Skip to content

“นครสวรรค์-นครศรีฯ-ขอนแก่น” ชูดิจิทัลเปลี่ยนเมืองสู่สมาร์ทซิตี้

21 เม.ย. 2567 | 12:29น.
“นครสวรรค์-นครศรีฯ-ขอนแก่น” ชูดิจิทัลเปลี่ยนเมืองสู่สมาร์ทซิตี้

ปัจจุบันจังหวัดต่าง ๆ เริ่มขับเคลื่อนเมืองให้น่าอยู่ หลังการเติบโตอย่างไร้ทิศทาง

ดังนั้น คณะกรรมาธิการด้านโยธาและผังเมือง สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย จึงจัดการสัมมนาทางวิชาการด้านโยธาและผังเมือง ครั้งที่ 1/2567 เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยฉายภาพ 3 เมืองสมาร์ท โดยนักพัฒนาเมือง “นครสวรรค์-นครศรีธรรมราช-ขอนแก่น” ในการเสวนา เรื่อง “ผู้นำเมือง จะทำให้เมือง Smart ได้อย่างไร”

นครสวรรค์ดันศิลปะ-อีสปอร์ต

นครสวรรค์ เมืองมังกรแห่งปากน้ำโพ จากที่เป็นเพียงเมืองผ่าน วันนี้เริ่มเดินหน้าสร้างให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่อฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจให้เจริญรุ่งเรือง ดึงนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าไปให้มากขึ้น

นายสมศักดิ์ อรุณสุรัตน์ ประธานสภาเทศบาลนครนครสวรรค์และรองประธานกฎบัตรไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วันนี้แทบทุกท้องถิ่นหันมาผลักดันเมืองของตัวเองให้เป็นเมืองสมาร์ทซิตี้ ซึ่งนครสวรรค์ดำเนินการพัฒนาอยู่ตามบริบทความพร้อมของเมือง 5 ด้าน คือ การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living), พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy), การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance), สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment), พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People)

สมศักดิ์ อรุณสุรัตน์
สมศักดิ์ อรุณสุรัตน์

ส่วนด้านการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ต้องใช้การลงทุนจากภาครัฐและเอกชนร่วมกัน ขณะนี้มีการวางแผนโครงการไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ เพราะบางเรื่องไม่สามารถดำเนินการได้ทันที

“อุปสรรคหลักคือ การถูกจำกัดด้วยข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์ของหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่ อาจจะต้องแก้ไขและเข้าถึงระเบียบที่สามารถพัฒนาเมืองสมาร์ทได้ เช่น งานด้านสาธารณสุขเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบของโรงพยาบาล, งานด้านธรรมชาติมีความทับซ้อนกับกฎของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้ทุกวันนี้ท้องถิ่นเจริญด้วยการลงทุนของภาคเอกชน”

ที่ผ่านมาจังหวัดนครสวรรค์เคยเสนอสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ว่า มีศักยภาพความพร้อมในการเป็นเมืองศิลปะและเจ้าภาพการจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ หรือไทยแลนด์เบียนนาเล่ (Thailand Biennale) ต่อจากเชียงราย แต่ไม่ได้รับการคัดเลือก จึงเป็นที่น่าเสียดาย ถ้ามีการจัดงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ที่เมืองรองอย่างนครสวรรค์ เป็นการดึงดูดให้คนเข้ามาท่องเที่ยว สามารถวัดจำนวนคนสนใจศิลปะจริง ๆ ได้

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เทศบาลมองกีฬาอีสปอร์ตเป็นเป้าหมายหลักของเมือง ไม่ต้องลงทุนมากเหมือนกีฬาอื่น ๆ และจะเป็นตัวสร้างเศรษฐกิจได้ โดยเริ่ม Sandbox เปิดการเรียนการสอนแผนกอีสปอร์ต ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนเขตเทศบาล และในอนาคตจะขยายไปในทุกโรงเรียนทั่วนครสวรรค์

“ตอนนี้เรากำลังเจรจากับเมืองซีอานในการร่วมทุนเปิดหลักสูตรอีสปอร์ตกับมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในนครสวรรค์ หากเจรจาสำเร็จนักศึกษาจากจีนจะหลั่งไหลเข้ามาเรียน และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในจังหวัดอย่างมหาศาล”

นครศรีฯตั้งไลน์ให้ร้องทุกข์

ขณะที่เทศบาลนครศรีธรรมราชขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ โดยมี “คนเป็นศูนย์กลาง” ผ่านความร่วมมือจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) จนผงาดสามารถคว้ารางวัลในเวทีเวิลด์ สมาร์ทซิตี้ เอ็กซ์โป 2023 (World Smart City Expo 2023) จัดขึ้นที่เมืองโกยาง สาธารณรัฐเกาหลี โดยการนำเทคโนโลยีไลน์ในชื่อ @nakhoncity เข้ามาบริหารจัดการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัย

นายกณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เทศบาลนครศรีธรรมราชมองเห็นปัญหาสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นอยู่ที่ความยุ่งยากในการติดต่อราชการ จึงสร้างระบบร้องทุกข์ออนไลน์ ผ่านช่องทางไลน์ โอเอ (LINE OA) “@Nakhoncity” เพื่อสื่อสารกับประชาชนให้เข้าถึงง่ายและรวดเร็ว ให้ความสะดวกกับประชาชนตั้งแต่การลงทะเบียน เพียงกรอกชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และเลขประจำตัวประชาชน สามารถร้องทุกข์ได้ถึง 28 หัวข้อ เช่น ไฟจราจรบนท้องถนน คูระบายน้ำ จัดระเบียบคนเร่ร่อน ยืมอุปกรณ์การแพทย์ โดยดำเนินการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาภายใน 48 ชั่วโมง

กนพ นครศรีธรรมราช
กนพ นครศรีธรรมราช

ปัจจุบันมีสมาชิก 72,564 คน คิดเป็น 72% ของประชากร ซึ่งระบบไลน์โอไอดังกล่าว ประหยัดงบประมาณกว่า 12 ล้านบาท ในการร้องเรียนแต่ละครั้งสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ 410 บาท ซึ่งจากข้อมูล ณ วันที่ 2 เมษายน 2567 แก้ไขปัญหาแล้ว 21,046 เรื่อง

สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ผ่านโครงการน้ำท่วมเมือง โดยติดกล้อง CCTV เพื่อให้สมาชิกทุกคนสามารถดูระดับน้ำได้ทางโทรศัพท์แบบ Real-Time ประหยัดงบประมาณของเทศบาลปีละ 13 ล้านบาท และลดมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจได้ปีละ 200 ล้านบาท

นอกจากนี้เทศบาลยังได้ผลักดันเทคโนโลยีเข้าไปในด้านการศึกษาของโรงเรียนสังกัดเทศบาล 10 โรงเรียน ผ่านโครงการห้องเรียนโลกเสมือน (Metaverse Classroom) ให้นักเรียนใช้งาน AR และ VR ในการเรียนการสอนจริง ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และอบรมครู 300 คน เพื่อผลิตสื่อการสอนโลกเสมือน 1,500 บทเรียน

“ตั้งแต่มีการนำเอา AR และ VR เข้ามาใช้การเรียนการสอนจริง พบว่าเด็กนักเรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้นและเป็นที่ตื่นตาตื่นใจ จนนำกลับไปบอกเล่า สะท้อนประสบการณ์การเรียนให้ผู้ปกครองที่บ้านฟังด้วย”

ขอนแก่นดึง SMEs ใช้ดิจิทัล

ด้าน นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ผู้บริหารบริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (เคเคทีที) จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดขอนแก่นมีความโชคดีที่ภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคประชาชนร่วมมือกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจกันอย่างเต็มที่ และมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่นฟื้นตัวจากโควิดอย่างรวดเร็วและแข็งแรงมากขึ้น

สุรเดช ขอนแก่น
สุรเดช ขอนแก่น

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขอนแก่นได้นำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยพัฒนาเหรียญดิจิทัลขึ้นมา ในชื่อ KGO Token ย่อมาจาก Knowledge Governance Token ถือเป็นเหรียญดิจิทัลเหรียญแรกของไทย และเป็นดิจิทัลโทเค็นของขอนแก่น ด้วยความตั้งใจให้เป็นเครื่องมือที่สร้างเศรษฐกิจใหม่ในระบบบล็อกเชน (Blockchain) สามารถเข้าถึงดิจิทัลได้ง่าย

โดยใช้เหรียญดิจิทัลโทเค็นเป็นแต้มส่วนลดสินค้าและบริการ ซึ่งร้านค้าขนาดเล็กสามารถเข้าร่วมและส่งเสริมการขายของตนเองผ่านเครื่องมือดิจิทัล ซึ่งผู้ใช้บริการจะได้เหรียญ KGO เป็นรางวัลในการร่วมกิจกรรม และนำไปใช้เป็นแต้มส่วนลดในการซื้อขายสินค้า แต่ใช้แทนเงินไม่ได้

ปัจจุบันมีร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ 1,276 ร้านค้า มีผู้ใช้งานจำนวน 11,632 ราย ครอบคลุมจังหวัดขอนแก่น ระยอง นครสวรรค์ และกรุงเทพฯ มีหน่วยงานที่ร่วมใช้เหรียญ KGO เช่น เทศบาลนครขอนแก่น, เทศบาลนครสวรรค์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, Rayong City Development, เจ เวนเจอร์ส, Wisdom V academy และ J Knowledge ซึ่งถ้ามีการใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น เชื่อว่าผู้คนในสังคมจะรู้จักและเข้าถึงกระเป๋า KGO Token ได้เร็วขึ้นด้วย

นอกจากนี้ในส่วนประเด็นเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ของจังหวัดขอนแก่น เพราะที่ผ่านมามีการรวมกลุ่มจัดตั้ง “โครงการขอนแก่นเมืองหนัง” สร้าง “กองทุนเมืองหนัง” ขึ้นมาในจังหวัด และโครงการดังกล่าวถูกนำไปบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเมืองขอนแก่น

เพื่อสร้างให้เป็นระบบนิเวศ ซอฟต์พาวเวอร์ด้านศิลปะ เช่น ภาพยนตร์ กีฬา หมอลำ และอื่น ๆ ได้มีการจัดประกวด Pitching Film Challenge ขอนแก่นเมืองหนัง ซึ่งมีหนังสั้นจำนวน 31 เรื่อง เข้าร่วมประกวด และได้คัดเลือกหนังเรื่อง “4 ขมัง” มาพัฒนาเป็นภาพยนตร์ซอฟต์พาวเวอร์ขอนแก่น ผสมผสานศิลปวัฒนธรรม ตั้งแต่ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย อาหารและวิถีชีวิตของคนขอนแก่น คาดว่าจะได้รับชมในช่วงเดือนตุลาคม 2567 นี้

“เมืองถูกอนุญาตให้ได้รับการพัฒนา ดังนั้นทั้งหมดนี้เป็นการระดมทุนของชาวขอนแก่นเพื่อขอนแก่น เราจะสร้างหนังปีละ 1 เรื่อง เพื่อดันวิถีชีวิตของขอนแก่น”