เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

คุมเข้มธุรกรรมการเงินต้องโปร่งใส

07 เม.ย. 2561 | 17:19น.

บทบรรณาธิการ

การดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา โครงการ พื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) คืบหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุด กรมสรรพากรอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่…) พ.ศ. …โดยมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีให้เอื้อประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ

สาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว นอกจากเปิดให้ผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เลือกวิธีนำส่งเงินภาษีตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และระยะเวลาที่กำหนด เปิดให้ยื่นรายการหรือเอกสารเกี่ยวกับภาษีอากร หรือเอกสารอื่นใด ได้ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดได้แล้ว ยังคุมเข้มการทำธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลธรรมดา นิติบุคคลเต็มพิกัด

ด้วยการกำหนดให้สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ มีหน้าที่ต้องรายงานข้อมูลของบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะพิเศษต่อกรมสรรพากรภายในเดือน มี.ค.ของทุกปี

โดยธุรกรรมลักษณะพิเศษที่ต้องรายงาน ได้แก่ 1.ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้ง 2.ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 200 ครั้ง และมียอดรวมของธุรกรรมฝากหรือรับโอนรวมกัน 2 ล้านบาทขึ้นไป ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่จะกำหนดไว้ในกฎกระทรวง พร้อมกำหนดโทษปรับ จำคุกกับผู้ที่ฝ่าฝืน

กรณีดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกและก่อให้เกิดความวิตกกังวลในวงกว้าง ทั้งกับสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจ ร้านค้า ประชาชนทั่วไป เพราะหวั่นเกรงว่านอกจากจะถูกรีดภาษีเพิ่มแล้ว อาจยุ่งยากในการปฏิบัติ และเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าถึงข้อมูลทางการเงินได้ไม่มีข้อจำกัด

แม้กรมสรรพากรจะชี้แจงว่า วัตถุประสงค์หลักในการดำเนินการดังกล่าวเพื่อต้อนคนเข้าระบบ ป้องกันแก้ไขปัญหาการหลบเลี่ยงภาษี แต่หลายภาคส่วนยังเป็นห่วงและคลางแคลงใจ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่กรมสรรพากรต้องชี้แจงข้อมูล พร้อมสื่อสารทำความเข้าใจสาธารณชนให้กระจ่าง มิฉะนั้นเจตนาดีที่จะอุดรูรั่วจัดเก็บภาษีเข้ารัฐจะถูกตีความไปในทางตรงกันข้าม

ขณะที่เจ้าหน้าที่สรรพากรต้องระมัดระวังในการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายใหม่ ด้วยการตรวจสอบติดตามธุรกรรมทางการเงินอย่างสุจริต โปร่งใส ไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ หรือละเมิดสิทธิ เพราะหากมีหลักประกันความมั่นใจทำให้สาธารณชนเชื่อมั่นว่าจะไม่สร้างปัญหา แนวทางกำราบคนเลี่ยงภาษีที่กรมสรรพากรนำมาใช้ก็จะได้รับการสนับสนุน