เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.76% อยู่ที่ 63,345 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.76% อยู่ที่ 63,345 เหรียญสหรัฐ
ดวงรายสัปดาห์ 2-8 สิงหาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 2-8 สิงหาคม 2569
ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
World ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
World กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
Politics ‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
Finance สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
Politics พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
Columns หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
Finance เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
Real Estate คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
ดูทั้งหมด

KTIS เปิดแผนปี’67 ชูไบโอคอมเพล็กซ์-ภาชนะเยื่อชานอ้อย

16 ก.พ. 2567 | 08:47น.
ปรัชญ์ ศิริวิริยะกุล
สัมภาษณ์พิเศษ

กลุ่ม KTIS หรือ บริษัท น้ำตาลไทยเอกลักษณ์ จำกัด ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2500 หรือประมาณ 66 ปีก่อน โดย “จรูญ-หทัย ศิริวิริยะกุล” เริ่มจากการเป็นผู้กระจายสินค้าน้ำตาลก่อนจะซื้อโรงงานรวมผล เริ่มต้นกำลังการผลิต 2,000 ตัน/วัน เมื่อปี 2510 จนถึงปัจจุบัน KTIS ขยายไลน์การผลิตออกไปอย่างกว้างขวางมีโรงงานน้ำตาล 3 แห่ง รวมกำลังการผลิต 88,000 ตันอ้อยต่อวัน

ทั้งยังมีธุรกิจเกี่ยวข้องมากมายไม่ว่าจะเป็นไบโอพลาสติก ไบโอเอ็นเนอร์ยี่ผลพลอยได้จากอ้อยไปสู่ โรงงานเยื่อกระดาษฟอกขาว โรงงานเอทานอลจากกากน้ำตาล โรงไฟฟ้าชีวมวลจากชานอ้อย “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “ปรัชญ์ ศิริวิริยะกุล” กรรมการ KTIS ซึ่งเป็นทายาทรุ่น 4 ที่เข้ารับหน้าที่ดูแลภาพรวมของกลุ่มทางด้านการขายต่างประเทศและยังดูแลด้านการเงินในบางส่วน ถึงแผนและทิศทางการดำเนินงานในปี 2567

KTIS ปีที่ผ่านมา

ปีที่แล้วสถานการณ์ภาพรวมดี รายได้ 19,878.8 ล้าน กำไรสุทธิ 1,939 ล้านบาท โต 325% จากทั้งปริมาณฝนที่ดี อ้อยดี และราคาก็ดี ทำให้ผลประกอบการค่อนข้างดี หลังจากที่แล้งมาหลายปี สงสารชาวไร่ ปีที่แล้วเป็นปีที่ทำให้ชาวไร่ลืมตาอ้าปาก แต่มาปีนี้ที่มันไม่ค่อยดี เพราะเจอเอลนีโญฝนไม่ค่อยดี ปริมาณฝนน้อยมากอย่างช่วงเดือนกันยายนปกติ 800 มิลลิเมตร แต่ฝนมาแค่ 400 มิลลิเมตร

ซึ่งส่วนที่หายไปจะแตกต่างกันในแต่ละภาค โดยภาคอีสานหายไป 10% ดีกว่าภาคอื่น ส่วนภาคเหนือและภาคกลางหายไป 30%

“ตลาดโลกตอนนี้ราคาดีมาก เพราะประเทศที่ส่งออกหลักมีไทย บราซิล และอินเดีย ด้วยเหตุที่บราซิล พืชผลดีทั้งหมด ทำให้ผลผลิตถั่วเหลือง พืชเกษตรอื่น ๆ ส่งออกมาก ทำให้เรือที่ส่งออกมาส่งออกไม่ทัน ทำให้ผลิตภัณฑ์ส่งออกอื่น ๆ แย่งการส่งออกของน้ำตาลทำให้น้ำตาลส่งออกมาไม่ทัน ขณะที่อินเดียก็แล้งทำให้ส่งออกน้ำตาลน้อย ไทยผลิตผลไม่ดีราคาตลาดโลกเลยสูง ปริมาณไม่ดีแต่ราคาดี”
แนวโน้มตลาดโลกปี 2567

ราคาน้ำตาล ตลาดส่งออกยังดีต่อเนื่อง แม้ว่าอาจยังไม่สูงเท่าปีที่แล้ว แต่ถือว่าราคายังดี เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 10 ปี โดยมีแค่บราซิลที่ผลผลิตดี ส่วนอินเดียกับไทยไม่ค่อยดีเท่าไร และอินเดียก็เอาอ้อยไปทำเอทานอลมาก ทำให้ปริมาณน้ำตาลเขาลดลง โอกาสจะส่งออกได้น้อยมาก ส่วนไทยอ้อยยังไม่กลับมาเท่าไรจากภัยแล้ง ดังนั้นโดยรวมตลาดโลกก็ยังขาดน้ำตาลอยู่ ราคาตลาดโลกยังซัพพอร์ต 1-2 ปีข้างหน้า

“ราคาเปิดตลาดมาตั้งแต่ปีนี้ลดลงนิดหน่อย แต่ต้องบอกว่าราคานี้ถึงจะลงก็ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เดิม 10 ปีก่อนอยู่ที่ประมาณ 18 เซนต์/ปอนด์ ส่วนราคาตอนนี้ 25 เซนต์/ปอนด์ นี่อ่อนตัวลงมาจากเคยขึ้นไปอยู่ที่ 28 เซนต์ต่อปอนด์ ถือว่าสูงสุดในรอบ 20 ปี”

ธุรกิจ KTIS ปี 2567

ปีนี้รายได้อาจลดลงตามปริมาณอ้อย รายได้ลง 20-30% แต่มาร์จิ้นจะดีขึ้น ดังนั้น กำไรสุดท้ายคงไม่ลดลงขนาดนั้น สำหรับรายได้ KTIS สัดส่วนประมาณ 70% มาจากการส่งออก ส่วนอีก 30% จะขายภายในประเทศ ขณะเดียวกันเรานำเอาผลพลอยได้จากน้ำตาลมาแปรรูป เช่น เมื่อหีบอ้อยได้กากอ้อยมา ก็นำกากอ้อยมาทำจานชามจากกากอ้อย 100% ซึ่งจะดีกว่าสิ่งแวดล้อม เอาโมลาสไปทำเอทานอล

โรงงานน้ำตาล-KTIS

ซึ่งสัดส่วนรายได้ น้ำตาลยังมากกว่าเพราะวอลุ่มมันใหญ่ แต่มาร์จิ้นของผลิตภัณฑ์อื่นสูงกว่า ก็ประมาณอย่างละ 50% น้ำตาลครึ่งหนึ่ง ผลิตภัณฑ์อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง หลักจะเป็นไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และเอทานอล

ลุยนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์

ในส่วนไบโอพลาสติก KTIS เป็นซัพพลายให้กับเขา โดยการขายไฟ ขายสตรีม ไอน้ำ อย่างในโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทแรกอย่างเนเจอร์เวิร์คที่่เข้ามาลงทุนร่วมกับ PTTGC คาดว่าจะเริ่มทดลองเดินเครื่องปลายปีนี้ โดยเราจะเป็นผู้จัดหาไฟฟ้า และสตรีมให้เขา ซึ่งหากเดินเครื่องจักรในโครงการนี้ เราจะดึงส่วนที่เป็นน้ำตาลที่ส่งออกมาทำผลิตภัณฑ์แทน

โดยสินค้าที่ผลิตได้จากโครงการนี้ ทางเนเจอร์เวิร์คจะมีลูกค้าอยู่แล้วและมีการสั่งซื้อล่วงหน้า 2 ปี เป็นลูกค้าต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะโซนเอเชีย ส่วนตลาดในประเทศไทยยังไม่ใหญ่มาก

ส่วนผลตอบรับของรายได้ บางส่วนจะกลับคืนสู่รายได้บริษัทในปีนี้ แต่ยังไม่มาก มาจากขายไฟฟ้าและการขายสตรีมให้เขา ส่วนโรงงานที่เขาสร้างที่เขาผลิตก็คือส่วนของเขา แต่ในบริษัท GKBI บริษัทร่วมทุนระหว่างเคทิส กับ GGC ลูกบมจ.ปตท. ฝ่ายละ 50 : 50 รายได้ส่วนแชร์ตรงนั้น

“ตอนนี้ยังมีการดูส่วนที่จะขยายความร่วมมือเพิ่มระหว่างกันอีก เพราะอาจจะมีหลายโปรดักต์ที่มีโอกาสนำมาทำได้อย่างเช่น คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) พวกไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดก็มีปริมาณเยอะขึ้นมาก ซึ่งผู้ส่งออกหลาย ๆ คนมองว่า จะไปลงทุนที่ไหน ก็จะดูที่มาว่าสินค้าที่ผลิตได้มาจากแหล่งพลังงานสะอาดหรือไม่ ซึ่งเรามีคุยกับหลายบริษัทที่ใช้ไฟฟ้าค่อนข้างเยอะ”

ชูจานชามเยื่อชานอ้อย

ปีนี้หลัก ๆ บริษัทให้ความสำคัญเกี่ยวกับการผลิตจานชามจากเยื่อกระดาษ โรงงาน EPAC ลงทุน 1,300 ล้านบาทกว่า 4 ปีแล้ว ซึ่งปีนี้จะทำเต็มกำลังการผลิตแล้ว ถ้าเต็มกำลังการผลิต 3 ล้านชิ้น/วัน แต่ตอนนี้มีแค่หลักแสน แต่แนวโน้มตลาดเริ่มใหญ่ขึ้น แม้ว่าจะมีคนลงมาแข่งขันมากขึ้น

ปีก่อนเริ่มขายแต่ยังปริมาณไม่มากเริ่มตลาดในประเทศผ่านออนไลน์ เช่น ลาซาด้า จุดเด่นของผลิตภัณพ์ KTIS ทำจากเยื่อชานอ้อย 100% ไม่ปนเยื่อรีไซเคิลเลย ที่เห็น ๆ ขายในตอนนี้น่าจะไม่ใช่ชานอ้อย 100% ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบความคงทนจะต่างกัน อย่างหลอดกระดาษที่โดนน้ำเเล้วยุ่ยเลย แต่ของเคทิสจะหนามาก อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นพรีเมี่ยม ก็มีส่วนทำให้ราคาของเรายังสูงกว่าท้องตลาด

“ก่อนที่จะมาทำจานชานอ้อย KTIS ส่งออกเยื่อกระดาษอยู่แล้ว และเป็นรายใหญ่ของโลกด้วย ตอนนี้เยื่อบางส่วน 10% ที่เราเอามาทำเป็นจานชาม ซึ่งหากสเกลใหญ่ขึ้น ต้นทุนการผลิตก็จะถูกลง และอนาคตในระยะยาวจะขยายสู่ตลาดส่งออก ซึ่งเรามองโอกาสทั้งยุโรป และอเมริกาเป็นหลัก”

ความท้าทาย “ลดอ้อยไฟไหม้”

ปัญหาเรื่อง PM 2.5 แนวทางการดูแลเรื่องนี้ภาพกว้างต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ พืชอื่นด้วย เพราะถ้าดูจากภาพถ่ายดาวเทียมจะเห็นและแยกได้ชัดอยู่แล้วว่าเกิดจากพืชอะไร ข้อมูลค่อนข้างชัดเจนว่าอ้อยไม่ใช่จำเลย

แต่พอดูในแง่ของอ้อย KTIS เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ใช้รถตัดอ้อย เพราะแน่นอนว่าชาวไร่จะเผาอ้อยเพราะง่ายกว่า แต่ KTIS ลงทุนรถตัดอ้อยมานานและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อไปช่วยชาวไร่ที่เป็นคู่สัญญากับเรา เพราะแรงงานก็หายากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งตอนนี้ 3 โรงงานของ KTIS อย่างที่ภาคเหนือเปอร์เซ็นต์อ้อยสดอยู่ที่ 98% แล้ว จากที่ทั่วประเทศเฉลี่ย 70-80% แล้วแต่ปี

“หากปีใดมีเงินช่วยอ้อยสด 120 บาท ชาวไร่ก็ตัดอ้อยสดเยอะ พอปีถัดมาไม่ค่อยชัดเจนว่าจะได้เงินเมื่อไร ทำให้ชาวไร่เขาไม่กล้าที่จะลงทุนเพราะการลงทุนรถตัดค่อนข้างแพง 10 ล้านบาท ชาวไร่ก็กลับไปใช้แรงงานแบบเดิม ส่วนปี 2566/2567 ยังไม่มีประกาศออกมา จริง ๆ ควรจะออกประกาศเพื่อสร้างความมั่นใจว่าถ้าเขาลงทุนรถตัดอ้อยแล้วคุ้มค่าที่จะลงทุนจริง ๆ เราลงทุนซื้อรถตัดอ้อยแล้วก็ไปช่วยตัด แต่ก็ช่วยได้เฉพาะรัศมีรอบ ๆ โรงงาน ไร่ที่ไม่ไกลมาก การซื้อรถตัดเพิ่มทุกปี ก็ใช้เงินมาก”

ซึ่งในตลาดส่งออก “ลูกค้า” ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้กันมากนัก อย่างออสเตรเลีย แม้จะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่บางโซนมันก็ยังมีการเผาอ้อยเยอะ ดังนั้น ขึ้นอยู่กับการจัดการมากกว่าว่าจะควบคุมปริมาณเท่าไร เพื่อจะไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม เช่น ต้องดูบางวันดูกระแสลมมันจะมีหลักการที่ชัดเจนว่าอากาศช่วงนั้นเป็นไงที่ไม่ให้เผา หรือบางช่วงขออนุญาตเผาได้ ในหลาย ๆ ประเทศก็ยังทำกัน

“ความเป็นไปได้การลดอ้อยไฟไหม้เป็นศูนย์ค่อนข้างที่จะยาก สักวันหนึ่งต้องไปถึงจุดนั้น แต่จะแก้ที่อ้อยอย่างเดียวไม่ได้ เหตุที่ชาวไร่เขาเผา ด้วยเขากลัวว่าถ้าเขาไม่เผาเวลาพืชอื่นก็จะลามมาโดนอ้อยของเขาเอง จึงชิงเผาใบในแปลงตัวเองก่อน ดังนั้นถ้าต้องแก้ต้องแก้ทั้งระบบ แก้พืชทุกอย่างทั้งโซน”

ขึ้นราคา-สินค้าควบคุม

ปีที่ผ่านรัฐบาลช่วยให้ปรับราคา ในแง่ชาวไร่ ต้นทุนยังสูง ด้วยปีที่แล้วแล้งมากทำให้ต้นทุนคงที่สูง ปุ๋ยแพง ก็ลงมาบ้าง ซึ่งในส่วนการปรับราคาน้ำตาลคิดว่าต้องไปดูที่ตลาดโลกมากกว่า ตอนนี้เริ่มลงมาระดับหนึ่งใกล้เคียงกับในประเทศมากขึ้น

“ตอนนั้นที่ขอให้ขึ้นราคา เพราะราคาในประเทศกับราคาส่งออกต่างกันมาก ราคาน้ำตาลในไทยถ้าเทียบกับต่างประเทศในโลกมันต่ำกว่าประเทศต่าง ๆ มาก ๆ จนมีการลักลอบขนออกชายแดน เราไม่เชื่อว่าข้อมูลคนกินน้ำตาลเพิ่มสูงขึ้นอย่างนั้นเป็นไปไม่ได้ ผิดปกติ”

ส่วนมาตรการแก้ปัญหาระยะยาว พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ตอนนี้คณะทำงานต้องคุยรายละเอียดเรื่องของการดำเนินงานวิธีการดำเนินงาน พ.ร.บ. ประเด็นที่มีปัญหากับบราซิลให้เป็นไปตามระบบ ในส่วนเอกชนการปรับตัวโดยที่เราก็มีการคุยกับชาวไร่มาตลอด

แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่ไทยกลับมาขึ้นบัญชีควบคุมราคาสินค้าน้ำตาลทราย จุดนี้เป็นจุดที่เรากังวล เพราะไทยต้องไปอธิบายบราซิลอีกรอบ เราอุตส่าห์หลุดจากตรงนั้นแล้ว เขาเข้าใจแล้ว แต่เรามาเปลี่ยนอีกรอบหนึ่งเขาจะมองอย่างไรก็ต้องดูว่าจะคุยอย่างไรอีกรอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

KTIS โรงงานน้ำตาลทราย