ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขพยายามผลักดันให้ประเทศไทย เป็น “ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ” (Medical Hub) และได้ส่งเสริมเขตนวัตกรรมการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพ 9 เขต หรือ 9 จังหวัด ประกอบด้วย ภูเก็ต สงขลา ชลบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี เชียงราย เชียงใหม่ นครสวรรค์
และล่าสุดปี 2567 จังหวัดตราดได้รับการประกาศเขตระเบียงเศรษฐกิจและเขตนวัตกรรมการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพ เพิ่มเติมเป็นเขตที่ 10 ในลักษณะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดได้เริ่มดำเนินมาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ TRAT WELLNESS AND SAFETY TOURISM (TSWT) มาตั้งแต่ปี 2566
เกาะช้าง-ย่านเมืองเก่านำร่อง
นางสาวจารุวรรณ จินตกานนท์ กรรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จ.ตราด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.ตราด สำนักงานสาธารณสุข จ.ตราด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สนง.ตราด) มหาวิทยาลัยบูรพา และหน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชนในท้องถิ่น จ.ตราด ร่วมกับกฎบัตรไทย กฎบัตรสุขภาพ สมาคมผังเมืองไทย สมาคมส่งเสริมสุขภาพไทย เตรียมเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตนวัตกรรมการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพจังหวัดตราด
เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับการท่องเที่ยวมูลค่าสูง โดยมีแผนงานและโครงการพัฒนา วงเงินงบประมาณ 3,000 ล้านบาท ช่วงระยะเวลา 10 ปี โครงการต่าง ๆ ที่จะนำเสนอจะพลิกการท่องเที่ยว จ.ตราด ทั้งหมู่เกาะช้าง และในตัวเมืองบนฝั่ง จะทำให้นักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์เข้ามา สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นปีละกว่า 5,000 ล้านบาท
“พื้นที่ จ.ตราด ภาพลักษณ์มีชายทะเล หมู่เกาะต่าง ๆ จังหวัดตราดได้เลือก 2 พื้นที่จัดตั้งเขตระเบียงเศรษฐกิจและเขตนวัตกรรมการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพจังหวัดตราด คือ บริเวณหมู่เกาะช้าง และพื้นที่ย่านตัวเมืองเก่า ใน อ.เมืองตราด เป็นพื้นที่นวัตกรรมสร้างมูลค่าสูงรองรับการท่องเที่ยว ซึ่งต้องนำมาออกแบบพัฒนาเป็นเมือง Wellness ภายใต้แนวความคิดคือ กินดี อยู่ดี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน เราจะนำการท่องเที่ยวมาฟื้นฟูสุขภาพกาย สุขภาพใจ ด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และอาหาร ผลไม้ท้องถิ่น เป็นตัวบำบัด (Nature Terapy)
โดยภาคการท่องเที่ยวมาช่วยกันรังสรรค์ ออกแบบ และนำวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์เรื่องราวที่มีคุณค่ามารังสรรค์ให้สวยงาม รวมทั้งการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนคู่กันให้นักท่องเที่ยว สร้างโอกาสให้การท่องเที่ยวของ จ.ตราด มีความยั่งยืน เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีทั้งทะเล-ป่าไม้ เราจะใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และอาหาร เป็นตัวบำบัด และให้ยังคงอยู่อย่างยั่งยืน” นางสาวจารุวรรณกล่าว

นางสาวจารุวรรณกล่าวต่อไปว่า ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงานหลัก ๆ 3 เดือน จัดทำโครงการต่าง ๆ โดยทางพื้นที่อุทยานได้เตรียมเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวทั้งบนเกาะและพื้นที่ทะเลที่ยังไม่เคยมีมาก่อน เป็นการปลุกช้างหลับ เปรียบเสมือนนำพลอยที่มีอยู่แล้วมาเจียระไนขึ้นหัวแหวนให้เป็นเพชรเม็ดงาม ภายใต้โครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่ได้รับการยกระดับสู่มาตรฐานสากล เช่น โครงการเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ (Nature Walking Trail) มีกิจกรรมอาบป่า (Forest Bathing)
และเสียงบำบัด (Forest Resonance and Bathing) โครงการเส้นทางการเดินป่า (Trekking Trail) ประยุกต์ใช้ระบบติดตามตัว (GPS Trekking) และระบบป้ายสื่อความหมายเพื่อยกระดับกิจกรรมสู่มาตรฐานสากล
โครงการเส้นทางจักรยานเลียบริมทะเล โครงการเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเรือนยอดต้นไม้ (Canopy Walkway) โครงการ Under Water Trail กิจกรรมดำน้ำใต้อุโมงค์ น่าจะเซอร์ไพรส์สุด ๆ เป็นเส้นทางใต้ทะเลแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อให้นักดำน้ำสำรวจท้องทะเลโดยไม่ทำลายปะการัง รวมทั้งโครงการจากสำนักงานสาธารณสุข จ.ตราด โครงการจัดตั้งศูนย์เวชศาสตร์ทางทะเลและเวชศาสตร์การท่องเที่ยวตราด
ที่พัฒนาทางด้านการแพทย์และเครื่องมือ สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว และโครงการปรับภูมิทัศน์เมืองเก่า Trtat Old Town ของเทศบาลเมืองตราด ให้เป็นเมืองน่ารื่นรมย์
ชู 3 โปรเจ็กต์เดินป่า-ดำน้ำ
นายเนรมิตร สงแสง หัวหน้าอุทยานหมู่เกาะช้าง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เป้าหมายการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติ ตอบโจทย์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หมุดหมายของ จ.ตราด โดยมีโครงการเตรียมพัฒนาอยู่แล้ว แบ่งออก 3 ลักษณะ คือ 1) โครงการพัฒนาเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ (Nature Walking Trail) มีกิจกรรมอาบป่าและเสียงบำบัด (Forest Resonance and Bathing) สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบและผ่อนคลายเป็นการเดินป่าระยะสั้น สัมผัสพื้นที่ป่าที่มีความสมบูรณ์ ระยะทางประมาณ 600 ม.
และโครงการพัฒนาเส้นทางเดินป่าระยะไกล (Trekking Trail) แบบพักค้างแรมในป่า 1 คืน 2 วัน ระยะทาง 8-10 กม.ใช้ระบบป้ายสื่อความหมายและระบบติดตามตัว (GPS Trekking)
2) โครงการพัฒนาเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเรือนยอดต้นไม้ (Canopy Walkway) เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเรือนยอดต้นไม้ บ้านสลักคอก อ.เกาะช้าง เขตพื้นที่ในความรับผิดชอบของอุทยาน เพื่อเป็น Landmark แห่งใหม่ของการท่องเที่ยวบนเกาะช้าง ขนาดความสูง 35 เมตร ทางเดินยาว 500 เมตร เส้นทางเดินวนลูป ชม View Point ของทะเลตะวันออก จ.ตราด 360 องศา และพื้นที่ภูเขา
3) โครงการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติใต้น้ำ (Under Water Trail) บริเวณหมู่เกาะรังและจุดดำน้ำเรือหลวงช้าง ที่ถูกใช้งานอยู่แล้วทั้งการดำน้ำตื้น (Snorkeling) และดำน้ำลึก (Scuba Diving) ทั้ง 3 โครงการหลักจะใช้งบประมาณ 110 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 3-4 ปี

ทิศทางการท่องเที่ยวใช้ฐานทรัพยากรธรรมชาติ กิจกรรมต่าง ๆ มีอยู่แล้ว แต่นำมายกระดับสู่มาตรฐานสากล เช่น การเดินป่าศึกษาธรรมชาติจะนำระบบป้ายสื่อความหมายและระบบติดตามตัว (GPS Trekking) หรือ Canopy Walkway ของบประมาณ 93 ล้านบาท โครงการนี้ความสวยงามจัดอยู่อันดับ 1-3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ Under Water Trail ระยะทาง 30 เมตร ลึกระดับ 5-10 เมตร
จะเห็นความสวยงามจากแสงทะลุลงผืนน้ำเป็นแสงเงาเหมือนดำน้ำลอดอุโมงค์ใต้น้ำที่สวยงามมาก โดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยบูรพาจะออกแบบรูตเส้นทางจุดมาร์กที่น่าสนใจ และมีระบบติดตาม รวมทั้งให้บริการสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย และการแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อความปลอดภัย
“ทุกโครงการให้น้ำหนักเท่า ๆ กัน คาดหวังว่านักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่ชอบธรรมชาติจะชื่นชอบ ขีดความสามารถการรับนักท่องเที่ยวเกาะช้าง 600 คน/วัน ขณะนี้มีนักท่องเที่ยว 300 คน/วัน ยังเพิ่มได้อีก 1 เท่าตัว การเพิ่มกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้มาตรฐานสากล จะช่วยเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก ซึ่งเกาะช้าง หมาก กูด 80% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติอยู่แล้ว” นายเนรมิตรกล่าว
ด้าน นายสัคศิษฎ์ มุ่งการ ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรม กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แผนพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดจะขับเคลื่อนเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เน้นการท่องเที่ยวทางทะเล มีความแตกต่างจาก 5 จังหวัดนำร่อง เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นวัตกรรมมูลค่าสูง ตามแผนระยะแรก 4 ปี โครงการจัดตั้งศูนย์เวชศาสตร์ทางทะเลและเวชศาสตร์การท่องเที่ยว
โดยสำนักงานสาธารณสุข จ.ตราด พัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ จัดหาเครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัย Hyperbaric Oxygen Therapy : HBOT เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวที่ชอบดำน้ำ เป็นเครื่องอัดแรงดันออกซิเจนที่รักษาโรคที่น็อกจากการดำน้ำ โดยที่โรงพยาบาลตราดมีแผนกเวชศาสตร์ทางทะเล โดยตรง ควรมีเครื่องมือที่ทันสมัยขนาดใหญ่ให้พยาบาลเข้าไปดูแลได้
เครื่องนี้ยังสามารถรักษาผู้ป่วยแผลเบาหวาน โรคไมเกรน โรคนอนไม่หลับ และอีกหลาย ๆ โรค ส่วนโครงการต่าง ๆ จะทยอยทำตามระยะเวลา 10 ปี