทำประมง เช่น อุปกรณ์จับปลาที่ไม่ใช้แล้ว เป็นต้น ต้องถูกนำขึ้นฝั่งและมีการจัดการอย่างเหมาะสม

(4) สนับสนุนการลงทุนและนวัตกรรม

ให้คำแนะนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศสมาชิก และภาคธุรกิจในยุโรปในการลดขยะพลาสติก ณ แหล่งผลิต

สนับสนุนการพัฒนาด้านนวัตกรรมผ่านการให้เงินทุน 100 ล้านยูโร เพื่อพัฒนาวัสดุพลาสติกอัจฉริยะที่มาจากการรีไซเคิล การเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการรีไซเคิล รวมถึงพัฒนาการติดตาม กำจัดสารอันตราย และสิ่งปนเปื้อนออกจากพลาสติกรีไซเคิล

(5) กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก

สหภาพยุโรปจะให้ความร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก

ส่งเสริมการนำแนวทางปฏิบัติที่ดีไปใช้สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกหมุนเวียน การลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัย และผลักดันให้มีมาตรฐานระดับนานาชาติ

ยุทธศาสตร์ข้างต้นจะนำอุตสาหกรรมพลาสติกของยุโรปไปสู่ทิศทางที่ชาญฉลาด มุ่งเน้นนวัตกรรม และความยั่ง

ยืนผ่านการออกแบบ (designed) และการผลิต (produced) ที่คำนึงถึงการนำมาใช้ซ้ำ (reuse)

การซ่อมแซม (repair) และรีไซเคิล (recycle) ซึ่งเป็นแนวทางที่จะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจ และเพิ่มการจ้างงานในยุโรป

การส่งเสริมการใช้พลาสติกรีไซเคิลจะช่วยให้สหภาพยุโรปสามารถลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นไปตามพันธสัญญาของสหภาพยุโรปที่ต้องการก้าวไปสู่สังคมที่มีคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียน (low-carbon and circular economy) รวมทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (2030 Sustainable Development Goals) และความตกลงปารีส (Paris Agreement) ว่าด้วยการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อุตสาหกรรมอาหารกับการลดขยะพลาสติก-ข้อมูลสถิติปี 2558 พบว่า ขยะพลาสติกในยุโรปร้อยละ 60 มาจากบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ฟิล์มห่อหุ้มอาหาร กล่อง ถุง ซอง หรือขวดน้ำพลาสติก เป็นต้น โดยส่วนใหญ่มีการใช้เพียงครั้งเดียว ยุทธศาสตร์การจัดการพลาสติกของสหภาพยุโรปจะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการอาหาร-เครื่องดื่มในยุโรปกระตือรือร้นในการปรับตัว เริ่มตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยใช้พลาสติกจากการรีไซเคิลมากยิ่งขึ้น พลาสติกที่ใช้น้ำ หรือพลาสติกที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ โรงงานผลิตพลาสติกจำเป็นต้องปรับปรุงเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของการใช้พลาสติกที่เปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในประเทศที่สามจำเป็นต้องเตรียมพร้อมเช่นกัน เนื่องจากสหภาพยุโรปกำหนดให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกต้องสามารถใช้ซ้ำหรือนำกลับมารีไซเคิลได้ มีผลครอบคลุมถึงสินค้าที่นำเข้าจากประเทศที่สามที่วางจำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรป โดยกฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2573 เป็นต้นไป

นโยบายลดขยะพลาสติกและสนับสนุนการใช้พลาสติกหมุนเวียนของสหภาพยุโรปถือเป็นโอกาสทางธุรกิจในการเปลี่ยนไปสู่ทิศทางการค้าแบบยั่งยืน ช่วยประหยัดต้นทุน และเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทในการปกป้องสิ่งแวดล้อม

ร้านค้าขายปลีกในยุโรปหลายประเทศ เช่น เดนมาร์ก ฟินแลนด์ และไอร์แลนด์ เป็นต้น รณรงค์ให้ผู้บริโภคหันมาใช้ถุงผ้าหรือถุงกระดาษแทนถุงพลาสติก ส่งผลให้อัตราการใช้ถุงพลาสติกต่อคนลดลงอย่างมาก

ซูเปอร์มาร์เก็ต M&S ในสหราชอาณาจักร ประกาศเปลี่ยนแบบบรรจุภัณฑ์อาหารในร้านมากกว่า 140 แบบเพื่อให้มีขนาดเล็กลงด้วยการลดอากาศในถุง โดยน้ำหนักอาหารยังคงเท่าเดิม ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลาสติกได้มากถึง 75 ตัน/ปี

บริษัท Danone ผู้ผลิตน้ำดื่มเอเวียง (evian) ในประเทศฝรั่งเศส ตั้งเป้าหมายว่าจะใช้ขวดที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลทั้งหมดภายในปี 2568

ประเทศไทยกับขยะพลาสติก-ไทยติดอันดับที่ 6 ของประเทศที่ปล่อยขยะลงสู่ทะเลมากที่สุดในโลก โดยขยะส่วนใหญ่มาจากแหล่งท่องเที่ยว (เช่น ขวดน้ำพลาสติก ขวดแก้ว โฟม) และขยะจากการทำประมง (เช่น อวน เชือก) ซึ่งยังไม่รวมขยะอื่น ๆ ที่พบในทะเล เช่น ถุง พลาสติก ฝาน้ำ ฯลฯ ในปี 2559 มีขยะไหลสู่ทะเลไทยราว 2.83 ล้านตัน โดยร้อยละ 12 เป็นขยะพลาสติก

ปัญหาขยะพลาสติกในประเทศไทยเกิดจากการขาดการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ ประชาชนใช้พลาสติกอย่างฟุ่มเฟือย โดยขาดความตระหนักถึงผลกระทบที่ตามมา ขาดแรงจูงใจในการคัดแยกขยะ และขาดนวัตกรรมที่จะนำไปสู่การลดขยะพลาสติก

การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ อุตสาหกรรม ร้านค้า และผู้บริโภค โดยตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดขยะ สนับสนุนการนำพลาสติกหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่หรือนำไปรีไซเคิลเพิ่มขึ้น

ปรับปรุงการออกแบบเพื่อใช้บรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุด ลดการใช้พลาสติกและเปลี่ยนมาใช้วัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่ายแทน เช่น เส้นไยธรรมชาติที่ผลิตจากกัญชง ป่าน ปอ กาบกล้วย ฯลฯ

ที่สำคัญต้องปลูกฝังจิตสำนึกในการลดและผลิตใช้พลาสติก รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะอย่างถูกวิธีแก่ประชาชน

หมายเหตุ – ข้อมูลจากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป