เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“สวนสนุก” ทั่วโลกคึกคัก ชู “หลากหลาย” ดึงลูกค้าใช้จ่ายเพิ่ม

13 มิ.ย. 2567 | 16:02น.
Wutthichai

Wutthichai

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ปิดฉากงานมหกรรมธุรกิจแห่งความบันเทิงระดับโลก IAAPA Expo Asia 2024 ที่จัดขึ้นโดยสมาคมสวนสนุกโลก (The International Association of Amusement Parks and Attractions) หรือ IAAPA เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้ประธานสมาคมเป็นคนไทย และได้ดึงงานอีเวนต์ระดับโลกในธุรกิจสวนสนุกเข้ามาจัดในประเทศไทยด้วย

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทสยามพาร์คซิตี้ ผู้บริหารสยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยาม) ในฐานะประธานสมาคมสวนสนุกโลก (IAAPA) ถึงสถานการณ์และทิศทางของธุรกิจสวนสนุกและสถานที่ท่องเที่ยวโลกในปัจจุบัน ไว้ดังนี้

ธุรกิจกลับมาบูมทั่วโลก

“วุฒิชัย” บอกว่า ตนเป็นคนไทยคนแรกและคนเอเชียคนที่ 2 ได้ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมสวนสนุกโลก ซึ่งดูแลสนับสนุนผู้ประกอบการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสวนสนุกและสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก

โดยที่ผ่านมาหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาจะทำให้สวนสนุก หรือธีมปาร์กขนาดใหญ่ รวมถึงธุรกิจลักษณะคล้ายกันนี้ได้รับผลกระทบ ผู้บริโภคจะหันไปบริโภคเทคโนโลยีแทน เช่น เกมออนไลน์ ซิมูเลเตอร์ ฯลฯ

แต่สุดท้ายก็เห็นชัดเจนว่าหลังจากวิกฤตโควิดคลี่คลาย คนมีความต้องการออกเจอหน้ากันเหมือนเดิม โดยจะเห็นว่าในช่วงที่ธุรกิจกลับมาเปิดใหม่ ๆ ธุรกิจสวนสนุกในหลาย ๆ ที่ทั่วโลกค่อนข้างที่จะบูม ปีที่ 2566 ที่ผ่านมาธุรกิจสวนสนุกมีอัตราการเติบโตที่สูงมากในทุกตลาดที่เปิด อาทิ ยุโรป อเมริกา ซึ่งเปิดเร็วกว่าในภูมิภาคเอเชีย

ท่องเที่ยวฟื้นเป็นตัว K

“วุฒิชัย” บอกด้วยว่า ปัญหาที่ผู้ประกอบการเจอกันมาตั้งแต่ปีที่แล้วคือ แม้ธุรกิจจะฟื้นกลับมาเติบโตค่อนข้างดี แต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และที่พักที่ยังมีราคาที่สูงต่อเนื่อง เพราะเที่ยวบินที่หยุดไปในช่วงโควิดยังกลับมาไม่ 100% ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฟื้นตัวแบบตัว K

กล่าวคือ กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อจะกลับมาได้เร็ว ส่วนคนที่ไม่มีกำลังซื้อยังไม่เติบโตมาก ขณะเดียวกันในประเทศไทยก็จะพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาโตค่อนข้างเร็ว ปีที่แล้วมีจำนวนกว่า 20 ล้านคน ปีนี้น่าจะได้ 35 ล้านคน ฉะนั้นธุรกิจที่หากินกับต่างชาติจะค่อนข้างกลับมาได้เร็วแม้การใช้จ่ายจะไม่ได้สูงเท่าเดิมก็ตาม

ส่วนธุรกิจที่มีลูกค้าเป็นคนไทยก็จะมีปัญหาเรื่องของรายได้ เพราะคนไทยกำลังซื้อไม่ดี และความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายไม่ได้สูงเหมือนเดิม ทำให้สถานการณ์สำหรับปีนี้จะค่อนข้างต่างจากปีที่แล้ว

“ปีที่แล้วเราเห็นเทรนด์ที่โตขึ้นมากและเป็นตัวเลข 2 ตัวกันหมด แต่ปีนี้ตัวเลขก็ยังโตอยู่ แต่โตน้อยกว่าเดิม และในหลายผู้ประกอบการก็เริ่มกลับมาใกล้ ๆ กับช่วงก่อนโควิดแล้ว หรือประมาณ 70-80% แล้ว แต่ก็จะไม่ได้โตต่อไป ซึ่งผมมองว่าการฟื้นตัวและการเติบโตยังมีแนวโน้มคล้าย ๆ เดิมคือ โตได้ในกลุ่มที่มีกำลังซื้อ”

ชูหลากหลายดึงการจับจ่าย

“วุฒิชัย” ให้ข้อมูลสำหรับธุรกิจสถานที่ท่องเที่ยวและสวนสนุกของเอเชียนั้น ปัจจุบันถือว่ารุดหน้าอย่างรวดเร็ว ทั้งสวนสนุก แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ฯลฯ โดยเอเชียเป็นตลาดสำหรับสวนสนุกและสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดของโลก

และคาดการณ์ว่าในปีนี้การใช้จ่ายกับสวนสนุกในภูมิภาคเอเชียจะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 16.5% และมีการเติบโตของการใช้จ่ายเป็นเลขสองหลักไปถึงปี 2570

โดยที่ผ่านมาธุรกิจสวนสนุกหรือธีมปาร์ก ศูนย์การค้า ศูนย์ประชุม ฯลฯ มีรูปแบบการทำธุรกิจที่มีความไฮบริด หรือทำธุรกิจแบบผสมผสานมากขึ้นอย่างชัดเจน เช่น ศูนย์สรรพสินค้าก็เริ่มมีแหล่งท่องเที่ยว มีสวนสนุก ส่วนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวก็เพิ่มส่วนที่เป็นพื้นที่ค้าปลีก

รวมถึงโรงแรมที่มีสวนน้ำ สวนสนุก และศูนย์ประชุม เช่นเดียวกับศูนย์ประชุมก็พัฒนาพื้นที่ค้าปลีก และเอ็นเตอร์เทนเมนต์อื่น ๆ เข้ามาเพิ่มเติม หรือในส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ก็มีเครื่องเล่นที่เป็นอินเตอร์แอ็กทีฟ หรือซิมูเลเตอร์ เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการทุกคนต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือ การทำให้นักท่องเที่ยวและลูกค้าเป้าหมายใช้เวลาอยู่ในสถานที่ของตัวเองเพิ่มขึ้น ซึ่งสุดท้ายคือ การทำให้ลูกค้ามีการใช้จ่ายต่อหัวในการเข้ามาใช้บริการในแต่ละครั้งมากขึ้นนั่นเอง

สวนสนุก

“ผมยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ เช่น สวนสยาม ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวผม ก่อนหน้านี้เราขายความเป็นสวนสนุก สวนน้ำ ตอนนี้เราเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก และศูนย์ประชุมบริเวณด้านหน้า หมายความว่าแทนที่คนมาเล่นน้ำแล้วกลับ 5-6 โมงเย็น พอเราเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก ร้านอาหาร และกิจกรรมต่าง ๆ บริเวณด้านหน้า ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการใช้เวลาอยู่ต่ออีก 2-3 ชั่วโมง เป็นต้น”

เช่นเดียวกับสวนสนุกขนาดใหญ่อย่างดิสนีย์แลนด์ก็ยังต้องมีกิจกรรมเดินพาเหรดในช่วง 20.00 น. เพื่อดึงให้ลูกค้าอยู่ในสวนสนุกนานขึ้น รับประทานในสวนสนุกอีก 1 มื้อ ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้น หรือโรงแรมที่เดิมลูกค้ามักใช้บริการเฉพาะที่พักและรับประทานอาหารเช้า ก็เริ่มเพิ่มสวนที่เป็นสวนน้ำ ร้านอาหาร สปา ฯลฯ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้หลากหลายขึ้น

แม้กระทั่ง “กาสิโน” ก็ยังต้องพัฒนาออกมาในรูปแบบของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มีบริการสวนสนุก สวนน้ำ โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร ฯลฯ รองรับทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ทุกคน ทุกวัย สามารถเข้ามาใช้บริการและมีประสบการณ์ร่วมกันได้

ยกระดับผู้ประกอบการไทย

“วุฒิชัย” บอกด้วยว่า IAAPA หรือสมาคมสวนสนุกโลก มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก มีสมาชิกมากกว่า 6,000 รายในกว่า 100 ประเทศ ปีนี้ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัด IAAPA Expo Asia 2024

พร้อมอธิบายว่า ใน 1 ปีจะมีงานอีเวนต์ใหญ่ที่เกี่ยวกับธุรกิจสวนสนุกโลก 3 งาน ประกอบด้วย 1.งานที่อเมริกาเหนือ ส่วนใหญ่จัดขึ้นที่เมืองออร์แลนโด ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2.ที่ยุโรป โดยจะเวียนไปตามเมืองที่มีความเหมาะสม มีศูนย์ประชุมขนาดใหญ่รองรับผู้ร่วมงานได้หลักหมื่นคน ปีนี้จะจัดประมาณเดือนกันยายน ที่อัมสเตอร์ดัม

และ 3.เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปกติจัดที่สิงคโปร์ แต่ปี 2567 นี้เปลี่ยนสถานที่มาจัดในประเทศไทย

“ปีนี้ผมซึ่งเป็นคนไทยเป็นประธานสมาคม จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการในธุรกิจสวนสนุกของคนและคนไทยที่สนใจลงทุนในธุรกิจสวนสนุกมีโอกาสเข้ามาชมงาน และร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้ที่มีประสบการณ์และนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น”

ขณะเดียวกัน ตนยังมองว่างานดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับอุตสาหกรรมสวนสนุกและสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งในเรื่องของสินค้า บริการ แลประสบการณ์ให้ก้าวทัดเทียมกับมาตรฐานในระดับสากลด้วย

แนะส่งเสริมให้สอดรับกับธุรกิจ

ต่อคำถามว่าในส่วนธุรกิจสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยวนั้น อยากให้รัฐสนับสนุนในเรื่องใดบ้าง “วุฒิชัย” บอกว่า นอกจากสวนสนุกแล้วที่ผ่านมามีประเด็นว่ารัฐบาลอยากให้ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น หรือ Man-made Attractions มากขึ้น

แต่ในทางปฏิบัติเมืองไทยยังติดปัญหาหลายประเด็น เช่น เรื่อง Conflict of Interest หรือประเด็นเรื่องของการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน เช่น ในต่างประเทศกรณีให้เอกชนลงทุน แต่รัฐบาลลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน หรือรถไฟ ฯลฯ

หรือนโยบายการส่งเสริมในเชิงกฎหมายของบีโอไอที่มีข้อจำกัด ทั้งเรื่องการลดภาษีนำเข้า ใบอนุญาต ภาษีรายได้นิติบุคคล ซึ่งธุรกิจแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้นเป็นลิขสิทธิ์ทางปัญญา ไม่ได้เน้นเครื่องจักร เพราะเป็นธุรกิจบริการ เป็นต้น

ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยสนับสนุนให้เอกชนลงทุนในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น Man-made Attractions ควรออกกฎหมายและระเบียบการส่งเสริมใหม่อีกฉบับ เพื่อให้อำนาจบีโอไอ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถให้การสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจบริการได้อย่างเต็มที่

และเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมากฎหมายหรือระเบียบการส่งเสริมยังไม่เอื้อนัก เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สวนสนุก สวนสยาม