เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยรีบาวด์จำกัด! InnovestX วางแนวต้าน 1,570 จุด ชู GULF-HANA หุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยรีบาวด์จำกัด! InnovestX วางแนวต้าน 1,570 จุด ชู GULF-HANA หุ้นเด่น
ปิดฉากประชุม ‘IMF-WBG’ ก้าวแห่งความสำเร็จของประเทศไทย
Finance ปิดฉากประชุม ‘IMF-WBG’ ก้าวแห่งความสำเร็จของประเทศไทย
โฆษกคลังวอนใจเย็น ‘ภาษีขาออก’ รอสรุป-แผนปรับได้
Finance โฆษกคลังวอนใจเย็น ‘ภาษีขาออก’ รอสรุป-แผนปรับได้
ชำแหละงบแก้น้ำท่วม กทม. ACT จี้ตรวจสอบความคุ้มค่า
Economic ชำแหละงบแก้น้ำท่วม กทม. ACT จี้ตรวจสอบความคุ้มค่า
สูตรน้ำเงิน-แดง-เขียว อภิปรายไม่ไว้วางใจ เปลี่ยนขั้วการเมือง
Politics สูตรน้ำเงิน-แดง-เขียว อภิปรายไม่ไว้วางใจ เปลี่ยนขั้วการเมือง
ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
ปัญหาหนี้ของสหรัฐอเมริกา
World ปัญหาหนี้ของสหรัฐอเมริกา
คิกออฟโซลาร์ล้านหลัง ผู้ให้บริการกว่าพันราย
Economic คิกออฟโซลาร์ล้านหลัง ผู้ให้บริการกว่าพันราย
‘วราวุธ’ เร่ง พ.ร.บ.กำจัดกากฯ เพิ่มโทษปรับ-ทำผิดซ้ำถึงขั้นยึดทรัพย์
Economic ‘วราวุธ’ เร่ง พ.ร.บ.กำจัดกากฯ เพิ่มโทษปรับ-ทำผิดซ้ำถึงขั้นยึดทรัพย์
อุตุฯ เตือน ‘ภาคใต้’ ฝนตกหนักต่อเนื่องระวังน้ำป่าหลาก ไทยตอนบนเจอฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง
News อุตุฯ เตือน ‘ภาคใต้’ ฝนตกหนักต่อเนื่องระวังน้ำป่าหลาก ไทยตอนบนเจอฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง
ดูทั้งหมด

เสียงที่ “แบงก์ชาติ” ไม่ได้ยิน

17 เม.ย. 2567 | 13:35น.
BANK
คอลัมน์ : สามัญสำนึก 
ผู้เขียน : ดิษนีย์ นาคเจริญ

ไม่ว่าเสียงเรียกร้องของประชาชน นักธุรกิจ หรือแม้แต่รัฐบาลจะดังสักแค่ไหน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนคนเป็น “หนี้” ลงบ้าง แต่ก็ไม่เป็นผลใด ๆ

ดังจะเห็นได้จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบล่าสุด (10 เม.ย. 2567) ที่ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี ด้วยมติ 5 : 2

5 เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ แม้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยลดภาระหนี้ในระยะสั้น แต่ส่งผลลบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

ขณะที่กรรมการ 2 ท่าน เห็นว่าควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำลงจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้น และจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระของลูกหนี้ได้บ้าง

นักวิเคราะห์หลายสำนักไม่ผิดคาดกับผลการประชุม กนง.รอบนี้ แต่มองว่าอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.50% ที่แบงก์ชาติมองว่าเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันนั้น “ไม่เหมาะสม”

“ประกิต สิริวัฒนเกตุ” นักกลยุทธ์การลงทุน กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ ถึงกับบอกว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างเลวร้าย เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน

“การขึ้นดอกเบี้ยไม่ก่อให้เกิดผลดีด้านใดเลย ไม่มีเงินลงทุนเข้ามาในประเทศ ไม่มีเงินเข้ามาซื้อพันธบัตร ค่าเงินก็ไม่แข็งค่า อาจบอกว่าช่วยกดให้เงินเฟ้อลงมา ที่ผ่านมาก็พูดเองว่าเงินเฟ้อลง เพราะรัฐบาลอุดหนุนพลังงาน มีการลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน จึงสงสัยว่าขึ้นดอกเบี้ยทำไม ทั้งที่ไม่มีผลดีอะไร เศรษฐกิจก็แย่”

ฟากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี “นรเทพ บุญเก็บ” เลขาธิการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สะท้อนว่า การตรึงอัตราดอกเบี้ยกระทบต้นทุนภาคเอกชนที่ต้องแบกภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ประกอบกับเอกชนบางกลุ่มต้องปรับขึ้นค่าแรงจึงอาจเกิดปัญหาสภาพคล่อง คาดว่าบางรายจะไม่สามารถแบกภาระหนี้และดอกเบี้ยไหว เกิดปัญหาหนี้เสียตามมาแน่นอน

“นายกฯเศรษฐาเพิ่งช่วยออกมาตรการ Digital Wallet 10,000 บาท กำลังจะดีขึ้นอยู่แล้ว แต่พอ กนง.ตรึงดอกเบี้ยไว้ทำให้เอกชนกังวลว่าถึงได้หมื่นบาทมาก็อาจทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้มากเท่าที่ควร เพราะประชาชนบางส่วนไม่มีอารมณ์จับจ่าย”

ไม่ใช่แต่รายย่อยที่เดือดร้อน

“ไพโรจน์ วัฒนวโรดม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทอร์นสตาร์ เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) สะท้อนว่าปัญหาดอกเบี้ยแพงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อผู้บริโภคอสังหาริมทรัพย์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะลูกค้าคนไทย ซึ่งเป็นเรียลดีมานด์ ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง

“กำลังซื้อส่วนใหญ่ของลูกค้าคนไทยไม่ใช่กลุ่มที่มีฐานะร่ำรวย ระดับราคาที่เลือกซื้อส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาททั้งนั้น แต่ปรากฏว่ามีแต่ข้อมูลนำเสนอว่าลูกค้า 3 ล้านคุณภาพเครดิตไม่ดี กู้ยาก มียอดปฏิเสธสินเชื่อสูงที่สุด ส่งผลกระทบให้คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง”

การซื้อที่อยู่อาศัยเป็นการออมเงินรูปแบบหนึ่ง แต่เมื่อดอกเบี้ยไม่ลดลง การพิจารณาสินเชื่อก็ตั้งการ์ดประเมินเครดิตสกอริ่งสูง ๆ คำถามคือ คนไทยส่วนใหญ่จะอยู่กันอย่างไร ฉะนั้น แบงก์ชาติและสถาบันการเงินควรออกมาช่วยเรื่องดอกเบี้ยพิเศษเพื่อช่วยให้กำลังซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทสามารถซื้อบ้านและขอสินเชื่อเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ได้จริง ๆ

นายไพโรจน์เสนอว่า 1.ต้องรณรงค์ให้แบงก์ชาติลดดอกเบี้ย เพราะถ้าดอกเบี้ยนโยบายไม่ลด แบงก์พาณิชย์ก็ไม่ยอมลดดอกเบี้ยเงินกู้ 2.รณรงค์เกี่ยวกับทุนสำรอง กรณีมีข้อสงสัยสินเชื่อจะเป็นหนี้เสีย หรือ NPL ซึ่งแบงก์ชาติมีกฎเกณฑ์ให้แบงก์พาณิชย์ต้องสะสมเงินทุนสำรอง แต่ในทางปฏิบัติ แบงก์พาณิชย์ผลักภาระมาให้ผู้บริโภคหรือผู้กู้อยู่ดี ทำให้กฎเกณฑ์ของแบงก์ชาติที่ออกมากำกับแบงก์พาณิชย์ สุดท้าย “ผู้กู้” รับกรรม เผชิญวิบากกรรมเสียดอกเบี้ยที่สูงขึ้น กู้ไม่ผ่านมากขึ้น

ชัดเจนว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายรอบล่าสุด ทำให้ประชาชนคนเป็นหนี้ทั้งหลายต้องผวากับสภาวะชักหน้าไม่ถึงหลังกันต่อไป