เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เผือกร้อน “กุลิศ สมบัติศิริ” เร่งเจียระไนโปรเจ็กต์ล้างหนี้รถไฟ

11 พ.ค. 2561 | 11:59น.

จากผลงานที่เข้าตาทีมเศรษฐกิจรัฐบาล คสช. ทำให้ “กุลิศ สมบัติศิริ” อธิบดีกรมศุลากร ได้รับการโปรโมตให้นั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อสางปัญหาหนี้กว่า 1.2 แสนล้าน และโปรเจ็กต์ตกค้างมานานหลายปีให้สำเร็จเสร็จสิ้นภายในรัฐบาลชุดนี้

“กุลิศ” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า งานของการรถไฟฯเคยสัมผัสมาบ้างช่วงที่เป็นทีมงานช่วยงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (สรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม) เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว จนมาเป็นประธานบอร์ดรถไฟครั้งนี้ โครงการต่าง ๆ ก็ยังเหมือนเดิม ไม่คืบหน้า ก็กำลังจะจัดลำดับความสำคัญของโครงการที่จะต้องดำเนินการ ลำดับแรกเร่งทีโออาร์รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท เปิดประมูลในเดือนพ.ค.นี้ รองรับการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

รวมถึงเร่งแก้ปัญหาต่าง ๆ ของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ในช่วงระหว่าง 1-2 ปี ที่รอเอกชนมาดำเนินการนี้จะบริหารจัดการยังไง เช่น ขบวนรถที่ไม่เพียงพอ เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน อีกทั้งจะเร่งเสนอขออนุมัติรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 9 เส้นทาง ให้เปิดประมูลภายในปีนี้

นอกจากนี้จะตั้งคณะอนุกรรมการช่วยกำกับดูแลโครงการรถไฟทางคู่ 7 เส้นทาง ระยะทาง 993 กม. ทั้งการเดินรถและงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย, จิระ-ขอนแก่น, ลพบุรี-ปากน้ำโพ, มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ, นครปฐม-หัวหิน, หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ และประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร

รวมถึงรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กม.ที่ “กุลิศ”ยื่นเดดไลน์รถไฟให้แล้วเสร็จ เปิดบริการกลางปี 2563 พร้อมกับให้ต่อขยายเส้นทางและสร้างสถานีเข้าไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย

“แผนฟื้นฟูกำลังดูรายละเอียดที่รถไฟทำไว้ว่าจะต้องปรับอะไรบ้าง เนื่องจากจะต้องเสนอให้ที่ประชุม คนร. (คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ) ปลายเดือน พ.ค.นี้ เช่น การรวมแอร์พอร์ตลิงก์กับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แล้วการรถไฟฯจะเป็นยังไง แล้วบริษัทลูกที่บริหารโครงการอยู่จะไปยังไงต่อ ภาพและนโยบายต้องชัด”

เช่นเดียวกับการบริหารทรัพย์สินรถไฟ ต้องมีโครงสร้างให้ชัดเจนหลังจากจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาบริหารจัดการแล้ว เช่น ไทม์ไลน์การทำงาน อำนาจหน้าที่ การจัดหาประโยชน์ การทำสัญญาเช่า การต่อสัญญา การประเมินมูลค่าที่ดิน เป็นต้น

ซึ่งที่ดินของการรถไฟฯทั่วประเทศมีศักยภาพกว่า 3.9 หมื่นไร่ ที่สามารถนำมาพัฒนาสร้างรายได้ เพื่อปลดหนี้ได้ แต่ต้องมีการบริหารจัดการที่ดีอย่างมืออาชีพ ไม่ว่าที่ดินแปลงใหญ่ใจกลางเมืองอย่าง มักกะสัน ย่านบางซื่อ สถานีแม่น้ำ หรือที่ดินในต่างจังหวัดใหญ่ เช่น เชียงใหม่ หัวหิน คงถึงเวลาแล้วที่การรถไฟฯต้องเปิดมิติใหม่ ถึงจะปลดเปลื้องหนี้กว่าแสนล้านได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กุลิศ สมบัติศิริ