เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บอร์ด OR ตั้ง “นิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์” นั่งซีอีโอคนใหม่แทน “ม.ล.ปีกทอง”
Economic บอร์ด OR ตั้ง “นิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์” นั่งซีอีโอคนใหม่แทน “ม.ล.ปีกทอง”
ศึกชิงโรงแรม 5.3 พันล้านเดือด! ROH ฟ้องสวน GROREIT-บลจ.วรรณ ยืนยันสิทธิซื้อคืน
Finance ศึกชิงโรงแรม 5.3 พันล้านเดือด! ROH ฟ้องสวน GROREIT-บลจ.วรรณ ยืนยันสิทธิซื้อคืน
กบน.หั่นราคา B20-E20 เหลือ 33.50 บาท/ลิตร ถูกกว่าดีเซล B7-โซฮอล์ 95 ถึง 10 บาท ช่วยค่าครองชีพ-หนุนเกษตรกร
Economic กบน.หั่นราคา B20-E20 เหลือ 33.50 บาท/ลิตร ถูกกว่าดีเซล B7-โซฮอล์ 95 ถึง 10 บาท ช่วยค่าครองชีพ-หนุนเกษตรกร
รฟม.แจงคำวินิจฉัยกฤษฎีกาให้เอกชนใช้ที่ดินทำทางเข้า-ออก เป็นโครงการใหม่ ไม่เกี่ยว“แอชตัน อโศก”
Real Estate รฟม.แจงคำวินิจฉัยกฤษฎีกาให้เอกชนใช้ที่ดินทำทางเข้า-ออก เป็นโครงการใหม่ ไม่เกี่ยว“แอชตัน อโศก”
บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะแนวทางจัดระเบียบ โครงการเก่า-ใหม่
Finance บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะแนวทางจัดระเบียบ โครงการเก่า-ใหม่
Taobao เสิร์ฟบริการใหม่ถึง ‘คนไทย’ รัว ๆ เพิ่มจ่ายพร้อมเพย์-ส่งของชิ้นใหญ่ตรงจากจีน
Tech Taobao เสิร์ฟบริการใหม่ถึง ‘คนไทย’ รัว ๆ เพิ่มจ่ายพร้อมเพย์-ส่งของชิ้นใหญ่ตรงจากจีน
GRAND ขาดสภาพคล่อง! จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ 19.32 ล้านไม่ไหว นัดถกเจ้าหนี้ 29 ต.ค.นี้
Finance GRAND ขาดสภาพคล่อง! จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ 19.32 ล้านไม่ไหว นัดถกเจ้าหนี้ 29 ต.ค.นี้
มช. ผนึก ม.ยูนนานนอร์มอล ปั้นป.โท-เอก ภาษาจีนนานาชาติ ฉลอง 20 ปี สถาบันขงจื่อ
การศึกษา มช. ผนึก ม.ยูนนานนอร์มอล ปั้นป.โท-เอก ภาษาจีนนานาชาติ ฉลอง 20 ปี สถาบันขงจื่อ
Agri Next Thailand 2026 มหกรรมสินค้าเกษตรกว่า 100 ร้านค้าทั่วประเทศ 27-28 ต.ค.
Biz Movement Agri Next Thailand 2026 มหกรรมสินค้าเกษตรกว่า 100 ร้านค้าทั่วประเทศ 27-28 ต.ค.
‘ขยะข้ามแดน’ ถล่มบางแสน ‘จี้แก้ต้นน้ำ’ ลดภาระปลายทาง
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ขยะข้ามแดน’ ถล่มบางแสน ‘จี้แก้ต้นน้ำ’ ลดภาระปลายทาง
ดูทั้งหมด

“Acer-ASUS” 2 ยักษ์พีซีโลก เพิ่มกำลังการผลิตในอินเดีย

12 ก.พ. 2567 | 19:28น.
acer asus อินเดีย

2 ยักษ์พีซีโลก “Acer-ASUS” เตรียมเพิ่มการผลิตในอินเดีย หลังรัฐบาลคุมเข้มการนำเข้าสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยี เพื่อผลักดันนโยบาย “Make in India” ยกระดับประเทศเป็นที่ยอมรับในเวทีการค้าโลก

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า 2 ผู้ผลิตและจำหน่ายพีซี (PC) รายใหญ่ของโลกอย่าง “เอเซอร์” (Acer) และ “เอซูส” (ASUS) วางแผนที่จะเพิ่มการผลิตในอินเดียในปีนี้ เนื่องจากอินเดียพยายามส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศ และเริ่มใช้มาตรการควบคุมสินค้านำเข้าที่เข้มงวดมากขึ้น

นายเจสัน เฉิน (Jason Chen) ประธานของ Acer กล่าวว่า อินเดียกลายเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของบริษัททั้งในแง่ของยอดขายและจำนวนการจัดส่งรองจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะเร่งยอดขายในส่วนของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสำหรับคอนซูเมอร์ในอินเดียในปีนี้

ทั้งนี้ Acer กำลังเจรจากับซัพพลายเออร์ด้านการผลิตในอินเดีย เช่นเดียวกับซัพพลายเออร์รายอื่น ๆ ในไต้หวัน เพื่อเพิ่มการผลิตในประเทศ เนื่องจากเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับทิศทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลอินเดีย

“ความร่วมมือของเรากับซัพพลายเออร์ในอินเดียที่เริ่มตั้งแต่ปี 2566 กำลังดำเนินไปด้วยดี รวมถึงตลาดในอินเดียยังเติบโตอย่างรวดเร็วจนไม่อาจละเลยศักยภาพของตลาดได้”

นายแซมสัน หู (Samson Hu) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ Asustek Computer หรือ ASUS กล่าวกับสำนักข่าวนิกเคอิ เอเชียว่า บริษัทกำลังทำงานเชิงรุกกับซัพพลายเออร์ เพื่อตอบสนองต่อแรงผลักดันของรัฐบาลอินเดียที่ต้องการให้มีการผลิตในท้องถิ่นมากขึ้นในระยะยาว

“ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของเราส่วนใหญ่ประกอบขั้นสุดท้ายในอินเดีย แต่เรากำลังวางแผนที่จะผลิตส่วนประกอบอื่น ๆ ในประเทศด้วย”

นายแซมสันกล่าวด้วยว่า ASUS ได้สร้างแบรนด์โน้ตบุ๊กสำหรับคอนซูเมอร์ในอินเดียในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป อินเดียจะกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ ASUS ให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจเกี่ยวกับโน้ตบุ๊กเชิงพาณิชย์

โดยปัจจัยที่มีผลต่อแผนการดำเนินงานในอินเดียของทั้งสองแบรนด์ มาจากการที่รัฐบาลได้ออกมาตรการควบคุมการนำเข้าผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีหลายชนิดเมื่อเดือน ส.ค. 2566 ซึ่งมีผลบังคับทันที และต้องมีใบอนุญาตสำหรับการนำเข้าเสมอ เช่น โน้ตบุ๊ก แท็บเลต ออลอินวันพีซี และเซิร์ฟเวอร์

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะสนับสนุนนโยบาย “Make In India” ของประเทศ ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มของรัฐบาลอินเดียเพื่อส่งเสริมให้บริษัทต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หันมาตั้งฐานการผลิตสินค้าในประเทศอินเดีย และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับสินค้าที่ผลิตในอินเดียให้เป็นที่ยอมรับในเวทีการค้าโลก

การใช้มาตรการดังกล่าวอย่างกะทันหัน ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ส่งผลให้รัฐบาลต้องยอมประนีประนอม จากที่จะต้องมีใบอนุญาตสำหรับการนำเข้า รัฐบาลเริ่มกำหนดให้บริษัทต่าง ๆ ใช้ระบบการจัดการการนำเข้าแบบใหม่ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2566 แทน

การผลักดันของอินเดียเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยี เกิดขึ้นในขณะที่จีนซึ่งเป็นมหาอำนาจด้านการผลิตของโลกกำลังต่อสู้ในสงครามการค้ากับสหรัฐ มีการกระจายฐานการผลิตของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค เช่น สมาร์ทวอตช์ ลำโพงอัจฉริยะ และเซิร์ฟเวอร์ โดยประเทศที่ได้ประโยชน์อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนาม และไทย ส่วนมาเลเซียกำลังฟื้นตัวในฐานะศูนย์กลางการประกอบและทดสอบชิป

อย่างไรก็ตาม นโยบายการนำเข้าของปี 2566 ไม่ใช่ความพยายามในการส่งเสริมการผลิตเทคโนโลยีในประเทศครั้งแรกของอินเดีย เนื่องจากเมื่อ 3 ปีก่อน รัฐบาลได้เปิดตัวโปรแกรม Production-Linked Incentive (PLI) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน เช่น แอปเปิล (Apple) และซัมซุง (Samsung) ผลิตสินค้าในโรงงานที่ตั้งในประเทศเป็นจำนวนมากเพื่อแลกกับรางวัลจูงใจ

และในเดือน พ.ค. 2566 รัฐบาลได้เปิดตัวโปรแกรม PLI 2.0 โดยขยายขอบเขตไปยังผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น โน้ตบุ๊กและแท็บเลต ซึ่งมีบริษัทที่เข้าร่วมโปรแกรมดังกล่าวทั้งหมด 27 รายจากทั้งหมด 40 ราย เช่น HP, Dell, Lenovo, Acer และ ASUS เป็นต้น

นอกจากนี้ สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชียยังรายงานส่วนแบ่งตลาดพีซีในอินเดียของแต่ละแบรนด์ประจำไตรมาส 3 ของปี 2566 โดยอ้างอิงข้อมูลจาก IDC บริษัทวิจัยด้านเทคโนโลยีไว้ดังนี้

1. HP มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 29.4% เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่ 23.9%

2. Lenovo มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 17.0% ลดลงจากปี 2565 ที่ 21.3%

3. Dell มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14.6% ลดลงจากปี 2565 ที่ 16.0%

4. ASUS มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 12.5% เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่ 9.9%

5. Acer มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 11.6% เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่ 10.9%

6. แบรนด์อื่น ๆ รวมกันมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14.9% ลดลงจากปี 2565 ที่ 18.0%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

acer ASUS อินเดีย