King Wai City Oasis ต้นแบบชุมชนนิเวศวิทยาของจีน
คิง ไว กรุ๊ป อาจเป็นบริษัทน้องใหม่ของประเทศไทย แต่ไม่ใช่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เพราะคิง ไว กรุ๊ป เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มีฐานผลิตตั้งอยู่ในฮ่องกง ทั้งยังมีชื่อเสียงในสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีประวัติการทำงานที่ประสบความสำเร็จมายาวนานกว่า 35 ปี เพราะได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลจีนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่
หนึ่งในโครงการที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งของคิง ไว กรุ๊ป คือ โครงการ King Wai City Oasis โครงการมิกซ์ยูสบนพื้นที่ 950 ไร่ ในเขตเป่าซาน เมืองเซี่ยงไฮ้ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2549 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างให้เป็นเมืองใหม่ขนาดใหญ่ ด้วยความหนาแน่นของประชากรที่เพิ่มขึ้น ทำให้เขตเมืองหลักเซี่ยงไฮ้แออัดและราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้น ทางการจีนจึงมีนโยบายสร้างชุมชนที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ โดยให้ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพที่เข้าสู่ตัวเมืองได้ง่าย

“แอนโทนิโอ ฮาง ตัท ชาน” รองประธานกรรมการ บริษัท คิง ไว กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ฉายภาพรวมโครงการว่า มีการแบ่งเป็นที่อยู่อาศัย ห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงเรียน และพื้นที่การพาณิชย์อื่น ๆ ซึ่งโครงการแบ่งออกเป็นเฟสต่าง ๆ ทั้งหมด 7 เฟส ในแต่ละเฟสมีการพัฒนาโครงการไม่พร้อมกัน โดยออกแบบแต่ละเฟสให้ตอบโจทย์กับความต้องการในช่วงนั้น ๆ ของลูกค้า
“ที่สำคัญคือทางโครงการจะมองภาพรวมว่าทุกเฟสต้องสามารถประกอบเข้าด้วยกันเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างชุมชนที่มีศักยภาพ และโครงการทั้งหมดต้องสามารถตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างครบครัน”
จุดเด่นของโครงการมีหลายด้าน ทั้งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับประชากรได้มากถึง 30,000 คน, มีพื้นที่สีเขียวมากถึง 70% ของทั้งโครงการ, ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ มีรถไฟฟ้าเชื่อมถึง, อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ และมีบริการการขนส่งสาธารณะซึ่งเป็นทางเลือกที่ราคาไม่แพง

นอกจากนั้น King Wai City Oasis ยังได้รับการพัฒนาจุดเด่นด้านนิเวศวิทยา เช่น มีทะเลสาบ สวนสาธารณะ และถนนในโครงการที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้เต็มสองข้างทาง พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบสนองการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งยังได้รับการออกแบบและวางผังเมืองโดย Gensler บริษัทระดับโลกด้านการออกแบบผังเมือง
“โครงการนี้พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเมืองต้นแบบของการสร้างที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรต่าง ๆ เช่น พลังงาน ที่ดิน น้ำ และวัสดุอุปกรณ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งผลให้เฟส 2 ของ King Wai City Oasis ได้รับรางวัลต้นแบบชุมชนนิเวศวิทยาของจีนเป็นแห่งแรก จากศูนย์พิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน”
ภายในโครงการของเฟส 2 มีพื้นที่สีเขียวมากถึง 43% ทั้งยังให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงานหมุนเวียน ด้วยการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ โดยสะสมพลังงานเพื่อนำส่งเป็นแสงสว่างและความร้อน สำหรับการใช้งานตามจุดต่าง ๆ ของโครงการ ซึ่งนอกจากสภาพแวดล้อมภายนอกแล้ว การพิจารณารางวัลยังให้ความสำคัญกับกระบวนการก่อสร้าง วัสดุที่ใช้ การบำรุงรักษา และการซ่อมแซมหรือรื้อถอน
กล่าวโดยรวมคือมองครอบคลุมตั้งแต่สภาพแวดล้อมโดยรอบ (surrounding environment), การอนุรักษ์พลังงาน (energy conservation), คุณภาพการอยู่อาศัยในอาคาร (in-door environmental quality), การใช้น้ำ (water consumption) และการนำกลับมาใช้ซ้ำ (recycling)
สำหรับรางวัลที่ได้รับสามารถสะท้อนถึงนโยบายการทำโครงการของคิง ไว กรุ๊ป ที่มุ่งมั่นใน 5 ด้านหลัก ได้แก่
หนึ่ง ออกแบบพื้นที่สีเขียวให้ได้ 70% ของพื้นที่โครงการ เพื่อสภาพความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งยังช่วยกรองฝุ่นละอองและควันพิษ
สอง ใช้ทรัพยากรภายในโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การออกแบบภายในอาคารที่โปร่งสบาย ลมและแสงอาทิตย์เข้าถึงได้ รวมถึงมีการคำนวณวัสดุการก่อสร้าง และกระบวนการก่อสร้างที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด พร้อมทั้งมีบริการสาธารณะให้บริการ
สาม มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยมีกระบวนการบำบัดน้ำเสียและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่
สี่ การใช้พลังงานทดแทน มีการใช้แผงโซลาร์เพื่อจัดเก็บพลังงานแสงอาทิตย์และแจกจ่ายตามหน่วยต่าง ๆ ของโครงการ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า
ห้า จัดเตรียมจุดเติมพลังงานไฟฟ้าไว้บริการรถยนต์ไฮบริดที่รัฐสนับสนุนให้ใช้ เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม
“โครงการต่อไปของ คิง ไว กรุ๊ปจะยึดตามแนวทางข้างต้น เพราะถือได้ว่าเป็นมาตรฐานด้านการก่อสร้างที่รัฐบาลจีนรณรงค์ให้เอกชนนำมาใช้ในขณะนี้ ทั้งยังสอดรับกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของจีน ซึ่งตั้งเป้าทำสงครามมลพิษให้สำเร็จภายในปี 2020 และคาดว่าปี 2035 จะมีหลายนโยบายที่ประกาศออกมา และส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจ เช่น การควบคุมความหนาแน่นประชากรในเมืองใหญ่ การใช้รถยนต์สีเขียว (Green Car) หรือรถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
ทั้งนั้น โมเดลจาก King Wai City Oasis จะถูกส่งต่อมายัง 2 โครงการมิกซ์ยูสในประเทศไทยที่คิง ไว กรุ๊ป กำลังจะดำเนินการในเร็ว ๆ นี้ โดยบริษัทมี 2 โปรเจ็กต์ยักษ์ แห่งแรกคือโครงการ AEC อยู่บนพื้นที่ 1,997 ไร่ ของ ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งเป้าให้เป็นพื้นที่อยู่อาศัย ศูนย์ดูแลสุขภาพ ศูนย์รองรับผู้สูงอายุ พื้นที่สันทนาการและการท่องเที่ยว รวมถึงศูนย์กระจายสินค้า
“พื้นที่ จ.ฉะเชิงเทราอยู่ในเขต EEC ซึ่งมีความพร้อมอย่างมากในการเข้าไปลงทุน โดยโครงการในเฟสแรกมีระยะ 5 ปี งบฯลงทุนอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท ตั้งเป้าจะเริ่มดำเนินงานในพื้นที่ 300 ไร่ก่อน สำหรับสร้างที่อยู่อาศัย ศูนย์ดูแลสุขภาพ และศูนย์กระจายสินค้า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการคัดเลือกพันธมิตรที่จะมาร่วมโครงการกับเรา”
ส่วนอีกหนึ่งโปรเจ็กต์คือโครงการ NVV ตั้งอยู่ที่ ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ 2,605 ไร่ ภายในโครงการจะมีที่อยู่อาศัย สถาบันการศึกษา และคอมมิวนิตี้ไลฟ์สไตล์ ผ่านแนวคิดหลักในการเป็นพื้นที่เพื่อการศึกษา และเป็นที่อยู่อาศัยที่สะดวกสบายครบครัน
“แอนโทนิโอ ฮาง ตัท ชาน” เน้นย้ำว่า การดำเนินโครงการต่าง ๆ ของคิง ไว กรุ๊ปอยู่ภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจขององค์กรที่ว่า ความรับผิดชอบสร้างคุณค่า หน้าที่บันดาลความมุ่งมั่น (Responsibility creates value, Mission inspires endeavor) บริษัทจึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อลูกค้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประเทศคู่ค้าที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ
โดยการสร้างสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ด้วยมาตรฐานระดับสากล พร้อมกับร่วมขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นไปพร้อมกัน