เงินบาททรงตัว จับตาถ้อยแถลงเฟด
เงินบาท ธนบัตร
เงินบาททรงตัว จับตาถ้อยแถลงประธานเฟด “เจอโรม พาวเวลล์” ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ยังไร้ปัจจัยใหม่หนุน นักลงทุนยังคงรอดูปัจจัยการเมืองในประเทศ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 36.46/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (8/7) ที่ระดับ 36.40/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยวานนี้ (8/7) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ได้เปิดเผยผลสำรวจเกี่ยวกับการคาดการณ์เงินเฟ้อในเดือน มิ.ย.ของผู้บริโภคในระยะเวลา 1 ปีข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 3.0% ลดลงจากระดับ 3.2% ที่คาดการณ์ในเดือน พ.ค.โดยได้แรงหนุนจากคาดการณ์เงินเฟ้อจากราคาอาหาร พลังงาน และค่าเช่าบ้านที่ปรับตัวลง
ส่วนคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคในระยะเวลา 5 ปี อยู่ที่ระดับ 2.8% ลดลงจากระดับ 3.0% ในเดือน พ.ค. อย่างไรก็ดี การคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะเวลา 3 ปี อยู่ที่ระดับ 2.9% เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.8% ในเดือน พ.ค.
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคประจำเดือน มิ.ย.ในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับตัวขึ้นที่ระดับ 3.1% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.3% ในเดือน พ.ค.
โดยนักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวลล์ (ประธานเฟด) ในการแถลงนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐในคืนนี้ (9/7) และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธ (10/7)
สำหรับปัจจัยในประเทศ ยังไร้ปัจจัยใหม่หนุนการซื้อขาย เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอดูปัจจัยการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะในวันพรุ่งนี้ (10/07) ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการนัดพิจารณาคำร้องถอดถอนนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 36.38-36.46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.38/39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/7) ที่ระดับ 1.0825/26 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (8/7) ที่ระดับ 1.0830/34 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยนักลงทุนยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในฝรั่งเศสหลังผ่านพ้นการเลือกตั้งรอบสองในวันอาทิตย์ (7/7) ที่ผ่านมา
โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ได้แจ้งให้นายกาเบรียล อัตตาล นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป หลังจากที่นายอัตตาลยื่นใบลาออกต่อนายมาครงเมื่อวานนี้ (8/7) หลังจากที่พรรคแนวร่วมประชาชนใหม่ (NFP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายของฝรั่งเศส ชนะการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0816-1.0833 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0821/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/7) ที่ระดับ 160.91/94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (8/7) ที่ระดับ 160.74/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวานนี้ (8/7) กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้นที่ระดับ 41.8% ในเดือน พ.ค. แตะที่ 2.85 ล้านล้านเยน (1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเทียบเป็นรายปี
โดยข้อมูลของกระทรวงการคลังระบุว่า ญี่ปุ่นขาดดุลการค้า 1.11 ล้านล้านเยนในเดือน พ.ค. เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินเยนส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าของญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นและบดบังการส่งออกที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ยอดนำเข้าในเดือน พ.ค.เพิ่มขึ้นที่ระดับ 9.3% แตะที่ 9.24 ล้านล้านเยน ขณะที่ยอดส่งออกเพิ่มขึ้นที่ระดับ 12.1% แตะที่ 8.13 ล้านล้านเยน
นอกจากนี้การที่เงินเยนอ่อนค่าลงถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับผู้ส่งออกของญี่ปุ่น เนื่องจากจะช่วยเพิ่มรายได้เมื่อกำไรจากต่างประเทศถูกแปลงเป็นเงินรวม รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เนื่องจากการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นจะมีค่าใช้จ่ายไม่แพงมากเมื่อเงินเยนอ่อนค่า ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 160.74-161.13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 160.98/161.03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมเดือน มิ.ย. จากสหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) (9/7), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ (11/07), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (12/07) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน มิ.ย.ของสหรัฐ (12/07)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.9/-9.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -9.3/-8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ