เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตลาดหลักทรัพย์ฯ แขวน SP หุ้น ECF จับตาเสี่ยงถูกเพิกถอน หลังส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ 421 ล้านบาท
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ แขวน SP หุ้น ECF จับตาเสี่ยงถูกเพิกถอน หลังส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ 421 ล้านบาท
EIC ฟันธง ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยปรับ GDP ไทยโตขึ้น-SMEs เปราะบาง
Finance EIC ฟันธง ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยปรับ GDP ไทยโตขึ้น-SMEs เปราะบาง
จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
Finance จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
ตัดตอน “ทุนเทา” – กวาดต้อน “เศรษฐกิจนอกระบบ”
Columns ตัดตอน “ทุนเทา” – กวาดต้อน “เศรษฐกิจนอกระบบ”
หุ้นไทยลุ้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด กรุงศรีชู 3 ธีมเด่น GULF-PTT-AOT นำทัพ
Finance หุ้นไทยลุ้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด กรุงศรีชู 3 ธีมเด่น GULF-PTT-AOT นำทัพ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ลูกไม้การเมือง ‘มะขามหวาน’ ‘รักจริง เคารพผู้นำ อยู่ด้วยจนสุดทาง’
Politics ลูกไม้การเมือง ‘มะขามหวาน’ ‘รักจริง เคารพผู้นำ อยู่ด้วยจนสุดทาง’
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
การเมืองเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ ที่สหรัฐอเมริกา
World การเมืองเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ ที่สหรัฐอเมริกา
ดูทั้งหมด

บล.เคทีบี ประเมินกรอบ SET สัปดาห์นี้ที่ 1,780-1,830 จุด รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมัน

23 เม.ย. 2561 | 08:58น.

บล.เคทีบี ประเมินกรอบ SET สัปดาห์นี้ (23-27 เม.ย.) ที่ 1,780-1,830 จุด รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมัน แต่ต้องจับตาการค้าของสหรัฐฯกับจีนที่อาจทำให้ตลาดผันผวนได้ รวมถึงติดตามการประชุม ECB กับ BOJ เรื่องอัตราดอกเบี้ยและมาตรการ QE สำหรับกลยุทธ์ลงทุนเน้น 3 กลุ่มใหญ่ ธนาคาร ปิโตรเคมี โทรศัพท์ ที่ยังเดินหน้าต่อได้

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST เปิดเผยว่าทิศทางตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ (23-27 เม.ย.) มีแนวโน้มในทางบวกมากขึ้นหลังปัจจัยลบคลี่คลายลงไป ส่งผลให้แรงกดดันต่อดัชนีฯมีน้อยลง ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นเป็นบวกต่อผลการดำเนินงานหุ้นน้ำมัน-ปิโตรเคมี ทำให้ราคาหุ้นกลุ่มนี้ทรงตัวได้ และนักลงทุนจะเข้ามาเก็งกำไรในงบการเงิน อย่างไรก็ตาม หลายตัวแปรที่ผลและอาจทำให้ตลาดผันผวนได้ คือ การตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ในเรื่องนโยบายการค้า และสถานการณ์ต่างๆที่มีผลต่อราคาน้ำมันหากน้ำมันปรับตัวขึ้นเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย รวมไปถึงการประมาณการกำไรของบริษัทต่างๆ จะมีผลตรงต่อราคาหุ้นตัวนั้นๆ

ทั้งนี้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นนั้นเป็นปัจจัยหนุนต่ออัตราเงินเฟ้อและ Bond Yield ของสหรัฐรวมถึงค่าเงินดอลล่าร์ขยับขึ้นด้วย ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินลงทุน ขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องมาตรการการค้าของสหรัฐฯ-จีน ที่ตลาดยังให้ความสนใจอยู่ หลังสหรัฐฯเตรียมประกาศจำกัดการลงทุนเทคโนโลยีของจีนในสหรัฐ และป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา แม้ว่าในท้ายที่สุดทั้งสองประเทศจะมีการเจรจากัน แต่การตอบโต้กันไปมาลักษณะนี้ จะทำให้นักลงทุนมีความกังวล กระทบต่อตลาดหุ้นทั้งสองประเทศเองและหุ้นกลุ่มส่งออกของไทยด้วย

ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนสัปดาห์นี้ประเมินกรอบเคลื่อนไหวที่ 1,780-1,830 จุด คาดว่า หุ้นกลุ่มใหญ่อย่างกลุ่ม ธนาคาร-ปิโตรเคมี-โทรศัพท์ จะเป็นกลุ่มที่เดินหน้าต่อได้ และจะมีการสลับเข้าลงทุนในแต่ละวัน สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคาร KTBST ให้ความสนใจ BBL ที่ประเมินว่าปีนี้ตั้งสำรองไม่มาก กลุ่มปิโตรเคมีมอง IRPC ที่มีความเป็น laggard ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มโทรศัพท์ แนะนำหุ้นหลัก ADVANC และ TRUE นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มนิคมฯ ที่มีความชัดเจนในการลงทุนในโซน EEC จากอาลีบาบาและโครงการรถไฟความเร็วสูงที่กำลังเดินหน้า หุ้นที่ได้ประโยชน์ในช่วงแรกจะเป็นทั้ง WHA และ AMATA และหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัวอย่าง THANI และ HMPRO

สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ในสัปดาห์นี้คือ ติดตามรายงาน GDP (QoQ) ของสหรัฐฯ ล่วงหน้า ในวันที่ 27 เมษายน คาดว่าจะออกมาที่ 2.3% ชะลอตัวลงจากช่วงก่อนหน้าที่ 2.9% ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 26 คาดว่าจะยังคงดอกเบี้ยไว้ ณ ระดับ 0% จากช่วงก่อนหน้า และแนวทางในการต่อมาตรการ QE หลังจากมาตรการภาษีของทรัมป์ได้บังคับใช้ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา โดยล่าสุดความน่าจะเป็นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยอยู่ที่ 5.2% และเราคาดว่าจะการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นได้ไวที่สุดในช่วงสิ้นปี 2019

ด้านทางเอเชีย ญี่ปุ่นจะมีการประชุมธนาคารกลาง (BOJ) ในวันที่ 27 คาดว่าจะยังคงดอกเบี้ยไว้ ณ ระดับ -0.1% และความน่าจะเป็นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยรอบการประชุมนี้อยู่ที่ 10.2%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ตลาดหุ้น