เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
Politics ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
Economic เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
“ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
Real Estate “ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ดร.ทองอยู่”
Politics เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ดร.ทองอยู่”
ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
Politics ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
ไฮไลท์ประชาชาติ ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
สวยงามดั่งนิยาย 3 งานแต่ง 3 สไตล์ “ณเดชน์-ญาญ่า”
Biz Movement สวยงามดั่งนิยาย 3 งานแต่ง 3 สไตล์ “ณเดชน์-ญาญ่า”
‘ชัชชาติ’ คว้ารางวัลบุคคลต้านทุจริตปี’69 ยกระดับ กทม.เมืองโปร่งใส
Biz Movement ‘ชัชชาติ’ คว้ารางวัลบุคคลต้านทุจริตปี’69 ยกระดับ กทม.เมืองโปร่งใส
‘ชัชชาติ’ ผนึกกำลัง กอ.รมน. จัดระเบียบเมือง ปราบแรงงานต่างด้าว นอมินี ยาเสพติด
Politics ‘ชัชชาติ’ ผนึกกำลัง กอ.รมน. จัดระเบียบเมือง ปราบแรงงานต่างด้าว นอมินี ยาเสพติด
‘สุริยะ’ ปิดดีลจีน เปิดทางส่งออกสัตว์น้ำไทยเพิ่ม 500 ล้าน ควบลงนาม MOU บริหารจัดการน้ำ
Economic ‘สุริยะ’ ปิดดีลจีน เปิดทางส่งออกสัตว์น้ำไทยเพิ่ม 500 ล้าน ควบลงนาม MOU บริหารจัดการน้ำ
ดูทั้งหมด

คิงส์เกตทุ่มลงทุน 2.6 พันล้าน อัพเกรด 2 โรงงานผลิตทอง

13 ม.ค. 2567 | 07:22น.
นายแดเนียล วีคส์

คิงส์เกตฯ เปิดใจหลังฝุ่นตลบคดีเหมืองทองอัครายืดเยื้อ 6 ปี ไม่ถอยธุรกิจในไทย ทุ่มลงทุน 2.6 พันล้านอัพเกรด 2 โรงงานเพิ่มกำลังผลิต 1.2 แสนออนซ์ทอง/ปี ตั้งเป้าปั๊มค่าภาคหลวง-กองทุนส่งไทย 1,300 ล้านบาทต่อปี ปี’67 จ่อขยายไลน์สำรวจแหล่งแร่ใหม่ “สปป.ลาว” พร้อมปรับธุรกิจสู่เน็ตซีโร่ ติดโซลาร์ฟาร์ม-ใช้รถอีวี-ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นรอบเหมือง

ผ่านมา 6 ปี นับจากวันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด บริษัทแม่ของอัครา ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ กับราชอาณาจักรไทย เพื่อเรียกร้องให้มีการชดเชยค่าเสียหาย จากมาตรการของรัฐบาลไทย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 คำสั่งของ คสช. ที่ 72/2559 ประกาศว่า “ผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำ จะต้องระงับการประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป” พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 750 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ (22,672 ล้านบาท) เนื่องจากการสั่งปิดเหมือง เป็นการละเมิดข้อตกลงด้านการลงทุน ภายใต้กรอบการค้าเสรี ไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA)

ซึ่งมาถึงปัจจุบันอยู่ในกระบวนอนุญาโตตุลาการขั้นตอนเจรจาครบ กำหนดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ล่าสุดทั้งรัฐบาลไทยและคิงส์เกตฯ ได้ตกลงขยายขั้นตอนการเจรจาในกระบวนอนุญาโตตุลาการออกไปอีก 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2567 แต่ทว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สั่งฟ้อง 4 ผู้ต้องหา ได้แก่ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ต้องหาที่ 1 พร้อมด้วย นายปกรณ์ สุขุม ผู้ต้องหาที่ 2 นายไมเคิล แพรทริค โมโนกาน ผู้ต้องหาที่ 3 และนายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งจะนัดส่งตัวฟ้องในวันที่ 24 มกราคม 2567

ยังหวังสานสัมพันธ์

นายแดเนียล วีคส์ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาค บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” หลังจากรับตำแหน่งว่า อัพเดตคดีอัครา TAFTA ตอนนี้มีความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ทางคณะกรรมการก็มีการเลื่อนคำชี้ขาดออกไป 6 เดือน เป็นวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ซึ่งทางเราไม่ได้มีความหนักใจอะไร ในระหว่างนี้ยังสามารถเดินหน้าธุรกิจปกติ เพราะเราดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายของประเทศไทย ขออนุญาตอะไรทุกอย่าง โดยไม่ได้รับสิทธิพิเศษอะไร สิ่งที่เราทำเป็นไปตามกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้เราได้มีการพบและพูดกับทางตัวแทนรัฐบาลไทย คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.อุตสาหกรรม และนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี

แต่ภายหลังจากที่มีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ บริษัทมีความประสงค์จะที่ขอเข้าพบนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน และนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ทางเราก็อยู่ระหว่างหาโอกาสที่จะเข้าไปพบท่าน เพราะเรามองว่าอุตสาหกรรมนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกเยอะ จึงอยากจะปรับกระบวนการทำงานต่าง ๆ ร่วมกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยเฉพาะอย่างปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจเหมืองซึ่งที่ผ่านมาจำเป็นต้องใช้ใบอนุญาตจากหลายหน่วยงาน แต่บางครั้งอาจจะขาดการเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานไปบ้าง เราคิดว่าหากมีโอกาสพบท่านนายกฯ ก็อยากจะนำประเด็นนี้ขึ้นมาหารือให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อจะตอบสนองต่อดีมานด์ที่จะสูงขึ้นจากเทรนด์โลกที่ไปพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เมื่อไปเจาะลึกจะพบเลยว่าต้องใช้แร่เป็นวัตถุดิบที่สำคัญ และเรามองว่าประเทศไทยมีศักยภาพ หากได้รับการสนับสนุนด้านนโยบายจากรัฐบาล และกระบวนการทำงานก็รองรับ จะทำให้ธุรกิจนี้เติบโตไปได้ และสร้างรายได้ให้กับประเทศ

ย้ำภาพการทำงานร่วมกับไทย

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการดำเนินกิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรีที่ผ่านมา 40 ปีนับจากสำรวจ บริษัทได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจมวลรวมของประเทศผ่านการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและประเทศไทย อาทิ การสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจต่อเนื่องในประเทศไทยเป็นเงินกว่า 32,000 ล้านบาท โดยมีการชำระค่าภาคหลวงกว่า 4,500 ล้านบาท

ซึ่งภายหลังที่บริษัทสามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้อย่างเต็มกำลังแล้ว ค่าภาคหลวงและเงินกองทุนที่บริษัทจะนำส่งให้แก่ภาครัฐจะอยู่ที่ 1,300 ล้านบาทต่อปี โดยร้อยละ 50 ของค่าภาคหลวงถูกจัดสรรให้แก่หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของเหมืองเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาชุมชน

สื่อสารกับประชาชนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของบริษัทเรื่องการทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อลดผลกระทบในช่วงที่ผ่านมานับเป็นสิ่งที่สำคัญ ทางบริษัทมีทีมชุมชนสัมพันธ์ที่ลงพื้นที่เข้าไปหาประชาชนในพื้นที่ 28 หมู่บ้านรอบเหมืองเป็นประจำ เพื่ออัพเดตเรื่องราวและรับฟังข้อห่วงกังวลของชาวบ้าน เราก็อยากให้ชุมชนรอบเหมืองรับรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องและเราทำงานอย่างโปร่งใส ทำให้มีการเปิดต้อนรับแขกผู้มาเยือนเสมอ และยังมีการจ้างงานโดยตรงและผ่านผู้รับเหมาของบริษัท โดยจ่ายค่าตอบแทนกว่า 1,800 ล้านบาท จากการจ้างพนักงานกว่า 1,000 คน ซึ่งร้อยละ 99 เป็นคนไทย และร้อยละ 90 เป็นประชาชนที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่โครงการ

“ภาพรวมของชุมชนอยากทำงานกับเหมืองเยอะมาก จะมีการติดต่อสอบถามมาในเพจว่ามีการรับสมัครงานไหม เพราะต้องยอมรับว่าคนมักจะเข้ามาหางานในเมือง ไม่ได้อยู่กับครอบครัว พอมีเหมืองเราเป็นนายจ้างที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนั้น เขาก็อยากจะทำงานกับเรา จะได้อยู่ใกล้บ้าน คนที่อยู่ใกล้จะรู้ว่ามันไม่ได้มีผลกระทบอะไรอย่างที่เคยเป็นข่าว”

ทุ่มงบฯ 2.6 พันล้านอัพกำลังผลิต

“แผนของคิงส์เกตฯตอนนี้ บริษัทได้ใช้งบฯ 2,600 ล้านบาท ในการซ่อมแซมโรงงานที่หนึ่ง ซึ่งในกระบวนการผลิตของเรามี 2 โรงงาน โรงงานหนึ่งสร้างเสร็จเมื่อปีที่แล้ว แล้วก็เปิดเมื่อเดือนมีนาคม 2566 และตอนนี้ก็ซ่อมแซมโรงงานอีกที่หนึ่ง เมื่อเสร็จแล้วจะมีการเปิดหน้าเหมือง ก็เลยจะผลิตทองคำมากขึ้น โดยคาดว่ากำลังการผลิตต่อปีจะเพิ่มขึ้น 1.2 แสนออนซ์ทอง”

ทั้งนี้ กำลังการผลิตของโรงประกอบโลหกรรมทั้ง 2 แห่งรวมกันอยู่ที่กว่า 5 ล้านตันต่อปี โดยโรงประกอบโลหกรรมที่ 1 มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.3 ล้านเมตริกตันต่อปี และโรงประกอบโลหกรรมที่ 2 มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.7 ล้านเมตริกตันต่อปี สำหรับการผลิตทองคำเฉลี่ยที่ 120,000 ออนซ์ต่อปี

สำหรับค่าใช้จ่ายในการยกเครื่องซ่อมบำรุงเครื่องจักรและโรงประกอบโลหกรรม ดังนี้ 1.โรงประกอบโลหกรรมที่ 2 วงเงิน 578 ล้านบาท 2.โรงประกอบโลหกรรมที่ 1 อีก 525 ล้านบาท 3.อุปกรณ์ในการทำเหมือง 1,400 กว่าล้านบาท และการซ่อมแซมโครงสร้างต่าง ๆ ในการทำเหมือง 105 ล้านบาท

ลุยสำรวจแหล่งแร่ใหม่ ลาว

นายวีคส์กล่าวอีกว่า แผนการสำรวจแหล่งแร่ในตอนนี้ บริษัทมีการสำรวจ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเริ่มมีการสำรวจเมื่อปีที่แล้ว การดำเนินการสำรวจแหล่งแร่ใหม่มีการดำเนินการทุกปีเพราะเป็นงานที่ต้องใช้ระยะยาวนานมากกว่า 5 ปี จึงจะตัดสินใจลงทุน ซึ่งขณะนี้ก็มีความคืบหน้า การสำรวจก็ได้พบเจอแหล่งแร่ใหม่หลายจุด แต่ต้องบอกว่าการสำรวจมันใช้เวลาพอสมควรพอจะเจอแหล่งแร่ ต้องมีข้อมูลรายละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจในการลงทุน ว่าคุ้มค่าจะลงทุนหรือไม่

“การสำรวจเป็นขั้นแรกเท่านั้น ถ้าเราพบแหล่งแร่ทองคำใหม่ ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถเปิดเหมืองได้เลย ต้องพิจารณาข้อมูลจากการสำรวจว่าจะมีการลงทุนหรือไม่ จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการขอใบอนุญาตต่าง ๆ ก็ต้องมีกระบวนการต่อไป ซึ่งจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี และการสำรวจก็มีความเสี่ยงสูงมากถึงแม้ว่าจะเจอแหล่งแร่ใหม่ แต่เกรดของทองหรือแหล่งแร่นั้นอาจจะมีลักษณะเหมือนว่าอาจจะต้องใช้วิธีการผลิตที่อาจจะไม่คุ้มค่าก็ได้ ฉะนั้นเราอาจจะลงทุนในการสำรวจแล้วในที่สุดก็อาจจะตัดสินใจไม่สร้างเหมืองใหม่ก็ได้”

“ปีนี้บริษัทมีแผนจะขยายการสำรวจออกไปที่ประเทศ สปป.ลาว เป็นปีแรก ตอนนี้บอกได้เพียงว่าเป็นการสำรวจเบื้องต้น กระบวนการเริ่มต้น ซึ่งทางเราได้พูดคุยกับที่ปรึกษาที่ลาวแล้ว แต่เทียบกับไทยไม่ได้ เพราะที่ลาวยังไม่ได้เริ่ม ส่วนที่ไทยเรามีข้อมูลพอสมควร จากที่ได้เริ่มสำรวจที่ประเทศไทยเมื่อ 40 ปีที่แล้ว แล้วพบแหล่งแร่ชาตรี”

เทรนด์เติบโตแต่ต้องเปลี่ยน

นายวีคส์มองว่า โอกาสทางธุรกิจของเหมืองยังมีแนวโน้มจะเติบโตมากขึ้น และคิงส์เกตฯมีแผนจะสร้างโซลาร์ฟาร์ม อาจจะเป็นแหล่งพลังงานสำรองให้กับกระบวนการผลิต เพื่อเข้าสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (เน็ตซีโร่) ตามเทรนด์ของโลก โดยขณะนี้บริษัทได้หารือกับทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อเตรียมขอรับมาตรการส่งเสริม โดยจะมีการศึกษาขนาดกำลังการผลิตว่าจะติดได้ขนาดกี่เมกะวัตต์

“ธุรกิจเหมืองก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องปรับตัว การสร้างโซลาร์ฟาร์มที่จุดนั้น เป็นจุดเริ่มต้น เพราะมีเหมืองชาตรีเหมืองเดียว มีพื้นที่จำนวนมาก แต่ถ้าเราพบแหล่งแร่ใหม่ ถ้าคุ้มค่าอาจจะสร้างโซลาร์ฟาร์ม นอกจากนี้มีแนวทางเรื่องการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นในปี 2570 ในพื้นที่รอบเหมืองเป็นการทำ ESG และเรื่องรถมีการใช้รถอีวี”

อัคราปักหลักในไทย 23 ปี

อนึ่ง ธุรกิจอัคราปักหมุดในไทย นับจากปี 2543 รัฐบาลในยุคชวน หลีกภัย มีการเปิดให้สัมปทานการขุดเหมือง ชื่อ “ชาตรี” ทำบริเวณรอยต่อของ จ.พิจิตร, จ.พิษณุโลก และ จ.เพชรบูรณ์ เป็นจำนวน 5 แปลง มีพื้นที่รวม 1,259 ไร่ หลังขุดทองกันได้ 7 ปี มีกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเมื่อปี 2550 แต่ระหว่างที่ภาครัฐตรวจสอบ ทาง บมจ.อัคราฯได้ขอสัมปทานเพิ่มเติมอีก 9 แปลง ในจังหวัดพิจิตร รวมพื้นที่ 2,466 ไร่ และได้รับสัมปทานจากรัฐ วันที่ 21 กรกฎาคม 2551-20 กรกฎาคม 2571 สัมปทานยาว 20 ปี ที่เรียกว่า “เหมืองทองคำชาตรีเหนือ” การตรวจสอบดำเนินมาจนถึง วันที่ 16 มกราคม 2558 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้ทำการสุ่มตรวจ และพบว่ามีชาวบ้านจำนวนหนึ่งมีโลหะหนักในกระแสเลือด จึงออกคำสั่งให้บริษัท อัคราฯ หยุดประกอบกิจการ เป็นเวลา 30 วัน ความขัดแย้งในพื้นที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มชาวบ้านมีทั้งฝ่ายสนับสนุนเหมืองทองคำ และฝ่ายที่ต่อต้านอยากให้เหมืองยุติ จนนำมาสู่คำสั่งของ คสช. ที่ 72/2559 วันที่ 14 ธันวาคม 2559 และนำมาสู่คดีการฟ้องร้องดังกล่าว