ดอลลาร์อ่อนค่าช่วงบ่าย แรงหนุนจากแรงซื้อทองคำ
US dollar
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าช่วงบ่าย แรงหนุนจากแรงซื้อทองคำ ขณะที่ Dollar Index ปรับตัวแคบ ๆ ภายหลังถ้อยแถลงของประธานเฟดส่งสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้ และอาจไม่รอเงินเฟ้อปรับตัวสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%
วันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 16 กรกฎาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 36.20/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (15/7) ที่ระดับ 36.20/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดย Dollar Index ปรับตัวแคบ ๆ ที่ระดับ 104.25 ภายหลังถ้อยแถลงของประธานเฟดส่งสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่เหตุการณ์ลอบสังหารนายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจส่งผลให้นายทรัมป์คว้าชัยชนะเหนือประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต ในศึกเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้นายทรัมป์ดำเนินนโยบายการค้าแบบเชิงรุก,เดินหน้าปรับลดภาษี และผ่อนคลายกฎระเบียบในด้านต่าง ๆ เป็นวงกว้าง ตั้งแต่กฎระเบียบด้านสภาพภูมิอากาศไปจนถึงกฎระเบียบด้านคริปโตเคอร์เรนซี
โดยวานนี้ (15/7) นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวสุนทรพจน์ที่สมาคมเศรษฐกิจแห่งวอชิงตัน ดีซี (Economic Club of Washington, D.C.) ซึ่งถือเป็นการแสดงความเห็นของนายพาวเวลล์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เจ้าหน้าที่เฟดจะเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ในวันเสาร์นี้ และก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 30-31 ก.ค.
โดยระบุว่า “เฟดจะไม่รอจนกว่าเงินเฟ้อปรับตัวสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ก่อนที่จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย เหตุผลในเรื่องนี้ก็คือ ถ้าเรารอจนกว่าเงินเฟ้อลงถึง 2% จะเป็นการรอคอยที่นานเกินไป เนื่องจากมาตรการคุมเข้มทางการเงินที่เรากำลังใช้อยู่นั้น ยังคงส่งผลกระทบที่อาจทำให้เงินเฟ้อลดลงต่ำกว่า 2%”
นอกจากนี้พาวเวลล์ไม่คิดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเผชิญกับภาวะทรุดตัวลงอย่างรุนแรง หลังมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ นักลงทุนเริ่มมีการคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ โดยจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย., พ.ย. และ ธ.ค. จากเดิมที่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในเดือน ก.ย. และ ธ.ค. หลังสหรัฐตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด
นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิตปรับตัวลงสู่ระดับ -6.60 ในเดือน ก.ค. จากระดับ -6.00 ในเดือน มิ.ย. และต่ำกว่าที่คาดที่ระดับ -5.50 โดยได้รับผลกระทบจากภาวะหตัวของการจ้างงาน แม้ว่าภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อแนวโน้มในอนาคต ทั้งนี้ ดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 36.10-36.25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.11/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/7) ที่ระดับ 1.0894/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (15/7) ที่ระดับ 1.0911/15 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยระหว่างวัน สถาบัน ZEW ได้มีการเปิดเผยความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีอยู่ที่ระดับ 41.8 สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 41.2
โดยตลาดยังจับตาผลรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 18 ก.ค.นี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0884-1.0904 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0898/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/7) ที่ระดับ 158.06/10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (15/7) ที่ระดับ 157.95/99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันนี้ นายโยชิมาสะ ฮายาชิ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมพร้อมที่จะใช้มาตรการทุกอย่างที่จำเป็น เพื่อรับมือกับตลาดปริวรรตเงินตราที่มีความผันผวนมากเกินไป ส่งผลให้ตลาดจับตาโอกาสที่รัฐบาลจะเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยน
อย่างไรก็ดี นายฮายาชิปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเมื่อถูกถามว่าญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดเพื่อหนุนให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น 2 วันติดต่อกันในสัปดาห์ที่แล้วหรือไม่ ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายสังเกตเห็นถึงความคล้ายคลึงกันระหว่างการแทรกแซงตลาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกับการแทรกแซงเมื่อวันที่ 1 พ.ค. หลังความคิดเห็นเชิงนโยบายจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลกระทบต่อเงินดอลลาร์
โดยข้อมูลของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นอาจใช้เงินถึง 3.75 ล้านล้านเยน (2.251 หมื่นล้านดอลลาร์) ในการเข้าแทรกแซงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อีกทั้งตลาดจะจับตาดูการเปิดเผยข้อมูลตลาดการเงินในวันนี้ เพื่อประเมินว่าญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดเมื่อวันศุกร์ด้วยหรือไม่
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 158.00-158.79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 158.43/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตจากเฟดสาขานิวยอร์กเดือน ก.ค. (15/7), ยอดค้าปลีกของสหรัฐ (16/7), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ (17/7), ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย.ของสหรัฐ (17/7), ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน ก.ค. ของสหรัฐ (17/7), ดัชนีเงินเฟ้อของอังกฤษ (17/7),
รายงาน Beige Book ของเฟด (18/7), ดัชนีการผลิตเดือน ก.ค. จากเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (18/7), ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน มิ.ย.ของสหรัฐ, การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) (18/7) และตัวเลขยอดค้าปลีกของอังกฤษ (18/7)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.35/-9.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.9/-7.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ