เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

SCB ขยายตลาดลูกค้าคอปเปอร์เรท ผลึก “วิลล่า มาร์เก็ต” เก็บฐานข้อมูลรายย่อย

19 เม.ย. 2561 | 17:55น.

ธนาคารไทยพาณิชย์ เพิ่มดิจิทัลแพลตฟอร์ม ขยายตลาดลูกค้าคอปเปอร์เรท จับมือ ‘วิลล่า มาร์เก็ต’ มหาวิทยาลัย เก็บข้อมูลลูกค้าหวังปล่อยสินเชื่อในอนาคต มั่นใจปี 61 ปล่อนสินเชื่อใหม่คอปเปอร์เรทโต 5-6% เผยคลายความกังวลกรณี PACE

นายวศิน ไสยวรรณ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุด คอปเปอร์เรท แบงก์กิ้ง ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปี 2561 นี้ กลยุทธ์หลักของธนาคารในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคอปเปอร์เรท กลุ่มใหม่ๆ โดยจะให้บริการมากกว่าสินเชื่อ ซึ่งล่าสุดมีการพัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อให้บริการลูกค้าคอปเรท โดยธนาคารร่วมกับ บริษัท วิลล่า มาร์เก็ท เจพี จำกัด เปิดตัวแอพลลิเคชั่น วีพลัส วอลเล็ท และเว็บไซต์ shoponline.villamarket.com เพื่อให้บริการลูกค้ารายย่อย

ทั้งนี้ ทางธนาคารจะเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เช่น ระบบการชำระเงิน ระบบการจัดการเงินสด เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้า ซึ่งสอดคล้องกับสังคมไร้เงินสดที่กำลังเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันธนาคารยังจะมีฐานข้อมูลธุรกรรมต่างๆเพื่อวิเคราะห์ลูกค้าได้ง่ายขึ้น

“ขณะนี้เราไม่ได้เน้นการให้สินเชื่อกับลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่เราเน้นเรื่องการเป็นพันธมิตรกับลูกค้าในการทำแพลตฟอร์มต่างๆ ที่จะเชื่อมภาคธุรกิจกับรายย่อย ซึ่งนอกจากปรับใช้กับธุรกิจรีเทลล์ (ค้าปลีก) ที่ผ่านมาเราสร้างแพลตฟอร์มให้กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่เป็นคนรุ่นใหม่พร้อมที่จะใช้เทคโนโลยีต่างๆ จากจุดนี้เองจะเป็นการสร้างEco-system (ระบบนิเวศ) ให้ธนาคารสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ และนำกลับมาวิเคราะห์เพื่อให้สินเชื่อและผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง B2B (Business to Business) B2C (Business to Customer)” นายวศิน กล่าว

อย่างไรก็ตามปัจจุบันทางธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างที่ 7.2 แสนล้านบาท โดยเป้าหมายสายงานคอปเปอร์เรทปีนี้ ตั้งเป้าหมายสินเชื่อใหม่อยู่ที่ 3-4 หมื่นล้านบาท เติบโต 5-6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และตั้งเป้าหมายมีสัดส่วนสินเชื่อหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 40% ของสินเชื่อคอปเปอร์เรท จากปัจจุบันที่อยู่ 30% ของสินเชื่อคอเปอร์เรท

ทั้งนี้ภาพรวมของธุรกิจคอปเปอร์เรทปีนี้จะเติบโตจากโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่เริ่มเบิกจ่ายชัดเจน กลุ่มพลังงานที่มีการขยายตัว และมีสัญญาณที่คึกคักจากอุตสาหกรรมเกษตรโดยเป็นผลมาจากราคาของผลผลิตการเกษตรที่ดีขึ้น ซึ่งการลงทุนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในประเทศ

ด้านหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปัจจุบันอยู่ที่ 1% และคาดว่าจะทรงตัวไปถึงสิ้นปี และมองว่ายังไม่มีกลุ่มธุรกิจใดน่ากังวลเป็นพิเศษ

ส่วนกรณี บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE อยู่ในกระบวนการทยอยชำระหนี้คืนธนาคาร ซึ่งหลังจากมีแผนการขายทรัพย์สินโครงการมหานครให้บริษัท คิง เพาเวอร์ มหานคร จำกัด ทำให้ PACE มีสภาพคล่องมากขึ้น และผ่อนคลายความกังวลเรื่องการชำระหนี้ของ PACE

“การชำระเงินคืนของเพซ เป็นไปตามกระบวนการ และเป็นไปตามแผนการขายทรัพย์สิน ไม่ได้มีอะไรพิเศษ หรือ ต้องเป็นห่วงอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน การปล่อยกู้ก็เป็นรายโครงการ ถ้ามีการขายโครงการที่มีอยู่ เมื่อเพซขายได้ ก็มาชำระคืนธนาคาร ซึ่งเป็นเรื่องปกติของธุรกิจอยู่แล้ว” นายวศินกล่าว