เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

จับตาประชุม ECB

18 ก.ค. 2567 | 18:46น.
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 35.95/96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ(17/7) ที่ระดับ 35.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินบาทลดแรงบวกลง จากแรงซื้อทำกำไระยะสั้น หลังวานนี้แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 เดือน สอดคล้องการปรับตัวของราคาทองคำ หลังราคาทองคำแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทะลุ 2,480 ดอลลาร์/ออนซ์

ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่น ๆ หลังดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index) ปรับตัวลงมาที่ระดับ 103.68 ภายหลังนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และเป็นสมาชิกถาวรของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) กล่าวว่า

“ผมเชื่อว่าข้อมูลในขณะนี้มีความสอดคล้องกับการที่เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวโดยไม่ประสบภาวะถดถอย และผมจะดูข้อมูลต่อไปอีก 2-3 เดือนเพื่อให้มีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อมุมมองดังกล่าว และแม้ผมไม่เชื่อว่าเราได้ไปถึงจุดหมายปลายทางสุดท้ายแล้ว แต่ผมก็เชื่อว่าเรากำลังเข้าใกล้เวลาที่เหมาะสมในการใช้นโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ย”

ซึ่งบ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 30-31 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 และมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน นอกจากนี้ FedWatch Tool ของ CME Group ซึ่งวิเคราะห์การซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของสหรัฐ บ่งชี้วานักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% จำนวน 2 ครั้งในปีนี้ โดยให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นถึง 91.4% ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะลดอัตราดอกเบี้ยจำนวนครั้งแรกในการประชุมเดือนกันยายน และครั้งที่สองในเดือนธันวาคม

ด้านตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ วานนี้กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขการอนุญาตก่อสร้างบ้าน (Building Permits) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.446 ล้านยูนิตในเดือนมิถุนายน และสูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 1.4 ล้านยูนิต นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐ (Industrial Production) ซึ่งเป็นการวัดการปรับตัวของภาคโรงงาน เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบรายเดือน และสูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 0.3%

ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวขึ้นลงตลอดทั้งวันตามแรงซื้อขาย แต่ยังไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ 36.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนยังคงรอปัจจัยใหม่ ๆ ในการขับเคลื่อนการซ้อขายในระยะนั้น ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.90-36.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.95/96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/7) ที่ระดับ 1.0936/38 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/7) ที่ 1.0937/42 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อย่างไรก็ตาม ค่าเงินยูโรทยอยอ่อนค่าลงระหว่างวัน ก่อนการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในคืนนี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรปจะยังคงอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ตลาดรอหาสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป โดยในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0924-1.0940 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0849/53 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/7) ที่ระดับ 155.85/88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/7) ที่ 156.38/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า ทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราเพื่อพยุงค่าเงินเยน ซึ่งจะเป็นการดำเนินการเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน โดยค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ที่ระดับ 153.36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะทยอยปรับตัวอ่อนค่าเหนือระดับ 156 อีกครั้ง

ภายหลังจากที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่น (MOF) รายงานยอดส่งออกปรับตัวขึ้น 5.4% เมื่อเทียบรายปี แต่ถือว่าต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2566 ซึ่งเป็นการตอกย้ำความกังวลที่ว่า การชะลอตัวทางเศรษฐกิจในจีนอาจจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่พึ่งพาการค้า ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.36-156.58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 156.47/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ แถลงมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) (18/7), ดัชนีการผลิตเดือนกรกฎาคมจากธนาคารกลางสหรัฐ สาขาฟิลาเดลเฟีย (18/7), รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (18/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน มิ.ย. จาก Conference Board (18/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.7/-8.55 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10.1/-8.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ดอลลาร์สหรัฐ