ราคาน้ำมันดิบ (15 พ.ค. 67) ปรับลด ตลาดคาดดอกเบี้ยสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังตลาดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูง
วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลงหลังตลาดกังวลแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อาจจะคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ภายหลังจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวถึงอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอยู่
นอกจากนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI) ในเดือน เม.ย. 67 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.2% เพิ่มขึ้นจากเดือน มี.ค. 67 ที่ระดับ 1.8% จากหมวดสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อเงินเฟ้อให้สูงขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ได้
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 14 พ.ค. 2567 อยู่ที่ 78.02 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.10 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 82.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.98 เหรียญสหรัฐ
ตลาดได้รับแรงกดดันจากรายงานของกลุ่มโอเปกในเดือน พ.ค. 67 ที่คงคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกในระดับเดิมที่ 2.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2567 อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์ไฟป่าบริเวณแถบตะวันตกของแคนาดา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบกว่า 1.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน
หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) เปิดเผยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 10 พ.ค. 67 ลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวลดลงเพียง 1.4 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานน้ำมันเบนซินในภูมิภาคยังอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ อุปสงค์ในเวียดนามและตลาดอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกยังคงอยู่ในภาวะซบเซา อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับปัจจัยบวกจากโรงกลั่นน้ำมันในญี่ปุ่นจำนวน 2 แห่ง ที่มีแผนหยุดซ่อมบำรุงในช่วงกลางเดือน พ.ค. ไปจนถึงเดือน ส.ค. 67
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันในออสเตรเลียปรับตัวเพิ่มขึ้นภายหลังสต๊อกน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับปัจจัยกดดันจากการที่โรงกลั่นน้ำมันในเกาหลีใต้มีแนวโน้มเพิ่มการส่งออกน้ำมันภายหลังอุปสงค์น้ำมันในประเทศมีแนวโน้มชะลอตัว
