เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

“ดุสิตธานี” แนะยุทธศาสตร์ “3 สร้าง 2 กระตุ้น 1 ลด” หนุนเที่ยวไทย

21 ก.ค. 2567 | 15:45น.
Suphaji

Suphaji

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

เดินหน้าทำการตลาดและลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตร เพื่อพัฒนาโรงแรมใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อเนื่องสำหรับกลุ่มดุสิตธานี ปัจจุบันยังมีโรงแรมและรีสอร์ตกว่า 60 แห่งที่อยู่ในแผนการพัฒนาเพื่อเปิดให้บริการในอนาคต

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจสำหรับโค้งหลังของปีนี้ รวมถึงแผนการเปิดให้บริการโครงการใหม่ ๆ และมุมมองต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไว้ดังนี้

มู้ดท่องเที่ยวไทยดีต่อเนื่อง

“ศุภจี” บอกว่า ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเที่ยวไทยยังถือว่าอยู่ในระดับที่เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล สอดรับกับแนวทางการท่องเที่ยวของรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวผ่านมาตรการวีซ่า ทั้งวีซ่าฟรี และการขยายเวลาวีซ่าจาก ผ.30 เป็น ผ.60 เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติออกเดินทางและมีวันพักที่นานขึ้น

โดยพื้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา ยังเป็นเดสติเนชั่นที่ดีมากต่อเนื่อง ขณะที่หัวหิน (ประจวบฯ) ยังดีเฉพาะช่วงวันหยุด และส่วนใหญ่ยังเป็นนักท่องเที่ยวภายในประเทศ เช่นเดียวกับเชียงใหม่และเมืองรองอื่น ๆ ที่ยังมีความท้าทายสูง

อย่างไรก็ตาม หากดูจากสถิตินักท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังพบว่าแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมมีศักยภาพในการทำราคาห้องพักได้ค่อนข้างต่ำมาก เมื่อเทียบมาตรฐานของโรงแรม

ปี’67 พร้อมเปิดโรงแรมใหม่ 10 แห่ง

“ศุภจี” บอกอีกว่า สำหรับกลุ่มดุสิตธานีเองนั้นยังสามารถเดินหน้าธุรกิจได้ตามแผนที่วางไว้ โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา กลุ่มดุสิตธานีสามารถขยายธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เช่น เนปาล 2 แห่ง ญี่ปุ่น 2 แห่ง กรุงเทพฯ 1 แห่ง (อาศัย สาทร) จีน กรีซ เป็นต้น

สำหรับปี 2567 นี้ ตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 10 แห่ง เช่น จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย ซาอุดีอาระเบีย ฯลฯ และ 1 ใน 10 แห่งนี้ คือ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ที่มีกำหนดเปิดให้บริการ 27 กันยายน 2567 นี้ ซึ่งปัจจุบันมียอดจองล่วงหน้าเข้ามาแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของห้องจัดประชุมสัมมนา ที่มียอดจองยาวไปถึงเดือนเมษายน-พฤษาคม 2568 แล้ว

“ปัจจุบันเรามีธุรกิจโรงแรมรีสอร์ตและวิลล่าหรู ภายใต้ 8 แบรนด์ตั้งอยู่ในจุดหมายปลายทางชั้นนำกว่า 300 แห่ง ใน 19 ประเทศทั่วโลก ในจำนวนนี้เป็นโรงแรมและรีสอร์ตรวมประมาณ 60 แห่ง และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ครบ 100 แห่ง ภายในอีก 2-3 ปีข้างหน้า”

ชูหลัก 3 สร้าง 2 กระตุ้น 1 ลด

เมื่อถามถึงแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวในวันนี้ควรไปในทิศทางไหน “ศุภจี” บอกว่า นโยบายที่จะทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในวันนี้และในอนาคต ประกอบด้วย 3 สร้าง 2 กระตุ้น และ 1 ลด

กล่าวคือ 3 สร้าง ได้แก่ 1.สร้างแบรนดิ้งประเทศไทยให้มีความชัดเจนว่า ประเทศไทยต้องการวางตัวเองเป็นแบบไหน ถ้าต้องการให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้จ่ายจำนวนมาก ก็ต้องวางตำแหน่งให้เป็นพรีเมี่ยมเดสติเนชั่น เป็นจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่า และต้องชัดเจนว่ามีความลักเซอรี่ในด้านไหนบ้าง ไม่ใช่เป็นประเทศที่เน้นในด้านปริมาณเพียงอย่างเดียว เป็นต้น

2.สร้างความมั่นใจ กล่าวคือต้องทำให้คนที่จะเดินทางเข้ามามั่นใจในความปลอดภัย สะดวก สะอาด ถูกสุขอนามัย และ 3.สร้างมาตรฐาน ต้องยกระดับความรู้ ความสามารถ แรงงานให้ตอบโจทย์กับสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป

“ไม่ใช่พูดกันแค่การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ต้องเข้าใจบริบทของธุรกิจด้วย เช่น ธุรกิจโรงแรมนั้นพนักงานไม่ได้มีแค่เงินเดือน ยังมีค่าเซอร์วิสชาร์จที่สูงกว่าเงินเดือน อย่างโรงแรมภูเก็ตรับกันที่ 7-8 หมื่นบาทต่อเดือน หรือโรงแรมขนาดเล็กในกรุงเทพฯ อย่างโรงแรมอาศัยรับกันที่ 3-4 หมื่นบาทต่อเดือน ดังนั้นอยากให้มีมาตรการอื่น ๆ มารองรับประเด็นการขึ้นค่าแรงด้วย เช่น บริษัทไหนมีเทรนนิ่งพนักงานสามารถนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้ เป็นต้น”

ส่วน 2 กระตุ้น คือ 1.กระตุ้นเรื่องประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมาตรฐานที่ดี เช่น มีการกำหนดมาตรฐานเช่นเดียวกับในช่วงโควิดที่มีมาตรฐาน SHA หรือ SHA+ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าระบบมาตรฐาน ได้รับการส่งเสริมด้านการตลาด หรือมีมาตรการด้านภาษีมาช่วยกระตุ้น เป็นต้น

และ 2.กระตุ้นความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม วันนี้ผู้ประกอบการที่ทำยังทำด้วยความสมัครใจ แต่รัฐบาลควรมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาสนับสนุน เช่น การลงทุนด้านพลังงาน โซลาร์เซลล์ หรือกำจัดอาหารเหลือต้องใช้เงินลงทุนอ ตรงนี้ควรส่งเสริมผู้ประกอบการด้วยการช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย เช่น การลดภาษี ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายช่วยลดคาร์บอนเป็นศูนย์ในอนาคต

สำหรับ 1 ลด ในที่นี้หมายถึงการลดในเรื่องของความซ้ำซ้อน ความยากลำบากในการทำงาน เช่น โรงแรม 200 ห้อง 300 ห้อง ขอใบอนุญาตเท่ากับโรงแรม 10-20 ห้อง และวันนี้รูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยวก็เปลี่ยนไป มีโฮมสเตย์ มีแชร์อีโคโนมีเกิดขึ้น ในต่างประเทศทำได้ แต่ที่บ้านเรายังผิดกฎหมาย เป็นต้น วันนี้เปิดโรงแรม 1 แห่ง ต้องขอใบอนุญาตไม่ต่ำกว่า 18 ใบ เป็นต้น

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เหมือนจะไม่ใช่ปัจจัยสนับสนุน หรือการแก้การท่องเที่ยว แต่ถ้าทำแล้วจะช่วยการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น

หนุนเจาะเซ็กเมนต์ให้ชัดเจนขึ้น

สำหรับเรื่องการกระตุ้นดีมานด์นั้น “ศุภจี” บอกว่า ทุกวันนี้ดีมานด์ของนักท่องเที่ยวที่อยากมาเที่ยวประเทศไทยไม่ใช่ประเด็นสำคัญ และเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าในเชิงรายได้จะสามารถเป็นไปตามเป้าหมายได้หรือไม่

และส่วนตัวมองว่าทุกวันนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท.ทำในเรื่องของการกระตุ้นดีมานด์ได้ดีมาก แต่เราอาจจะต้องโฟกัสมากขึ้นในเรื่องของเซ็กเมนเตชั่น และทำแคมเปญเฉพาะทางมากขึ้น

อาทิ แคมเปญส่งเสริมการเดินทางเพื่อสุขภาพ ต้องเจาะตลาดไหน หรือกลุ่มเวลเนสต้องเจาะตลาดไหน หรือถ้าอยากได้กลุ่มคู่ฮันนีมูน ต้องเจาะตลาดไหนและทำการตลาดอย่างไร อยากได้พวกดิจิทัลนอแมด พวกที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยเราต้องเจาะตลาดไหน ต้องมีแพ็กเกจแบบไหนรองรับ เป็นต้น ซึ่งหากเราคิดแบบนี้เราก็จะมีแคมเปญที่เฉพาะเจาะจง

รวมถึงการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างเมืองหลักไปสู่เมืองรองหรือเมืองน่าเที่ยว ที่ควรใช้สนามบินภายในประเทศเป็นฮับแล้วใช้การเดินทางโดยรถยนต์มาเชื่อมต่อ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงเมืองรองได้ดีขึ้น พร้อมทั้งทำกิจกรรมดึงให้เกิดการเดินทางควบคู่กันไปด้วย