เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

แบงก์ขึ้นดอกกู้สะเทือน SMEs โบรกฯ ประเมินกำไร Q3 ทะลุ 5 หมื่นล้าน

07 ต.ค. 2566 | 13:21น.

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 มีมติเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ทำให้ดอกเบี้ยขึ้นมาอยู่ที่ 2.50% เป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี พร้อมส่งสัญญาณว่า อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับเหมาะสมแล้ว

โดย “เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% เป็นระดับที่เป็นกลาง เหมาะสมกับบริบทเศรษฐกิจระยะยาว

จากมติ กนง.ดังกล่าว ส่งผลให้บรรดาธนาคารพาณิชย์มีการทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ย ทั้งเงินฝากและเงินกู้ตาม ๆ กันมา ขณะที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) ยังไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ เนื่องจากได้รับการร้องขอจากรัฐบาลให้ตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ก่อน อย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2566 นี้

ดังนั้น จึงทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์กับแบงก์รัฐมีความแตกต่างกันมากขึ้น (ดูตาราง) โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของแบงก์รัฐยังอยู่ต่ำกว่า 7% ต่อปี ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ของแบงก์พาณิชย์ขยับขึ้นไปเกิน 7% หมดแล้ว

“ผยง ศรีวณิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารยืนหยัดดูแลช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งครัวเรือนบางส่วนที่ยังมีความเปราะบางจากภาระหนี้ที่สูงขึ้นและรายได้ฟื้นตัวช้า รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการความช่วยเหลือแบบเฉพาะกลุ่ม เพื่อให้ลูกค้าได้รับความช่วยเหลือแบบตรงจุดและทันท่วงที และมาตรการช่วยเหลือพิเศษเพื่อแก้หนี้อย่างยั่งยืน

“ธนาคารจะเสนอแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้และความเสี่ยงของลูกค้า พร้อมดำเนินนโยบายด้านสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรม (responsible lending) เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน”

ขณะที่ “ขัตติยา อินทรวิชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในภาวะแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ธนาคารยังดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาระดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีมาตรการไว้รองรับ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้มีผลกระทบมาก และการช่วยเหลือยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ รวมถึงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังเป็นไปตามเป้าหมาย

อัตราดอกกเบี่ย

“สินเชื่อกลุ่มที่ยังคงต้องติดตามและดูแลอย่างใกล้ชิด ยังคงเป็นกลุ่มธุรกิจ SMEs ที่ยังคงมีความเปราะบาง และสินเชื่อมีอัตราการเติบโตค่อนข้างช้า”

ด้านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แถลงว่า การช่วยเหลือ SMEs ให้เข้าถึงสินเชื่อมีความจำเป็นมากกว่าการพักชำระหนี้ เนื่องจาก SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ยังฟื้นตัวได้ช้า และยังเข้าถึงสินเชื่อได้ไม่เต็มที่ เห็นได้จากยอดสินเชื่อ SMEs ที่ยังหดตัว และการสำรวจความเห็นของ SMEs โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่พบว่าต้องการเข้าถึงสินเชื่อมากกว่าการพักชำระหนี้

โดยควรสนับสนุนผลักดันให้กิจการของ SMEs สามารถมีความพร้อมรองรับโอกาสจากเศรษฐกิจที่กำลังเข้าสู่ high season ของภาคการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ และการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของรัฐบาลด้วยเม็ดเงินถึง 5.6 แสนล้านบาทในช่วงต้นปีหน้า

ทั้งนี้ ที่ประชุม กกร.เสนอให้รัฐบาลใช้กลไกของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ขยายการค้ำประกันสินเชื่อให้ SMEs เพิ่มอัตราการค้ำประกันจาก 30% เป็น 50-60% โดยบูรณาการการใช้กองทุนของ สสว.เป็นองค์รวม ช่วยสนับสนุนค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อลดต้นทุน และช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs

ด้าน “ธนเดช รังษีธนานนท์” Director of Research บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดการณ์กำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/2566 ของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 8 บริษัท ประกอบด้วย SCB, KBANK, BBL, KTB, TTB, KKP, TISCO, TCAP จะอยู่ที่ 51,000-52,000 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10-15% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) แต่ปรับตัวลดลง 5% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า (QOQ)

โดยสาเหตุที่กำไรปรับตัวลดลง QOQ สืบเนื่องจากแบงก์จะมีกำไรจากพอร์ตลงทุนลดลง ตามการปรับมูลค่าตามราคาตลาด (mark to market) ขณะที่ช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ก็มีแบงก์ใหญ่รับรู้พอร์ตลงทุนไปค่อนข้างมาก

นอกจากนั้น โดยปกติแล้วในช่วงครึ่งปีหลัง แบงก์จะมีค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่สูงขึ้นด้วย จึงเป็น 2 เหตุผลหลักที่กดดันกำไร แม้ว่าพอร์ตสินเชื่อจะสามารถเติบโตได้ประมาณ 1% และมาร์จิ้นของแบงก์ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการปรับขึ้นดอกเบี้ย

“SCB จะเป็นตัวฉุดกำไรในภาพรวม เพราะ 1.สำรองหนี้ที่ยังสูง 2.เงินลงทุนลดลงจาก mark to market และ 3.ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น”

“ธนเดช” กล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมรายได้ค่าธรรมเนียมของแบงก์ยังแค่ทรง ๆ ตัว โดยถูกกดดันจากรายได้ค่าธรรมเนียมตลาดทุน ตามภาวะตลาดหุ้นไทยที่มีความผันผวนสูง วอลุ่มน้อย แต่จะได้รับประโยชน์จากรายได้ค่าธรรมเนียมการขายประกัน (แบงก์แอสชัวรันส์) เข้ามาช่วยได้บ้าง

“ส่วนทิศทางหนี้เสีย (NPLs) ค่อนข้างนิ่ง ทรง ๆ ตัวอยู่ที่ 3.6-3.7% เมื่อเทียบไตรมาส 2 แต่จากการที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า อาจจะยังเห็นเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นจากฝั่งเอสเอ็มอีและรายย่อยที่เป็นกลุ่มเปราะบางได้ แต่ก็ยังไม่เป็นกังวล” Director of Research บล.พายกล่าว