จับตาคณะกรรมการค่าจ้าง ตัวแทนนายจ้าง-ลูกจ้าง-รัฐบาล ประชุมวันนี้ ถกปรับค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศ
วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 พฤษภาคม 2567) คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 ครั้งที่ 5/2567 โดยมีนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ 400 บาท ที่อาคารกระทรวงแรงงาน เวลา 13.30 น.
หลังจากรอบล่าสุด เมื่อ 13 เมษายนที่ผ่านมา มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้กลุ่มแรงงานโรงแรมระดับ 4 ดาว ในพื้นที่ 10 จังหวัด เป็น 400 บาท
สำหรับคณะกรรมการค่าจ้าง หรือคณะกรรมการไตรภาคี เป็นคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ในการพิจารณาเกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำ โดยมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานกรรมการ และมีตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาล 4 คน ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ฝ่ายละ 5 คน รวมเป็น 15 คน

ย้อนที่มา ปรับค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ทั่วประเทศ
เมื่อวันแรงงานที่ผ่านมา (1 พฤษภาคม 2567) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้กล่าวว่า กระทรวงแรงงานจะเร่งรัดการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทเท่ากันทั่วประเทศ เริ่มใช้ 1 ตุลาคม 2567
“ในเรื่องนี้เราได้ติดต่อกับผู้ประกอบการกับเจ้าของกิจการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีมีส่วนสำคัญในทุกระดับ เพื่อหารือว่าจะให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างไร พัฒนาทักษะฝีมือด้านใดบ้าง ใช้งบประมาณเท่าไหร่ ซึ่งในระยะ 5-6 เดือนนี้ เราต้องศึกษาว่าสาขาใดต้องช่วยเขาอย่างไรบ้าง หากธุรกิจใดมีปัญหาก็ขอให้แจ้งมาที่กระทรวงแรงงาน เพื่อจะหารือมาตรการการช่วยเหลือต่อไป” นายพิพัฒน์กล่าว
นำข้อมูลแต่ละพื้นที่ พิจารณาความเหมาะสม
นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวถึงความกังวลใจของหลายฝ่ายต่อการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ 400 บาท และระบุว่า ขั้นตอนของการปรับค่าจ้างอยู่ในระหว่างการสำรวจและศึกษาข้อมูล ซึ่งได้สั่งการให้แรงงานจังหวัดในแต่ละพื้นที่ประชุมหารือกับผู้ประกอบการ เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาความเหมาะสมในแต่ละจังหวัด ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ในหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดอย่างมีหลักวิชาการและเป็นมาตรฐาน ภายใต้อำนาจของไตรภาคี คือ ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง และผู้แทนฝ่ายรัฐบาล
หอการค้า-95 สมาคม ค้านขึ้นค่าแรง
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ (13 พฤษภาคม 2567) หอการค้าทั่วประเทศ และสมาคมการค้าที่ใช้แรงงานเข้มข้นมากกว่า 95 สมาคมการค้า ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยร่วมแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยและขอคัดค้านนโยบายการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทเท่ากันทั่วประเทศดังกล่าว โดยยังคงสนับสนุนให้รัฐบาลพิจารณานโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำประจำปี ตามหลักกฎหมายซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
ทั้งนี้ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอต่อนโยบายการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาล ดังนี้
1) หอการค้าทั่วประเทศ และสมาคมการค้าที่ใช้แรงงานเข้มข้น เห็นด้วยกับการมุ่งมั่นตั้งใจยกระดับรายได้เพื่อแรงงานไทยในประเทศไทยและวิถีชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น แต่การปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำประจำปีควรปรับตามที่กฎหมายบัญญัติกำหนดไว้ในมาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ส่วนการยกระดับรายได้ลูกจ้างให้สูงขึ้น ก็สามารถทำได้โดยกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ซึ่งกฎหมายบัญญัติกำหนดไว้แล้วเช่นกัน
2) ไม่เห็นด้วยกับการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทเท่ากันทั่วประเทศ โดยไม่คำนึงถึงผลการศึกษาและการรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าแรงขั้นต่ำจังหวัด และคณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) อีกทั้งปัจจุบันรัฐบาลได้ดำเนินการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำประจำปี 2567 ไปแล้ว 2 ครั้ง จึงไม่ควรมีการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำประจำปีเป็นครั้งที่ 3
3) อัตราค่าแรงขั้นต่ำเป็นเพียงอัตราค่าจ้างของแรงงานแรกเข้าที่ยังไม่มีฝีมือ แต่การปรับอัตราจ้างควรพิจารณาจากทักษะฝีมือแรงงาน ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งส่งเสริมมาตรการทางภาษี ลดอุปสรรคต่อการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการและแรงงาน ให้ความสำคัญกับการ Upskill & Reskill และ New Skill เพื่อสร้างแรงงานที่มีทักษะฝีมือให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเพิ่มผลิตภาพแรงงาน (Labor Productivity)
4) การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเฉพาะพื้นที่จังหวัดและประเภทธุรกิจ ควรให้มีการรับฟังความคิดเห็นและศึกษาถึงความพร้อมของแต่ละพื้นที่จังหวัดและประเภทธุรกิจ รวมทั้งควรให้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจก่อนปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำเฉพาะพื้นที่จังหวัดและประเภทธุรกิจดังกล่าว
ค่าแรงขั้นต่ำ ปี 2567 ปรับขึ้นเท่าไรแล้ว
การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำปี 2567 ครั้งที่ 1 มีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2567 โดยมีมติเมื่อปลายปี 2566 ให้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามพื้นที่ ตั้งแต่ 330-370 บาท
ต่อมาคณะกรรมการค่าจ้างได้มีมติกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท นำร่องพื้นที่ 10 จังหวัด ในกิจการประเภทโรงแรม ระดับ 4 ดาว และมีลูกจ้างแต่ 50 คนขึ้นไป เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2567
สำหรับพื้นที่ 10 จังหวัดที่ได้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในครั้งนี้ คือ
-
- กรุงเทพมหานคร เฉพาะเขตปทุมวันและเขตวัฒนา
- จังหวัดกระบี่ เฉพาะเขตองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง
- จังหวัดชลบุรี เฉพาะเขตเมืองพัทยา
- จังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะเขตเทศบาลนครเชียงใหม่
- จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เฉพาะเขตเทศบาลหัวหิน
- จังหวัดพังงา เฉพาะเขตเทศบาลตำบลคึกคัก
- จังหวัดภูเก็ต (ทั้งจังหวัด)
- จังหวัดระยอง เฉพาะเขตตำบลบ้านเพ
- จังหวัดสงขลา เฉพาะเขตเทศบาลนครหาดใหญ่
- จังหวัดสุราษฎร์ธานี เฉพาะเขตอำเภอเกาะสมุย
ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ที่ยังไม่อยู่ในรายชื่อ 10 พื้นที่นี้ ค่าแรงขั้นต่ำ ยังคงอยู่ที่ 330-370 บาท ตามเดิม