Skip to content

GC คาดกำลังผลิตเพิ่ม 10% หนุนธุรกิจปี’67 ขาขึ้น เตรียมปรับพอร์ตด้วยนวัตกรรม-ลดต้นทุน

14 พ.ย. 2566 | 16:02น.
GC คาดกำลังผลิตเพิ่ม 10% หนุนธุรกิจปี’67 ขาขึ้น เตรียมปรับพอร์ตด้วยนวัตกรรม-ลดต้นทุน

GC คาดกำลังผลิตเพิ่ม 10% หนุนปี’67 ธุรกิจขาลุยปรับพอร์ตธุรกิจ นำนวัตกรรมเสริม-ลดต้นทุน ตั้งรับอุปสงค์ขยายตัว ชี้หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอาจกระทบรายได้ 

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า สำหรับภาพรวมปีหน้าเมื่อดูปริมาณของอุปสงค์และอุปทานในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ อาทิ

เม็ดพลาสติก โอเลฟินส์ ปิโตรเลียม และอะโรเมติกส์ แม้จะเห็นว่ายังมีอุปทานส่วนเกินอยู่ ทว่าปริมาณอุปสงค์ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นในปี 2567 ทำให้คาดว่าในปีหน้าภาพรวมธุรกิจน่าจะมีแนวโน้มที่ดีกว่าปีนี้

รวมถึงปีหน้าโรงกลั่นสามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิต โดยไม่มีการปิดซ่อมบำรุง ทำให้กำลังการผลิตรวมในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นอีก 10% ในกลุ่มปิโตรเคมีภัณฑ์สนับสนุนให้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ

“แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องดูการเติบโตของเศรษฐกิจโลกว่าจะมีการชะลอตัวหรือไม่ ทั้งสภาพเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว หรือในสหรัฐ ที่ก็ต้องมาลุ้นกันว่า จะมีมาตรการชะลอเงินเฟ้อ (soft landing) ด้วยหรือไม่ รวมถึงภาวะสงครามในแต่ละภูมิภาคที่อาจจะขยายวงกว้าง ทำให้ในอนาคตอาจจะต้องเตรียมการรับมือด้วยการมองหาตลาดใหม่ ซึ่งทวีปแอฟริกาเองก็เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่น่าสนใจ”

เตรียมปรับพอร์ตปี’67

นอกจากนี้ ดร.คงกระพันยังกล่าวว่า เรายังมีแผนที่จะปรับพอร์ตธุรกิจรับอุปสงค์ที่จะโตขึ้นในปี 2567 โดยใช้นวัตกรรมมาเสริม พร้อมลดต้นทุน 4-5 พันล้านบาท รวมถึงอาจหาพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อเข้ามาเสริมพลังให้กับธุรกิจเดิม ภายใต้งบฯลงทุนที่บอร์ดได้อนุมัติไว้อยู่ที่ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยตลอดระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา สามารถปรับลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของบริษัททั้งหมดประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าที่จะนำนวัตกรรมเข้ามาเสริมแทนการปรับเพิ่มกำลังคน ซึ่งตั้งเป้าหมายที่จะลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรลงเหลือ 1.2 หมื่นล้านบาทใน 5 ปี

นอกจากนี้ ดร.คงกระพันยังกล่าวว่า เรายังมีแผนที่จะปรับพอร์ตธุรกิจรับอุปสงค์ที่จะโตขึ้นในปี 2567 โดยใช้นวัตกรรมมาเสริม พร้อมลดต้นทุน 4-5 พันล้านบาท รวมถึงอาจหาพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อเข้ามาเสริม

ไตรมาส 3 ฟื้น 126%

ปี 2566 นับเป็นอีกหนึ่งปีของความท้าทายสำหรับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เนื่องจากมีปริมาณอุปทานส่วนเกินค่อนข้างมา รวมถึงปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ช่วงครึ่งปีแรกอาจจะไม่เป็นตามคาด ทว่าในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา GC มีผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา และสามารถรายงาน Adjusted EBITDA ที่ 12,307 ล้านบาท

โดย บริษัทมีผลกำไรจากการดำเนินงานปกติ 1,614 ล้านบาท โดยรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติ ได้แก่ ผลกำไรจากสต๊อกน้ำมันและรายการกำไรจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Stock Gain Net NRV) รวม 3,674 ล้านบาท ส่งผลให้ในไตรมาส 3/2566

บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,427 ล้านบาท (0.32 บาท/หุ้น) เพิ่มขึ้น 126% จากไตรมาสก่อน

ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ รวมถึงการปรับโครงสร้างลดค่าใช้จ่ายภายในองค์กร รวมถึงธุรกิจโมโนเอทิลีนไกลคอลยังกลับมาดำเนินการผลิตเป็นปกติ หลังจากหยุดซ่อมบำรุงตามแผนในช่วงครึ่งปีแรก

อีกทั้งบริษัทยังได้เริ่มการดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการปรับปรุงโรงโอเลฟินส์หน่วยที่ 2 (Olefins 2 Modification Project) จึงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ และเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารต้นทุนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

GC ธุรกิจ