เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Fastwork แพลตฟอร์จ้างงานฟรีแลนซ์ ปิดตัวสิ้นปีนี้
Tech Fastwork แพลตฟอร์จ้างงานฟรีแลนซ์ ปิดตัวสิ้นปีนี้
KPMG ตั้ง ‘อภิสิทธิ์ ปิ่นมณีกุล’ นั่ง CEO ไทย-เมียนมา-ลาว มีผล 1 ต.ค. 69
Biz Movement KPMG ตั้ง ‘อภิสิทธิ์ ปิ่นมณีกุล’ นั่ง CEO ไทย-เมียนมา-ลาว มีผล 1 ต.ค. 69
เตือนผู้ได้สิทธิเงินช่วยค่าน้ำมัน “DLT พร้อมซัปพอร์ต” เร่งผูกพร้อมเพย์ ก่อน 30 ก.ย. 69
Economic เตือนผู้ได้สิทธิเงินช่วยค่าน้ำมัน “DLT พร้อมซัปพอร์ต” เร่งผูกพร้อมเพย์ ก่อน 30 ก.ย. 69
น้ำท่วมสูง รถร่วม บขส. หยุดวิ่ง 13 เส้นทาง รถไฟปรับแผนเดินรถสายกาญจนบุรี
News น้ำท่วมสูง รถร่วม บขส. หยุดวิ่ง 13 เส้นทาง รถไฟปรับแผนเดินรถสายกาญจนบุรี
เสน่ห์ของ ‘อินโดนีเซีย’ ในสายตาซีอีโอ Duolingo คืออะไร ทำไมถึงเป็นตลาดที่สำคัญ ?
Tech เสน่ห์ของ ‘อินโดนีเซีย’ ในสายตาซีอีโอ Duolingo คืออะไร ทำไมถึงเป็นตลาดที่สำคัญ ?
PF นัดผู้ถือหุ้นกู้ 15 รุ่น 1 ต.ค. โหวตผ่อนผัน D/E-ไม่ให้เป็นเหตุผิดนัด
Finance PF นัดผู้ถือหุ้นกู้ 15 รุ่น 1 ต.ค. โหวตผ่อนผัน D/E-ไม่ให้เป็นเหตุผิดนัด
ชัชชาติ ระดมกำลังแพ็กถุงยังชีพ เร่งส่งถึงผู้ประสบภัยวิกฤต
News ชัชชาติ ระดมกำลังแพ็กถุงยังชีพ เร่งส่งถึงผู้ประสบภัยวิกฤต
GUNKUL ขายหุ้น 50% ใน 7 บริษัทย่อยให้ GULF รับ 466.5 ล้าน ต่อยอดโรงไฟฟ้า-เปิดทางลงทุนใหม่
Finance GUNKUL ขายหุ้น 50% ใน 7 บริษัทย่อยให้ GULF รับ 466.5 ล้าน ต่อยอดโรงไฟฟ้า-เปิดทางลงทุนใหม่
แสนสิริ ดูแลลูกบ้าน 24 ชม. อนุมัติพนักงานลาฉุกเฉิน หนุนค่าที่พัก ที่จอดรถ เตรียมเงินฟื้นฟูหลังน้ำท่วม
Real Estate แสนสิริ ดูแลลูกบ้าน 24 ชม. อนุมัติพนักงานลาฉุกเฉิน หนุนค่าที่พัก ที่จอดรถ เตรียมเงินฟื้นฟูหลังน้ำท่วม
ทองโลกร่วงแรงกว่า 3% “ซีอีโอฟินโนมีนา” ชี้เกิดจาก 3 ปัจจัยกดดัน มองมีโอกาสปรับฐานลึก
Real Estate ทองโลกร่วงแรงกว่า 3% “ซีอีโอฟินโนมีนา” ชี้เกิดจาก 3 ปัจจัยกดดัน มองมีโอกาสปรับฐานลึก
ดูทั้งหมด

อย. “ติดหล่ม” จำเลยสังคม “เราจะเข้มทุกพื้นที่ สร้างเครือข่ายประชาชน”

07 พ.ค. 2561 | 20:39น.

หลังเกิดกรณี “เมจิกสกิน” คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตกเป็นประเด็นทางสังคมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับถูกตั้งคำถามถึงมาตรการควบคุม ตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร”ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “นายแพทย์วันชัย สัตยวุฒิพงศ์” เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ถึงมาตรการตรวจสอบ ควบคุมและแนวทางการป้องกันในอนาคต

Q : จากกรณี “เมจิก สกิน” ที่เกิดขึ้น ทำให้ อย.ถูกตั้งคำถามจากสังคมถึงมาตรการควบคุม ตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

กรณีที่เกิดขึ้นทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดถึงแนวทางการทำงานของ อย. ซึ่ง อย.ก็พยายามชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา อย.ร่วมกับตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอางอยู่ตลอดเวลาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แต่สินค้าเหล่านี้เกิดขึ้นจำนวนมาก การทำงานและบุคลากรที่มีก็อาจจะไม่สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าด้วยสภาพเศรษฐกิจของไทยที่ขยายตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ใหม่ขอขึ้นทะเบียนกับ อย.เกือบ 200,000 รายการต่อปี โดยเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว ทำให้บุคลากรของ อย.ทำงานไม่ทันต่อจำนวนสินค้าที่เพิ่มขึ้น

Q : บุคลากรน้อย ประกอบกับขั้นตอนการทำงานที่ล่าช้า จะแก้ปัญหานี้อย่างไร

ล่าสุดรัฐบาลอนุมัติให้เพิ่มเจ้าหน้าที่ในการกำกับดูแลโฆษณา การขึ้นทะเบียนอาหารและยาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ตรวจสอบว่าจะต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่จำนวนเท่าไร พร้อม ๆ กับเร่งสร้างเครือข่ายภาคประชาชนขึ้นมา เพื่อเป็นหูเป็นตาคอยสอดส่องดูแลโฆษณาเกินความจริงจากทุก ๆ ช่องทางสื่อ โดยที่ผ่านมาก็มีโครงการนักสืบไซเบอร์สำหรับตรวจสอบโฆษณาเกินความจริงในสื่อออนไลน์ด้วย แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับจำนวนโฆษณาและสินค้าที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าที่ผ่านมา กระบวนการทำงานของ อย.มีความล่าช้า ซึ่งเมื่อได้รับแจ้งว่ามีการโฆษณาเกินความเป็นจริงก็ต้องมีการประชุมบอร์ดบริหารถึง 2 บอร์ดก่อนจะออกดำเนินการได้ และกว่าที่กระบวนการจะเริ่มได้ บางครั้งผู้กระทำความผิดก็ปิดบริษัทหนีไปแล้ว ซึ่ง อย.จะทำงานเพียงหน่วยงานเดียวก็คงไม่ทัน ทำให้แนวทางจากนี้ไปจึงเน้นการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

Q : การโฆษณาบนออนไลน์ที่เพิ่มจำนวนขึ้น ทั้งการโพสต์การแชร์เรื่องราว การขายสินค้าโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะมีแนวทางแก้ไข ป้องกันอย่างไร

ต้องยอมรับว่าวันนี้ สื่อออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ประเด็นหลักคือจุดมุ่งหมายในการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งที่ผ่านมาผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็พยายามโฆษณาให้ผู้บริโภครู้สึกว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางของตัวเองสามารถรักษาโรคได้ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย เพียงเพราะต้องการขายสินค้า พร้อมกับโฆษณาในสื่อที่ อย.ตามจับได้ยากคือสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ไลน์ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มต่างประเทศ ทำให้การทำงานของ อย.ยากขึ้นไปอีก ซึ่ง อย.ก็ต้องค่อย ๆ เร่งดำเนินการไป

Q : หลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถึงมาตรการเกี่ยวกับการโฆษณาอาหารและยาเกินจริง เป็นอย่างไรบ้าง

แนวทางหลัก ๆ ที่จะดำเนินการทันที คือ อย.จะส่งพนักงาน 6 คนมามอนิเตอร์โฆษณาเกินความจริงที่ กสทช. ในทุก ๆ ช่องทาง ประกอบด้วย ทีวีภาคพื้นดิน 27 ช่อง เคเบิล-ทีวีดาวเทียมกว่า 400 ช่อง วิทยุชุมชนประมาณ 6,000 สถานีทั่วประเทศ รวมถึงสื่อออนไลน์ด้วย และเมื่อมอนิเตอร์พบการกระทำความผิดก็จะแจ้งให้ กสทช.ระงับการออกอากาศโฆษณานั้นทันที

Q : แนวทางนี้จะส่งผลดีต่อผู้บริโภคอย่างไร

ความร่วมมือนี้จะเริ่มทดลองใช้เบื้องต้นเป็นเวลาสั้น ๆ เพียง 90 วัน หลังจากนั้นจะพิจารณา ปรับปรุงแนวทางนี้อีกครั้ง โดยแนวทางนี้จะทำให้การระงับโฆษณาเร็วขึ้น หรือใช้ระยะเวลาเพียง 1-2 วัน ซึ่งรวดเร็วกว่าแนวทางเดิมที่ต้องใช้ระยะเวลา 45-60 วันถึงจะสั่งระงับโฆษณาเกินจริงได้

“การตรวจสอบโฆษณาถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถือเป็นต้นทาง ถ้ากระบวนการสั่งระงับโฆษณาเกิดขึ้นเร็ว กระชับฉับไวก็เป็นเสมือนการคุ้มครองผู้บริโภคได้เร็วขึ้นด้วยเช่นกัน”