วิษณุชี้ แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผิด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐหรือไม่ ต้องดู มาตรา 6-มาตรา 9 ระบุ ครม.ต้องไม่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศระยะยาว
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 ตามรายงานของมติชน นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีนโยบายเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาทของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนส่งคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบข้อกฎหมาย ที่ถูกมองว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญว่า
ตนไม่รู้เรื่องนี้ และให้ความเห็นไม่ได้ เพราะเมื่อส่งมาที่คณะกรรมการกฤษฎีกาต้องส่งไปคณะอื่น ไม่ใช่คณะของตนเอง เข้าใจว่าเป็นคณะของนายพนัส สิมะเสถียร กรรมการกฤษฎีกา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะนักกฎหมายมองแง่กฎหมายเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายวิษณุกล่าวว่า ไม่รู้ ไม่เคยดูเรื่องนี้ เพราะว่าตอนแรกเขาพูดกันไม่รู้เรื่องว่าคืออะไรมาจากไหน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาถามไปว่าอย่างไร
เมื่อถามว่า ถ้าออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน จะทำได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ได้น่ะ มันทำได้อยู่แล้ว แต่ว่าจะผ่านสภาหรือไม่ หรือว่าอาจมีขอคนส่งศาลรัฐธรรมนูญตอนหลังก็ทำได้ เหมือนการออกกฎหมายทั่วไป”
เมื่อถามว่าจะเป็นการผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า รัฐบาลเขาคงถือว่าเขาดูดีแล้วว่าไม่ขัด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 6 และมาตรา 9 แต่อีกฝ่ายบอกว่าขัด เพราะมันมีประโยคที่ต้องแปลกัน ที่ระบุว่าต้องไม่ใช้ประโยชน์ไปในการหาเสียง หาคะแนนนิยม
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรา 6 และมาตรา 9 ในหมวด 1 บททั่วไป ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่นายวิษณุอ้างอิงถึงระบุไว้ ดังนี้
มาตรา 6 รัฐต้องดำเนินนโยบายการคลัง การจัดทำงบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง และการก่อหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้
ทั้งนี้ ตามหลักการรักษาเสถียรภาพและการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และหลักความเป็นธรรมในสังคม และต้องรักษาวินัยการเงินการคลังตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
ขณะที่ มาตรา 9 ระบุว่า คณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดินตามพระราชบัญญัตินี้อย่างเคร่งครัด
ในการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายการคลัง การจัดทำงบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง และการก่อหนี้ คณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาประโยชน์ที่รัฐหรือประชาชนจะได้รับ ความคุ้มค่า และภาระการเงินการคลังที่เกิดขึ้นแก่รัฐ รวมถึงความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างรอบคอบ
“คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนระยะยาว” มาตรา 9 วรรคท้ายระบุ
- นายกฯเศรษฐา แจงคนรับเงินดิจิทัล มีสิทธิใช้มาตรการช็อป 5 หมื่นคืนภาษี
- เศรษฐา ตอบคำถามเงื่อนไขเงินดิจิทัล “เงินฝากไม่เกิน 5 แสน” ขีดเส้นวันไหน
- พิชิต ที่ปรึกษานายกฯ ยันออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
- เศรษฐา ลงนามประกาศ แต่งตั้ง “กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี” รวม 23 คน
- เปิดเงื่อนไข แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ใช้ซื้ออะไรได้-ไม่ได้