คอลัมน์ : SD TALK ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์-เรื่อง https://tamrongsakk.blogspot.com
ผมว่าชีวิตของคนทำงานที่เป็นลูกน้องมักจะถูกหัวหน้าสั่งให้ทำรายงาน หรือทำหนังสือออกจากหน่วยงานแล้ว ต้องส่งให้หัวหน้าตรวจทานความถูกต้อง ก่อนที่หัวหน้าจะเซ็นส่งเอกสารเหล่านั้นออกไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันมาแล้วจริงไหมครับ
ลูกน้องที่มีความละเอียดรอบคอบ มีความรับผิดชอบกับงานที่ได้รับมอบหมายต้องตรวจทานความถูกต้องของเอกสารทั้งหมดก่อนจะส่งให้หัวหน้าเซ็นเป็นธรรมดา ถ้าใครเป็นคนที่ทำงานได้แม่นตรง ละเอียดรอบคอบ ไม่ผิดพลาด ก็แน่นอนว่าหัวหน้าจะไว้วางใจ จนบางครั้ง (หรือหลายครั้ง) แทบไม่ต้องมาตรวจเอกสารซ้ำเลย
ในขณะที่ถ้าลูกน้องไม่ตรวจสอบเอกสารให้ดี พิมพ์ข้อความผิดบ่อย เช่น แทนที่จะใช้ข้อความว่า “…บริษัทไม่สนับสนุนพนักงานที่ทุจริต…” เป็น “…บริษัทไม่สนับสนุนพนักงานที่สุจริต…”
หรือ “…ให้พนักงานยื่นใบลากิจล่วงหน้า 3 วัน…” เป็น “ให้พนักงานยื่นใบลาคิดล่วงหน้า 3 วัน…”
แล้วหัวหน้าก็ไม่ตรวจทานให้ดี กลับเซ็นชื่อลงไปในหนังสือออกจากหน่วยงาน พอมีเสียงทักท้วงมาจากแผนกต่าง ๆ ว่าข้อความในหนังสือออกไม่ถูกต้อง ก็แน่นอนครับว่าหัวหน้าต้องเรียกลูกน้องที่ทำผิดพลาดมาตำหนิ ผมเคยเห็นสไตล์การตำหนิลูกน้องของหัวหน้าหลายคนมาก็ไม่น้อย
มีตั้งแต่ตำหนิแบบเปรย ๆ ไปจนถึงการด่าลูกน้องเสียงดัง (มาก) ด้วยอารมณ์ชนิดที่ผู้คนในแถว ๆ โต๊ะทำงานหัวหน้าคนนั้นหันมามองกันเป็นตาเดียว เพราะบรรยากาศเหมือนตลาดแตก
ถามว่าเมื่อลูกน้องทำงานผิดพลาดหัวหน้าควรตำหนิไหม ก็ตอบว่า “ควร” ครับ ไม่ใช่เมื่อลูกน้องทำผิดแล้วหัวหน้าก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่กล้าตำหนิ เพราะกลัวลูกน้องจะเคือง จะไม่รัก ถ้าเป็นอย่างงี้ก็ไม่ควรเป็นหัวหน้าคนเหมือนกัน แต่ก่อนที่จะตำหนิลูกน้อง หัวหน้าลองกลับมาตั้งสติใจร่ม ๆ คิดสักนิดก่อนดีไหมครับ แทนที่จะ Take Action ตอนที่กำลังของขึ้นแบบขาดสติ
ถามตัวเองให้ดีว่างานเอกสารที่ลูกน้องเตรียมมาที่ผิดพลาดน่ะเป็นความผิดพลาดของลูกน้องใช่ไหม ?
ก็ต้องตอบว่า “ใช่”
แล้วตัวเราที่เป็นหัวหน้าที่มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องเป็นด่านสุดท้ายก่อนจะเซ็นชื่อลงไปในเอกสารเหล่านั้นล่ะ เราตรวจดีแล้วหรือยัง ?
ถ้าคิดว่าลูกน้องต้องเป็นทั้งคนทำและคนตรวจให้จบครบในคนเดียวกัน งั้นจะมีหัวหน้าเอาไว้ตรวจ และเซ็นทำไมกันล่ะครับ หัวหน้าเป็นส่วนหนึ่งของความผิดพลาดนี้ด้วยหรือเปล่า ?
ผมเชื่อว่าคงจะมีหัวหน้าบางคนมีข้ออ้างว่า “ก็พี่งานยุ่ง มีเอกสารให้เซ็นตั้งเยอะแยะ จะเอาเวลาที่ไหนมาตรวจได้หมด คุณก็ต้องตรวจให้ดีก่อนจะส่งมาให้พี่เซ็นสิ”
ถ้าบอกมาแบบนี้ลูกน้องก็คงจะตอบ (ในใจ) ว่า “แล้วจะมีหัวหน้าไปเพื่อ…”
ข้อคิดของเรื่องนี้คือ…ลูกน้องย่อมต้องมีความรับผิดชอบ (Responsibility) ในงานที่ตัวเองทำ แต่หัวหน้าจะปฏิเสธสำนึกร่วมในความรับผิดชอบ (Accountability) ไปไม่ได้ เพราะ Accountability เป็นเรื่องจำเป็นที่คนเป็นผู้นำที่ดีทุกคนต้องมีครับ เมื่อลูกน้องทำผิด หัวหน้าต้องหาทางแก้ไขไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำ
ขณะเดียวกัน ก็ต้องกลับมาคิดแก้ปัญหาของตัวเองที่เป็นส่วนหนึ่งของความผิดพลาดนี้ด้วยเช่นกัน