เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,550 บาท
DAKS Top Spender ดินเนอร์มื้อพิเศษ by เชฟโบ
Biz Movement DAKS Top Spender ดินเนอร์มื้อพิเศษ by เชฟโบ
FEED X KHAOSODAWARDS 2026 ขับเคลื่อนวงการบันเทิงไทย
Biz Movement FEED X KHAOSODAWARDS 2026 ขับเคลื่อนวงการบันเทิงไทย
‘กรุงเทพธนาคม’ เดินหน้าโอนรถไฟฟ้าสีเขียว-สีทองให้ รฟม. วางรากฐานธุรกิจใหม่เพื่อคนกรุง
Economic ‘กรุงเทพธนาคม’ เดินหน้าโอนรถไฟฟ้าสีเขียว-สีทองให้ รฟม. วางรากฐานธุรกิจใหม่เพื่อคนกรุง
GISTDA เปิดภาพถ่ายดาวเทียม พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังสูงหลายจังหวัด
News GISTDA เปิดภาพถ่ายดาวเทียม พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังสูงหลายจังหวัด
คมนาคมเอาจริง! 1 ต.ค. ผู้ให้บริการแอปเรียกรถ ต้องทำตามกฎหมาย ใช้กติกาเดียวกัน
Tech คมนาคมเอาจริง! 1 ต.ค. ผู้ให้บริการแอปเรียกรถ ต้องทำตามกฎหมาย ใช้กติกาเดียวกัน
พาณิชย์สระแก้วลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ลำไย หลังฝนตกต่อเนื่องทำผลผลิตเสียหาย
เศรษฐกิจภูมิภาค พาณิชย์สระแก้วลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ลำไย หลังฝนตกต่อเนื่องทำผลผลิตเสียหาย
อยุธยาอ่วม 6 อำเภอ หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบาย ชุมชนวัดจุฬามณี น้ำขึ้นสูง 1 เมตร
เศรษฐกิจภูมิภาค อยุธยาอ่วม 6 อำเภอ หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบาย ชุมชนวัดจุฬามณี น้ำขึ้นสูง 1 เมตร
หุ้นไทยยังไร้ปัจจัยบวก จับตายีลด์-น้ำมันพุ่ง-บาทอ่อนกดฟันด์โฟลว์
Finance หุ้นไทยยังไร้ปัจจัยบวก จับตายีลด์-น้ำมันพุ่ง-บาทอ่อนกดฟันด์โฟลว์
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

เรือประมงอินโดลอบจับปลาน่านน้ำไทย ชี้คุมเข้มกฎ IUU ทำสัตว์ทะเลเพิ่ม

09 ต.ค. 2566 | 12:44น.
เรือประมงอินโดนีเซีย

เรือหลวงแกลง จับกุมเรือประมงอินโดนีเซีย 3 ลำ ลักลอบจับปลาทู ในเขตน่านน้ำไทยฝั่งอันดามัน หลังคุมเข้มกฎ IUU Fishing ทำสัตว์น้ำในทะเลเพิ่ม

วันที่ 9 ตุลาคม 2566 พลเรือโท สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3/ผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 (ศรชล.ภาค 3) พลเรือตรี ภุชงค์ รอดนิกร รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3/ผบ.กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 3 แถลงข่าวการจับกุม เรือประมงอินโดนีเซีย จำนวน 3 ลำ พร้อมลูกเรือ 40 คน ลักลอบทำการประมงในน่านน้ำไทย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน ศรชล.ภาค 3 เข้าร่วม ณ ท่าเรือรัษฎา อำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ต

จับเรือประมงสัญชาติอินโดฯ 3 ลำ

พลเรือตรี ภุชงค์ รอดนิกร รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3/ผบ.กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า การปฏิบัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของทัพเรือภาคที่ 3 เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ ที่ให้มีการบูรณาการประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแล โดยเฉพาะศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 ซึ่งในเรื่องของการป้องกันการกระทำความผิดลักลอบเข้ามาทำการประมงผิดกฎหมาย

โดยเฉพาะเรือประมงของประเทศเพื่อนบ้านอินโดนีเซีย เข้ามาในพื้นที่เป็นประจำ การปฏิบัติการได้ทำการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 เวลา18.30น. ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับแจ้งข้อมูลจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า ตรวจพบกลุ่มเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซียจำนวน 3 ลำ มีพฤติกรรมเข้ามาทำการประมงบริเวณเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย บริเวณทางทิศตะวันตกจากแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ตระยะประมาณ 46 ไมล์ทะเล

จากนั้น พลเรือโท สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 จึงได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 3 จัดเครื่องบินลาดตระเวนแบบที่ 1 (DO-228) สนับสนุนศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 ขึ้นบินลาดตระเวนตรวจสอบกลุ่มเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซียดังกล่าว

ให้ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดภูเก็ต แจ้งศูนย์ PIPO ภูเก็ต เพื่อแจ้งเรือประมงไทย ที่ทำการประมงในพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์และติดตามพฤติกรรมของกลุ่มเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย รวมทั้งให้หมวดเรือเฉพาะกิจ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 จัดเตรียมเรือหลวงแกลง ซึ่งเป็นเรือในบัญชีกำลัง ให้พร้อมออกเรือปฏิบัติภารกิจเมื่อได้รับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม

ต่อมาเวลา 11.50 น. เครื่องบินลาดตระเวนแบบที่ 1 ได้รายงานการตรวจพบเรือประมงสัญชาติอินโดนีเชีย จำนวน1 ลำ บริเวณทางทิศตะวันตกจากแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ระยะประมาณ 55 ไมล์ทะเล

เวลา 14.30 น.เรือหลวงแกลง ออกเรือตรวจสอบ เรือประมงสัญชาติอินโดนีเชียบริเวณทางทิศตะวันตกจากแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ระยะประมาณ55 ไมล์ทะเลตามข้อมูลที่ได้รับรายงานจาก เครื่องบินลาดตระเวนแบบที่ 1

ต่อมา วันที่ 8 ตุลาคม 2566 ระหว่าง เวลา 06.00-08.30 น. เรือหลวงแกลงเข้าตรวจค้นและจับกุมเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย จำนวน 3 ลำ ทางทิศตะวันตกจากแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ระยะประมาณ 75.8 ไมล์ทะเล

จากการตรวจสอบเบื้องต้นเรือประมงอินโดนีเซียทั้ง 3 ลำเป็นเรือประเภทอวนล้อม จับสัตว์น้ำ ในระวางเป็นปลาทู ปลาทูข้างเหลือง ปลาอีโต้มอญ ซึ่งเรือทั้ง 3 ลำ ประกอบด้วย

  • ลำที่ 1 ชื่อ KM.RAHMATJAYA พร้อมลูกเรือ รวมจำนวน 12 คน
  • ลำที่ 2 ชื่อ KM.IKHLASBARU พร้อมลูกเรือ รวมจำนวน 16 คน
  • ลำที่ 3 ชื่อ KAMBIASTAR พร้อมลูกเรือ รวมจำนวน 12 คน

โดย เรือหลวงแกลง ทำการควบคุมเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย ทั้ง 3 ลำ พร้อมลูกเรือ รวมจำนวน 40 คน กลับเข้าฝั่ง ณ ท่าเรือรัษฎา จังหวัดภูเก็ต ในวันนี้ (9 ต.ค.) เพื่อนำส่งให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรฉลอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย และเมื่อศาลพิพากษาคดีจะต้องมีการส่งกลับ ซึ่งการดำเนินการกับเรือประมงเข้ามาทำการประมงผิดกฎหมาย ได้จับกุมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนในการปฏิบัติ และเกิดผลประโยชน์ต่อประเทศอย่างเต็มขีดความสามารถ ภายใต้การบริหารจัดการและเป็นไปตามนโยบาย ของผู้บัญชาการทหารเรือ

ที่ผ่านมา ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า มีเรือเข้ามาลักลอบทำการประมงในน่านน้ำไทยในแต่ละปี ได้รับแจ้งมากกว่า 10 ครั้ง ส่วนใหญ่จะเข้ามาลักลอบขโมยอุปกรณ์ดักจับปลาของชาวประมงไทยที่วางดักปลาไว้ เมื่อได้รับแจ้งจะนำเรือออกไปจับกุม แต่เรือเหล่านั้นหนีออกไปยังน่านน้ำอินโดนีเซียไม่สามารถจับกุมได้ทัน สร้างความเสียหายให้กับชาวประมงไทยอย่างมหาศาล

สถิติการจับกุม ในปีงบประมาณ ปี 2564 ศรชล.ภาค 3 จับกุม เรือประมงสัญชาติอินโดนีเซียลักลอบเข้าทำการประมงในเขตน่านน้ำไทย จำนวน 1 ครั้ง ในปี งบประมาณ 2565 ศรชล.ภาค 3 จับกุม เรือประมงสัญชาติอินโดนีเซียลักลอบเข้าทำการประมงในเขตน่านน้ำไทย จำนวน 3 ครั้ง

คุมเข้มกฎ IUU Fishing ช่วยทำให้มีสัตว์น้ำเพิ่ม

ในปีงบประมาณ 2566 จับกุมเรือประมงต่างชาติ จำนวน 2 ครั้ง ประกอบด้วย เรือประมงสัญชาติมาเลเซียจำนวน 2 ลำพื้นที่จังหวัดสตูลและเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย 2 ลำพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และในครั้งนี้ จับกุมเรือประมง สัญชาติอินโดนีเซียจำนวน 3 ลำ ลูกเรือ 40 คน

“การจับกุมเรือประมงต่างชาติ ที่มีพฤติกรรมเข้ามาทำการประมงบริเวณเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทยด้านฝั่งทะเลอันดามัน ที่ผ่านมานั้น ได้มีการจับกุมมาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งได้แจ้งให้ สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารเรือประจำประเทศอินโดนีเซีย เพื่อแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการประชาสัมพันธ์ และแจ้งเตือนเรือประมงของประเทศอินโดนีเซียว่า อย่าได้รุกล้ำเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำของประเทศไทย เพราะต้องถูกจับกุม ดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด เป็นส่วนหนึ่งที่จะลดปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น

หลังจากที่ มีการดำเนินการควบคุมทำการประมงในพื้นที่ในเรื่องของ IUU Fishing จะเห็นว่าสัตว์น้ำในประเทศไทยเริ่มมีปริมาณมากยิ่งขึ้น ตรงนี้เองอาจเป็นแรงจูงใจทำให้ชาวประมงเข้ามาทำการประมงในประเทศไทย และ จะต้องเข้าไปตรวจสอบปลาที่จับขึ้นมาว่าในประเทศอินโดนีเซียมีหรือไม่

ที่ผ่านมาทุกครั้งจะมีการรายงานไปทางกองทัพเรือเพื่อประสานกลับไปทางกระทรวงการต่างประเทศ และประสานไปยังประเทศอินโดนีเซีย แจ้งเตือนว่า การดำเนินการดังกล่าวนั้นผิดกฎหมายของประเทศไทย

ทั้งนี้ในส่วนของกองทัพเรือได้แจ้งไปที่สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารเรือที่กรุงจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซีย เพื่อประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานและภาครัฐของอินโดนีเซีย ให้แจ้งทำความเข้าใจกับชาวประมงอินโดนีเซียว่าอย่าได้เข้ามารุกล้ำทำการประมงในประเทศไทย ในส่วนอัตราโทษขึ้นอยู่กับข้อพิพากษาทางกฎหมายอาจมีการปรับ หรือจำคุกขึ้นกับดุลพินิจของศาลในการพิจารณา

ทั้งนี้ ศรชล.ภาค 3 ยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติงานในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลฝั่งอันดามันซึ่งเป็นรายได้หลักของประชาชนฝั่งทะเลอันดามันอย่างเต็มกำลังความสามารถ

หากท่านพบเห็นการกระทำความผิดในทะเลทรัพยากรทางทะเลถูกทำลาย เหตุด่วน เหตุร้ายหรือต้องการความช่วยเหลือทางทะเลโปรดแจ้ง ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 หรือ ศรชล.ภาค 3 สายด่วนฮอตไลน์ 1465 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ศรชล.ภาค 3 จะเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นโดยทันที” พลเรือตรี ภุชงค์ กล่าว