เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ปัญหาผู้สูงวัย

16 เม.ย. 2561 | 19:09น.
คอลัมน์ สามัญสำนึก โดย สมปอง แจ่มเกาะ

สิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ลงแล้ว

วันนี้การดำเนินชีวิตของผู้คน การทำมาค้าขาย การทำธุรกิจ ฯลฯ ทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง หลังจากหยุดยาวมา 5-6 วัน หลายคนได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ญาติพี่น้องที่ต่างจังหวัด หลายคนเดินทางท่องเที่ยว หลายคนพักผ่อนอยู่กับครอบครัว

จริง ๆ ก่อนหยุด ผมตั้งใจว่าอยากจะใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ พักผ่อนอยู่กับบ้าน ปัดกวาดจัดเก็บบ้านช่องเรือนชาน ปลูกต้นไม้จัดสวนหย่อม อ่านหนังสือเล่มโปรด ซื้อกุ้งหอยปูปลามาปิ้งย่าง หรือวันไหนร้อนมาก ๆ ก็อาจจะแวบไปเดินตากแอร์ในห้าง ไม่เน้นซื้อ แต่ขอ window shopping เป็นหลัก

มีกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเทศกาลนี้ คือ การรดน้ำดำหัวขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ตามประเพณีไทยเพื่อเป็นสิริมงคลชีวิต

13 เมษายนของทุกๆ ปี นอกจากจะเป็นวันสงกรานต์แล้ว อีกด้านหนึ่งก็ยังเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติด้วย

รดน้ำขอพรผู้หลักผู้ใหญ่แล้วก็อดที่จะย้อนกลับมาคิดถึงตัวเองไม่ได้ ตอนนี้แม้ว่าจะยังไม่เข้าเกณฑ์การเป็น “ผู้สูงอายุ” ตามที่องค์การสหประชาชาติกำหนด หรือ 60 ปี

แต่อีกไม่นานก็คงได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ “สังคมผู้สูงวัย” เช่นกัน

อย่างที่รับรู้กันว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุมาระยะหนึ่งแล้ว หากจำไม่ผิดน่าจะประมาณ ปี 2548 และล่าสุด สำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุถึงสถานการณ์ผู้สูงอายุไทยว่า มีตัวเลขกลม ๆ ประมาณ 11.35 ล้านคน หรือ 16.8% ของประชากรทั้งประเทศ

ถือว่าเป็นอันดับ 2 ในบรรดากลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ รองจากอินโดนีเซีย และคาดว่าอีกสัก 1-2 ปี ไทยก็จะก้าวไปสู่การเป็น “สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์” หรือมีจำนวนผู้สูงอายุถึง 20% ของประชากร

นี่คือปัญหาใหญ่ของประเทศที่กำลังเผชิญอยู่ และมีผลกระทบตามมาในหลาย ๆ ด้านโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ-สังคม

แต่อีกด้านหนึ่งก็จะเห็นภาพของภาคเอกชนหันมาลงทุนทำธุรกิจเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มนี้กันอย่างคึกคัก และมีให้เลือกใช้บริการที่หลากหลายระดับ

ย้ำนะครับ นี่คือ บริการที่ทำขึ้นมาเพื่อรองรับหรือจับกลุ่มลูกค้า (ผู้สูงอายุ) ที่มีฐานะทางการเงินดีเท่านั้น คนทั่ว ๆ ไปคงเอื้อมไม่ถึง เพราะผู้สูงอายุบ้านเราส่วนใหญ่ไม่มีเงินออม ยกเว้นคนที่ข้าราชการเมื่อเกษียณแล้วก็จะมีเงินบำเหน็จบำนาญ และรายได้ของผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่จะมาจากบุตร เบี้ยยังชีพ และมีจำนวนไม่น้อยที่ทำงานเลี้ยงตัวเอง

โดยหลักใหญ่ยังต้องพึ่งพาสวัสดิการจากรัฐ โดยเฉพาะเรื่องการรักษาพยาบาล ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เคยคาดการณ์ว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็น 220,000 ล้านบาท หรือประมาณ 2.8% ของจีดีพี ภายในปี 2565 จากช่วงปี 2553 ที่ตัวเลขนี้มีเพียง 60,000 ล้านบาทเท่านั้น

นับวันตัวเลขนี้ก็จะพุ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว จากจำนวนผู้สูงอายุที่จะเพิ่มขึ้น บวกกับความเสื่อมถอยของร่างกายตามธรรมชาติที่โรคภัยไข้เจ็บจะทยอยมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย

จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ขนาดของครอบครัวเล็กลง และทุกคนล้วนต้องมีภาระในการทำงานนอกบ้าน จึงทำให้ศักยภาพการดูแลผู้สูงอายุลดลง ขณะที่บางครอบครัวก็ไม่มีคนคอยดูแลเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บจากความชราภาพเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ แต่จิตใจต้องไม่ป่วย

ที่ผ่านมา แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ รวมถึงกระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ต่างก็ได้มีการเตรียมตัวและวางแผน เพื่อรับมือกับปัญหานี้มาเป็นระยะ ๆ แล้ว แต่ลำพังเฉพาะหน่วยงานภาครัฐคงไม่สามารถบรรเทาปัญหาผู้สูงอายุหรือทำภารกิจให้ลุล่วงลงได้

ครอบครัวมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีความสุข มีความอบอุ่น ในบั้นปลายของชีวิต

ถึงเวลาแล้วที่คนไทยควรจะตระหนักเรื่องนี้ให้มาก และเตรียมรับมือกันตั้งแต่เนิ่น ๆ