เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

XO โชว์กำไรพุ่ง 263% ทะลุเป้า ทุ่มงบฯ 200 ล้าน หนุนยอดขายพันล้าน

14 พ.ย. 2566 | 17:03น.
นายจิตติพร  จันทรัช

นายจิตติพร  จันทรัช

บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด เผยผลงานไตรมาส 3/2566 กำไรสุทธิที่ 248 ล้านบาท พุ่งแรงเกือบ 263% รายได้ที่ 699 ล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิกว่า 557 ล้าน เพิ่มขึ้น 116% ด้านผู้บริหารวางงบฯ 200 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรติดตั้งที่โรงงานเดิมที่นิคมอมตะ คาดแล้วเสร็จปลายปีหน้า รองรับยอดขายเพิ่มรายได้กว่าพันล้าน

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 นายจิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO ผู้ส่งออกรายใหญ่ในผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรสและน้ำจิ้ม รวมทั้งเครื่องแกง เครื่องประกอบอาหารไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2566 (สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566) บริษัทมีกำไรสุทธิ 248.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 262.79% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

ซึ่งมีกำไรสุทธิเท่ากับ 68.40 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายอยู่ที่ 698.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 369.82 ล้านบาท คิดเป็น 112.36% สาเหตุหลักเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มซอสปรุงรสและน้ำจิ้มต่าง ๆ ในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกา รวมทั้งการปรับขึ้นราคาขายสินค้า สนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าเท่ากับ 48.17%

ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิจำนวน 557.45  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.76% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิเท่ากับ 258.37 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้า 1,710.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 641.66 ล้านบาท คิดเป็น 60%

ด้านอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าในไตรมาส 3/2366 เท่ากับ 48.17% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2565 ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อจากลูกค้า ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง ประกอบกับบริษัทมีการปรับขึ้นราคาขายสินค้าตั้งแต่ไตรมาส 1/2566 ในด้านอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 เท่ากับ 47.31% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าเท่ากับ 41.83%

อย่างไรก็ดี ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 สัดส่วนรายได้มาจากลูกค้ากลุ่มหลักอยู่ในทวีปยุโรป 66.8% และไฮไลต์จากกลุ่มอเมริกาสัดส่วนเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 20% จากราว 10% ในไตรมาส 2/2566 ในด้านการใช้อัตรากำลังการผลิตทะลุ 120% ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง และยังคงมีทิศทางที่ดีต่อเนื่องในไตรมาส 4/2566 คาดยอดขายทำนิวไฮ จึงประเมินผลงานในปีนี้เติบโตมากกว่าเป้าหมายที่เคยปรับเป้าไว้ที่ 50% จากปีก่อน

นายจิตติพรกล่าวอีกว่า “แผนเดิมของบริษัท คาดจะสร้างโรงงานใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ แหลมฉบัง ในช่วงกลางปี 2567 คาดแล้วเสร็จปลายปี 2568 เราคุยกับโรงงาน เรามีออร์เดอร์พอสมควร ถ้าเรารอ เราอาจเจอปัญหาเรามีของไม่พอขาย เราเลยตัดสินใจจะขยายไลน์การผลิตใหม่ 1 ไลน์ ที่โรงงานเดิม ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง วางงบฯลงทุนซื้อเครื่องจักรราว 200 ล้านบาท

ซึ่งแผนสร้างโรงงานใหม่ก็ยังคงเดิม แต่เราเห็นโอกาส ทุกอย่างดูดี ออร์เดอร์แน่นมาก ต้องส่งออกทุกอาทิตย์ วันนี้กับสิ่งที่เราคุยกับลูกค้าทั้งที่ยุโรป อเมริกา ทำให้มองว่า เราไม่สามารถเสียโอกาสได้ ซึ่งเครื่องจักรใหม่คาดจะติดตั้งพร้อมผลิตได้ในไตรมาส 4/2567 หรือปลายปีหน้า ทำให้เราสามารถรับออร์เดอร์และวางแผนได้ โดยเครื่องจักรใหม่สามารถรองรับยอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท จากการผลิตกะเดียวโดยไม่ใช้โอที พ่วงด้วยการขอ BOI เหมือนเดิม”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กำไร ยอดขาย