เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท. จ่อออกประกาศคุมซื้อทองเงินสด 10 ล้าน เล็งสกัดเงินเทาซื้อวิลล่าหรู
Finance ธปท. จ่อออกประกาศคุมซื้อทองเงินสด 10 ล้าน เล็งสกัดเงินเทาซื้อวิลล่าหรู
ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
ฮ่องกงเปิดทดลอง นั่งรถไร้คนขับฟรี
Automotive ฮ่องกงเปิดทดลอง นั่งรถไร้คนขับฟรี
‘ดร.สุภชัย-อลงกต’ เปิดตัว ‘Meditation as Living Practice’ พัฒนาจิตใจ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม
Biz Movement ‘ดร.สุภชัย-อลงกต’ เปิดตัว ‘Meditation as Living Practice’ พัฒนาจิตใจ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม
ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 เสี่ยงตะวันออกกลาง ต้องเร่งลงทุนใหม่ พลิกเศรษฐกิจ
Economic ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 เสี่ยงตะวันออกกลาง ต้องเร่งลงทุนใหม่ พลิกเศรษฐกิจ
‘ท่าช้าง’ แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ‘คชา บาร์’ ปักหมุดย่านเก่าเจริญเมือง
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ท่าช้าง’ แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ‘คชา บาร์’ ปักหมุดย่านเก่าเจริญเมือง
ตลท.ย้ำคดีฟอกเงินโยงหุ้น ไม่กระทบธุรกิจ บจ. ชี้รัฐเอาจริงสกัดทุนเทา
Finance ตลท.ย้ำคดีฟอกเงินโยงหุ้น ไม่กระทบธุรกิจ บจ. ชี้รัฐเอาจริงสกัดทุนเทา
MC ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลปี’69 รวม 0.88 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 5 พ.ย. นี้
Finance MC ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลปี’69 รวม 0.88 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 5 พ.ย. นี้
CG เปิดตัว ‘ภูริตา ภูเก็ต บางเทา’ ตั้งเป้ายอดขาย VIP ทะลุ 30% ‘วิลล่า’ ราคาพุ่ง 100 ล้าน
Real Estate CG เปิดตัว ‘ภูริตา ภูเก็ต บางเทา’ ตั้งเป้ายอดขาย VIP ทะลุ 30% ‘วิลล่า’ ราคาพุ่ง 100 ล้าน
อสังหาฯชงคลัง อัดมาตรการเพิ่มลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน-แก้ภาษีที่ดิน กระตุ้นกำลังซื้อใหม่ 
Real Estate อสังหาฯชงคลัง อัดมาตรการเพิ่มลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน-แก้ภาษีที่ดิน กระตุ้นกำลังซื้อใหม่ 
ดูทั้งหมด

จี้รัฐอุ้มบ้านสร้างเอง 2 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงวัสดุ-รับเหมาอิสระเข้าระบบ

05 พ.ย. 2566 | 11:29น.
สร้างบ้าน

19 ปีของการจัดตั้งสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน อาจกล่าวได้ว่าเพิ่งเป็นครั้งแรกที่มีการจัดสัมมนาแบบเป็นกิจจะลักษณะ กระตุกความสนใจผู้คนในสังคมเกี่ยวกับตลาด “บ้านสร้างเอง” หรือการสร้างบ้านบนที่ดินตัวเองโดยร่วมกับพันธมิตรศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. จัดสัมมนาหัวข้อ “กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยธุรกิจรับสร้างบ้าน” เมื่อเร็ว ๆ นี้

ธุรกิจรับสร้างบ้าน = ธุรกิจบ้านสร้างเอง

เปรียบเทียบธุรกิจบ้านจัดสรรกับธุรกิจรับสร้างบ้าน ลูกค้าได้รับมอบสินค้าไม่แตกต่างกัน นั่นคือ รับมอบบ้านสร้างสำเร็จ ที่มาครบเครื่องตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้าง การติดตั้งน้ำประปา ไฟฟ้า ตกแต่ง ปูสวน ปลูกต้นไม้ โดยลูกค้าจ่ายแต่เงินค่าบ้านเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องยุ่งยากในการไปติดต่อเอกสารใบอนุญาตต่าง ๆ จากทางราชการไม่ต้องปวดหัวกับการประสานงานสถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมา

ขณะที่ผู้ประกอบการจะมีความแตกต่างอยู่ที่ธุรกิจบ้านจัดสรร เป็นการสร้างบ้านที่มีโครงการขนาดใหญ่ 50-500 หลังขึ้นไปต่อ 1 โครงการ บริษัทจัดสรรจึงเป็นนิติบุคคลที่เข้าระบบภาษี และมักจะเป็นผู้ประกอบการที่ถือว่าเป็นรายใหญ่

ส่วนธุรกิจรับสร้างบ้าน หลังจากสร้างเสร็จ รูปร่างหน้าตาสินค้าจะเหมือนบ้านจัดสรรทุกประการ แต่ส่งมอบให้ลูกค้าครั้งละ 1 หลัง ทำให้ผู้ประกอบการมักจะเป็นรายเล็กกว่า (เมื่อเทียบกับธุรกิจบ้านจัดสรร) และมีลักษณะพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาอีกคือ บ้าน 1 หลังที่ส่งมอบ เป็นการสร้างบนที่ดินของลูกค้า เพราะอาจมีที่ดินมรดกตกทอดจากครอบครัว หรือมีความตั้งใจซื้อที่ดินเพื่อปลูกบ้านในฝัน

จุดโฟกัสอยู่ที่ข้อมูลจดทะเบียนขออนุญาตปลูกสร้าง “บ้านเดี่ยว” ทั้งในโครงการจัดสรรและบ้านสร้างเอง พบว่า ภาพรวมทั่วประเทศ บ้านเดี่ยวในโครงการจัดสรรมีเพียง 37% หรือ 1 ใน 3 เปรียบเทียบกับบ้านสร้างเองมีสัดส่วนเกือบ 2 ใน 3 หรือ 63% นั่นหมายความว่า หากรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจใหครอบคลุมพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วไทย ที่สำคัญ สามารถลงลึกถึงพื้นที่ชนบททั้งใกล้และไกลตัวเมือง การกระตุ้นผ่านตลาดบ้านสร้างเองถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีการคำนวณมูลค่าตลาดตกปีละ 2 แสนล้านบาท

HBA แนะรัฐบาลออกมาตรการ “เร่ง+ลด”

เปิดประเด็นโดย “โอฬาร จันทร์ภู่” นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA-Home Builder Association) เปิดเผยว่า HBA มีสมาชิกบริษัทรับสร้างบ้าน 75 บริษัท มีมูลค่าการตลาดรวม 12,500 ล้านบาท/ปี ในปี 2566 คาดว่า มูลค่าตลาดน่าจะเติบโตอยู่ที่ 13,250 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคเริ่มให้การยอมรับกับการใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านมากขึ้น

โอฬาร จันทร์ภู่ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน
โอฬาร จันทร์ภู่ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน

“ตลาดบ้านสร้างเองมีขนาดใหญ่มาก แต่ส่วนใหญ่มองว่าอยากจะประหยัด ก็เลยเลือกจ้างผู้รับเหมาอิสระ ทำให้มีปัญหาร้องเรียนตามมาว่ามีการทิ้งงานบ้าง ก่อสร้างไม่ดีบ้าง ซึ่งเป็นโฟกัสพอยต์ของสมาคม ที่ต้องการสร้างมาตรฐานธุรกิจรับสร้างบ้าน เพื่อให้ประชาชนสร้างบ้านได้บ้าน ไม่ใช่สร้างบ้านแต่ได้ซากที่ผู้รับเหมาทิ้งงานกลางคัน”

สำหรับขนาดตลาดรับสร้างบ้าน อ้างอิงจากข้อมูลของ REIC ที่สำรวจออกมาล่าสุด ณ ปี 2565 พบว่า มีการขออนุญาตปลูกสร้างบ้านเดี่ยวที่ไม่อยู่ในโครงการจัดสรร 16.8 ล้านตารางเมตร ทาง REIC มีการคำนวณโดยใช้สูตรค่าก่อสร้างตารางเมตรละ 12,000 บาททำให้มูลค่าตลาดอยู่ที่ 201,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนของสมาชิก HBA 12,500 ล้านบาท หรือ 6% เศษ ที่เหลือมูลค่า 187,500 ล้านบาท เป็นส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทรับสร้างบ้านที่ไม่ได้เป็นสมาชิก HBA และผู้รับเหมาทั่วไป หรือผู้รับเหมาอิสระ

ทั้งนี้ ในมุมของ HBA มองว่ามูลค่าตลาดรับสร้างบ้าน หรือบ้านสร้างเอง น่าจะสูงกว่านั้น เพราะเฉลี่ยค่าก่อสร้างต่อตารางเมตร คิดตามราคาตลาดในโซนต่างจังหวัดเริ่มต้น 15,000-17,000 บาทโซนกรุงเทพฯ-ปริมณฑลอยู่ที่ 18,000-20,000 บาท/ตารางเมตร ดังนั้น มูลค่าตลาดที่แท้จริงอาจขยับไปอยู่ที่ 2.5-3 แสนล้านบาท/ปี

“โอฬาร” กล่าวว่า โอกาสของธุรกิจรับสร้างบ้านยังมีดีมานด์สูงมาก ประเมินจากงานรับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2023 เมื่อวันที่ 20-24 กันยายนที่ผ่านมา มีออร์เดอร์สร้างบ้านรวม 4,500 ล้านบาท เติบโต 5% เทียบกับปี 2565 ส่วนใหญ่นิยมสร้างบ้านเดี่ยว 2 ชั้น สัดส่วน 80% บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 13% และบ้านเดี่ยวชั้นเดียว 7%

ข้อมูล ณ ไตรมาส 2/66 ในด้านจำนวนหน่วย ออร์เดอร์สร้างบ้านหลังละ 2.5-5 ล้านบาท มีมากสุด 39.81% รองลงมาสร้างบ้านต่ำกว่า 2.5 ล้านบาท สัดส่วน 28.40% หลังละ 5-10 ล้านบาท 17.28% หลังละ 10-20 ล้านบาท 7.41% และสร้างบ้านหลังละ 20 ล้านบาทขึ้นไป สัดส่วน 7.10%

ทั้งนี้ HBA มีข้อเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนตลาดรับสร้างบ้านภายใต้โมเดล “เร่ง” กับ “ลด”

ได้แก่ ขอมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับประชาชนที่ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง สามารถนำมูลค่าสร้างบ้านตามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง ตามเอกสารอากรแสตมป์ (อ.ส.4) นำไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาในรอบภาษีปีถัดไปได้ ในอัตราลดหย่อนล้านละ 10,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

“มาตรการลดหย่อนภาษีด้านที่อยู่อาศัย ถ้าใช้สินเชื่อสามารถนำดอกเบี้ยไม่เกินปีละ 1 แสนบาท มาหักลดหย่อนได้อยู่แล้ว แต่พฤติกรรมผู้บริโภคตลาดรับสร้างบ้านมีสัดส่วนครึ่งต่อหนึ่งที่ใช้เงินสด ทำให้ไม่มีอะไรจูงใจ จึงอยากขอรัฐบาลให้เพิ่มลดหย่อนขึ้นมาอีก 1 มาตรการ สามารถนำราคาปลูกสร้างบ้านไม่เกิน 10 ล้านบาท เพื่อนำมาลดหย่อนภาษีได้ 1 แสนบาท”

มาตรการคู่ขนาน คือ “ลดข้อจำกัด” ในการประกอบธุรกิจ เช่น ลดอัตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับปลูกสร้างบ้าน เป็นต้น

ดึงผู้ค้าวัสดุรายย่อย-รับเหมาอิสระเข้าระบบ

ถัดมา “ดร.วิชัย วิรัตกพันธุ์” รักษาการผู้อำนวยการ REIC-ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” เพิ่มเติมว่า ข้อมูลการจดทะเบียนขอใบอนุญาตปลูกสร้างบ้านเดี่ยวทั่วประเทศพบว่า มีพื้นที่ขออนุญาตปลูกสร้างรวมกัน 26.80 ล้านตารางเมตร แบ่งเป็น บ้านสร้างเองสัดส่วน 63% จำนวน 16.80 ล้านตารางเมตร และเป็นพื้นที่ขอปลูกสร้างบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านจัดสรรเพียง 37% จำนวน 10 ล้านตารางเมตร (ดูกราฟิกประกอบ)

สถิติบ้าน

ในด้านสินเชื่อปลูกสร้างบ้านทั่วประเทศ เฉพาะของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพียงแห่งเดียว ณ ปี 2565 มีจำนวน 183,879 บัญชี วงเงิน 155,763.15 ล้านบาท ขณะที่ 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน 2566) ปล่อยสินเชื่อแล้ว 185,446 บัญชี วงเงินรวม 163,838.61 ล้านบาท แสดงให้เห็นความต้องการปลูกสร้างบ้านเพิ่มขึ้นทั้งบัญชีสินเชื่อและวงเงิน

ดร.วิชัย วิรัตกพันธุ์
ดร.วิชัย วิรัตกพันธุ์

“จากการสัมผัสข้อมูลจากสาขา ธอส. สินเชื่อรับสร้างบ้านมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้เห็นทิศทางคนที่ต้องการสร้างบ้านทั้งเขตในเมือง และอยู่ไกลจากตัวเมือง ดังนั้นหากออกมาตรการกระตุ้นตลาดบ้านสร้างเอง พื้นที่ต่างจังหวัดจะได้รับอานิสงส์เยอะกว่าในกรุงเทพฯ เพราะคนกรุงยังมองหาบ้านจัดสรร แต่คนต่างจังหวัดมีที่ดิน หรือซื้อแบ่งแปลงที่ดินจาก
คนอื่นแล้วสร้างบ้านตัวเอง”

โดยขนาดตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นการปลูกสร้างบ้านเดี่ยว อาจมีขนาดตลาดใหญ่กว่าบ้านจัดสรรด้วยซ้ำไปในขณะที่มีผู้ประกอบการยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ผู้ประกอบการวัสดุอิสระ คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 7-8 แสนราย ยังมีผู้รับเหมาอิสระกระจายตัวอยู่ในต่างจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล รวมแรงงานก่อสร้างคนไทยด้วย คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 1 แสนราย ซึ่งยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรการรัฐมากนัก

“กรณีหมู่บ้านจัดสรรพัฒนาโดยบริษัทอสังหาฯรายกลาง-รายใหญ่ การจัดซื้อจัดจ้างจะซื้อบิ๊กลอต ไม่ผ่านร้านวัสดุยี่ปั๊วซาปั๊ว เพราะฉะนั้น หากรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ครอบคลุมลึกลงไปถึงระดับชุมชนจริง ๆ สามารถกระตุ้นผ่านการรับสร้างบ้าน โดยรูปแบบออกเป็นมาตรการลดหย่อนภาษีในการปลูกสร้างบ้าน และส่งเสริมแบงก์รัฐปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ”

แนะ “ติดดาว” บริษัทรับสร้างบ้าน

ข้อเสนออีกเรื่อง คือ การสร้างความน่าเชื่อถือบริษัทรับสร้างบ้าน โดยสามารถใช้กลไก REIC ร่วมกับสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน สภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เป็นผู้ประเมินและติดดาวผู้ประกอบการ โมเดลคล้ายติดดาวหรือติดฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการ

“เช่น ยอมจ่ายแพงหน่อยอาจเลือกบริษัทติดดาวเบอร์ 5 ถ้างบประมาณย่อมเยาลงมาก็เลือกคนที่ติดดาวเบอร์ 4 ถ้าทำได้จะเป็นการยกระดับมาตรฐานวงการรับสร้างบ้าน ผู้ประกอบการไม่เกเร ไม่มีการทิ้งงาน สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าสร้างบ้านได้บ้านอย่างแน่นอน”