เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Uncategorized CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
กสิกรไทย คาดสินเชื่อเอสเอ็มอีโต 1-2% หนุนขยายวงเงิน SME Credit Boost
Finance กสิกรไทย คาดสินเชื่อเอสเอ็มอีโต 1-2% หนุนขยายวงเงิน SME Credit Boost
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 69,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 69,400 บาท
กอช. จับมือ AIS แจกใหญ่ ออมเงินรับพอยต์ รัฐช่วยสมทบสะสมสูงสุด 100%
Finance กอช. จับมือ AIS แจกใหญ่ ออมเงินรับพอยต์ รัฐช่วยสมทบสะสมสูงสุด 100%
“ศุภจี” ชูปฏิรูปการแข่งขัน กขค.จับตา GP แพลตฟอร์ม สั่งบางรายชะลอขึ้น 6 เดือน
Economic “ศุภจี” ชูปฏิรูปการแข่งขัน กขค.จับตา GP แพลตฟอร์ม สั่งบางรายชะลอขึ้น 6 เดือน
ดูทั้งหมด

ล้วง “ไส้ใน” เศรษฐกิจจีนไตรมาส 1 แกร่งต้น-แผ่วปลายหรือไม่

20 เม.ย. 2567 | 12:22น.
CHINA-LIFESTYLE
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ดูเหมือนเศรษฐกิจจีนจะเริ่มต้นปี 2024 ได้ค่อนข้างดี เมื่อทางการของจีนเปิดเผยว่า ไตรมาสแรกปี 2024 จีดีพีขยายตัวได้ถึง 5.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2023 สูงกว่าที่ตลาดคาดหมาย ที่ประเมินว่าน่าจะเติบโตเพียง 4.6% แต่หากเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2023 ที่จีดีพีบวก 5.2% ก็ถือว่าขยายตัวเพียงเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เห็นว่า เมื่อดูลึกเข้าไปในรายละเอียด ถือว่ามีความท้าทายรออยู่ข้างหน้า ว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวตามเป้าหมายตลอดปีที่ 5% ได้หรือไม่ เนื่องจากจะพบว่าส่วนใหญ่แล้วการดีดตัวของจีดีพีเกิดขึ้นในช่วง 2 เดือนแรกของปี แต่เดือนที่ 3 คือมีนาคม ยอดขายค้าปลีกร่วงลงมาก ส่วนผลผลิตอุตสาหกรรมก็น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์

เสียวเจีย จื่อ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Credit Agricole ระบุว่า คงเป็นการยากที่ตลาดจะเชื่อว่าจีดีพีแข็งแกร่งเมื่อดูจากข้อมูลเดือนมีนาคม นอกจากนี้ เริ่มเกิดความกังวลว่า หากจีดีพียังสามารถขยายตัวได้เกิน 5% ในไตรมาสต่อไป บรรดาผู้วางนโยบายอาจขาดความกระตือรือร้นและมองไม่เห็นแรงกดดันที่จะผ่อนคลายนโยบายลงอีก

ถึงแม้ภาคการผลิตของจีนจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากโควิดเนื่องจากส่งออกได้มากขึ้น รวมทั้งการพยายามพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าภายในประเทศ แต่วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของตลาด นอกจากนี้ ราคาหน้าโรงงาน (Factory Prices) ลดลงต่อเนื่องมากกว่า 1 ปี เมื่อผนวกกับข้อมูลในภาพกว้างของไตรมาส 1 ปี 2024 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะเงินฝืดลึกกว่าเดิม สะท้อนว่าความต้องการภายในประเทศอ่อนแอ และมีกำลังการผลิตส่วนเกินในบางอุตสาหกรรม

ข้อมูลไตรมาส 1 ที่ทางการจีนเผยออกมา ย้ำให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างไม่สม่ำเสมอทั่วถึง โดยผลผลิตปูนซีเมนต์ดิ่งลง 22% ในเดือนมีนาคม มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1995 สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากธุรกิจที่อยู่อาศัยตกต่ำ ส่วนผลผลิตแผงวงจรรวมและยานพาหนะ ไฟฟ้า ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของจีนกลับพุ่งขึ้น 30% แต่การใช้จ่ายในร้านอาหารและยอดขายรถยนต์ยังคงอ่อนแอ

นักเศรษฐศาสตร์หลายคนชี้ว่า ถึงแม้ว่าเป้าหมายเติบโต 5% มีความเป็นไปได้ แต่ก็เตือนบรรดาผู้วางนโยบายของจีนว่าควรทำอะไรมากกว่านี้ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์และกระตุ้นให้ประชาชนใช้จ่าย ซึ่งก็ต้องจับตาการประชุมคณะโปลิตบูโรของจีนที่มีอำนาจกำหนดนโยบายเศรษฐกิจปลายเดือนเมษายนนี้

ติง สวง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนและเอเชียเหนือของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ระบุว่า จีดีพีที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1 อาจทำให้บรรดาผู้วางนโยบายนิ่งนอนใจ โดยนอกจากอาจจะไม่กระตุ้นเพิ่มเติมแล้ว ก็อาจจะไม่ลงมือปฏิบัติตามมาตรการที่วางแผนไว้แล้ว เพราะไม่เห็นความจำเป็นก็ได้

ในอีกด้านหนึ่ง เงินหยวนที่อ่อนค่าเนื่องจากตลาดหุ้นที่ตกต่ำและเศรษฐกิจที่เติบโตน้อยลงในช่วงที่ผ่านมา กระตุ้นให้ธุรกิจจีนกักตุนเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะคาดว่าเงินหยวนจะอ่อนลงไปอีก นำมาสู่วัฏจักรที่เป็นวังวน นั่นคือยิ่งทำให้เงินหยวนอ่อนค่าลงไปอีก ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้ว โดยบรรดาผู้ส่งออกจีนที่ค้าขายได้เงินดอลลาร์ไม่ยอมนำมาแลกเป็นเงินหยวน เพราะฝากไว้ในรูปดอลลาร์ได้ผลตอบแทนมากถึง 6% เทียบกับ 1.5% หากฝากในรูปเงินหยวน

Advertisement

อัลวิน ตัน หัวหน้านักกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนของอาร์บีซี แคปิตอล มาร์เก็ต ชี้ว่าส่วนต่างที่มากของผลตอบแทนดอลลาร์กับหยวน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ส่งออกจีนไม่เต็มใจจะแลกดอลลาร์มาเป็นหยวน

นักวิเคราะห์ชี้ว่า มีหนทางเดียวที่จะยับยั้งการกักตุนดอลลาร์และการอ่อนค่าของหยวน นั่นคือเฟดต้องลดดอกเบี้ยมาก ๆ หรือไม่เงินหยวนก็ต้องดิ่งลงไปจนถึงต่ำสุดเสียก่อน เชื่อว่าผู้ส่งออกจีนอาจรอให้เงินหยวนอ่อนค่าไปจนถึง 7.3 หยวนต่อดอลลาร์ จึงจะนำดอลลาร์มาแลกเป็นหยวน เพื่อให้ได้กำไรอัตราแลกเปลี่ยนมากที่สุดนั่นเอง เชื่อว่าผู้ส่งออกจะทำแบบนี้ไปอีกประมาณ 2 ไตรมาส

ทั้งนี้ หลังจากนักลงทุนต่างประเทศเริ่มถอนเงินลงทุนออกจากจีน ทำให้เงินหยวนอ่อนค่าลงจาก 6.7 หยวนต่อดอลลาร์ในต้นปี 2023 เหลือเพียง 7.24 หยวนต่อดอลลาร์ในปัจจุบัน หรือลดลง 5% และเฉพาะต้นปีนี้ถึงปัจจุบันอ่อนค่าไปแล้ว 1.9%