เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
Finance น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
ดูทั้งหมด

เงินบาททรงตัว นักลงทุนจับตาดัชนี PCE ในวันศุกร์นี้

26 มี.ค. 2567 | 18:21น.
เงินบาท-ธนบัตรไทย-banknote

เงินบาททรงตัว นักลงทุนจับตาดัชนี PCE หรือดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐให้ความสำคัญในวันศุกร์นี้

วันที่ 26 มีนาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 26 มีนาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/3) ที่ระดับ 36.36/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (25/3) ที่ระดับ 36.39/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยทางสหรัฐมีการเปิดเผยยอดขายบ้านประจำเดือน มี.ค. ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 662,000 ยูนิต ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และเดือนก่อนหน้าที่ 675,000 ยูนิต และ 664,000 ยูนิต

โดยนักลงทุนจับตาดัชนี PCE (ดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล : Personal Consumption Expenditure (PCE) ที่จะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือน ก.พ.เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.4% เช่นกันในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือน ก.พ. จากระดับ 0.3% ในเดือน ม.ค. ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือน ก.พ. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% เช่นกันในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PCE พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน ก.พ. จากระดับ 0.4% ในเดือน ม.ค.

ในส่วนของน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (25/3) หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลรัสเซียมีคำสั่งควบคุมการผลิตน้ำมัน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากข่าวการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในรัสเซียและยูเครน

นอกจากนี้รัฐบาลรัสเซียได้สั่งให้บริษัทต่าง ๆ ปรับลดการผลิตน้ำมันในไตรมาส 2 ปีนี้ เพื่อให้รัสเซียสามารถบรรลุเป้าหมายการผลิตที่ระดับ 9 ล้านบาร์เรล/วันภายในสิ้นเดือน มิ.ย. ตามคำมั่นสัญญาที่รัสเซียให้ไว้กับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส

ตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวรัสเซียถล่มขีปนาวุธ ใส่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในแคว้นลวีฟทางตะวันตกของยูเครนหลังจากที่ยูเครนใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียหลายครั้งในเดือนนี้ ส่งผลให้การกลั่นน้ำมันในรัสเซียลดลงราว 7% ของกำลังการกลั่นในประเทศ ทั้งนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่าการที่รัสเซียและยูเครนต่างก็โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของกันและกันนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาด

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือน ก.พ. 67 ว่า การส่งออก มีมูลค่า 23,384 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3.6% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน จากตลาดคาดขยายตัว 3.9-4.3% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 23,938 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3.2% ส่งผลให้ในเดือน ก.พ.ไทยขาดดุลการค้า 554 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.พ.) การส่งออก มีมูลค่ารวม 46,034 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 6.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนการนำเข้า มีมูลค่ารวม 49,346 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.9% ส่งผลให้ช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ไทยขาดดุลการค้า 3,311 ล้านเหรียญสหรัฐ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ทำให้การส่งออกไทยยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง มาจากภาคการผลิตโลกฟื้นตัวดีต่อเนื่อง และเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยท้าทายที่สำคัญ คือเศรษฐกิจจีนเติบโตอยู่ในระดับต่ำ และยังมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมประเมินว่าการส่งออกไทยไตรมาสแรกปีนี้ จะขยายตัวได้ในระดับ 1-2% ส่วนทั้งปี 2567 คาดว่าจะขยายตัว 1-2% ระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 36.30-16.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.32/34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/3) ที่ระดับ 1.0841/42 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (25/3) ที่ระดับ 1.0821/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันจันทร์ ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้น และนักลงทุนขานรับแนวโน้มที่ธนาคารกลางรายใหญ่ต่าง ๆ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.0841-1.0851 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0848/49 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/3) ที่ระดับ 154.28/29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (25/3) ที่ระดับ 151.40/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือน ม.ค.ในวันนี้ โดยระบุว่า กรรมการส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า โอกาสที่ BOJ จะสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% กำลังเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

และหาก BOJ มีความมั่นใจว่าค่าจ้างและเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่เหมาะสม BOJ ก็จะพิจารณายุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบและนโยบายผ่อนคลายการเงินแบบพิเศษ (Ultra-loose monetary policy) ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 151.22-151.43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 151.26/27 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ก.พ.ของสหรัฐ (26/3), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มี.ค.ของสหรัฐ (26/3), ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ก.พ.ของออสเตรเลีย (27/3), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาส 4/2566 ของสหรัฐ (28/3), จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (28/3), รายงานยอดขายบ้านที่รอการปิดการขายเดือน มี.ค.ของสหรัฐ (28/3), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (28/3), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของกรุงโตเกียว (29/3) และดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลเดือน ก.พ.ของสหรัฐ (28/3)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.4/-9.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8/-7.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ