เผ่าภูมิ ชี้ข้อเสนอ ทักษิณ หนุนใช้ Negative Income Tax เป็นแนวคิดที่ดี
เผ่าภูมิ โรจนสกุล
เผ่าภูมิ รมช.คลัง เผยข้อเสนอ “ทักษิณ” หนุนใช้ Negative Income Tax ดูแลคนรายได้น้อย มองเป็นกรอบแนวคิดที่ดี ขอทำการบ้านศึกษาข้อดี-ข้อเสียก่อน
วันที่ 29 สิงหาคม 2567 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงข้อเสนอของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เสนอให้กระทรวงการคลังใช้ภาษีเพื่อช่วยเหลือ หรืออุดหนุนผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ (Negative Income Tax) นั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นนโยบายที่มีหลักคิด กรอบหลักการที่ดี น่าสนใจ แต่รายละเอียดคงต้องมาหารือกันอีกที ซึ่งกระทรวงการคลังจะต้องทำการบ้าน ต้องหารือ ศึกษาข้อดีข้อเสียที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อน
“ถามว่า Negative Income Tax จะมาแทนที่โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่นั้น คงต้องบอกว่า ทั้ง 2 ส่วนไม่น่าจะเกี่ยวกัน เป็นคนละหลักการ เพราะโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเราดูแลกลุ่มเปราะบางในมิติต่าง ๆ ทั้งเม็ดเงิน สาธารณูปโภค และอื่น ๆ
ส่วน Negative Income Tax นั้น เป็นลักษณะการเกลี่ยเพื่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำน้อยลง ถามว่าเชื่อมกันไหม 2 เรื่องนี้ ไม่เชื่อมคน เป็นคนละแบบ คนละมิติ ส่วน Nagative Income Tax หากทำจริง ๆ จะสามารถทำให้คนหลุดจากบัตรคนจนมากขึ้นไหม ก็อาจจะเยอะขึ้น
เพราะหมายความว่า คนที่มีรายได้น้อยจะได้รับการเกลี่ย ได้รับการจุนเจือมากขึ้น แต่ไม่ใช่การตั้งงบประมาณไปจุนเจือ แต่ทิศทางจะเป็นอย่างไร ผมพูดตอนนี้คงไม่เหมาะจริง ๆ ทุกอย่างอยากให้รอการแถลงนโยบายของรัฐบาลจะชัดเจนที่สุด” นายเผ่าภูมิกล่าว
อย่างไรก็ดี ในส่วนของการเสนอเรื่องการแฮร์คัตหนี้ให้กับภาคธุรกิจและเอกชนนั้น กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาในทุกมิติ ทั้งเรื่องมาตรการทางการเงินที่จะเข้าไปช่วยเหลือภาระหนี้ของพี่น้องประชาชน และภาระหนี้ของภาคธุรกิจ ทั้งหมดกำลังหารือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณากันอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า Negative Income Tax หรือ NIT เป็นแนวคิดที่เสนอขึ้นโดยนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง มิลตัน ฟรีดแมน (Milton Friedman) มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำทาง “รายได้” ในสังคม ด้วยการให้รัฐบาลจ่ายเงินให้กับผู้ที่มีรายได้น้อยหรือไม่มีรายได้เลย แทนที่จะเก็บภาษีจากพวกเขา
แนวคิดของ Negative Income Tax ถูกเสนอขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและการกระจายรายได้อย่างไม่เท่าเทียมกัน โดยฟรีดแมนมองว่าคนที่ทำงานแต่มีรายได้น้อยก็ควรได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากรัฐ เริ่มจากการกำหนดระดับรายได้พื้นฐานขั้นต่ำ หากบุคคลใดมีรายได้น้อยกว่าระดับนี้ รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยส่วนที่ขาด เพื่อให้รายได้ของพวกเขาเพิ่มขึ้นไปถึงระดับขั้นต่ำนี้
หลักการของ NIT
รัฐกำหนดระดับรายได้พื้นฐาน “ขั้นต่ำ” ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต เช่น 10,000 บาท/เดือน (ตัวเลขสมมุติ)
หากบุคคลมีรายได้น้อยกว่าระดับนี้ รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยให้ เพื่อให้รายได้ของบุคคลนั้นถึงระดับที่กำหนด เช่น หากบุคคลมีรายได้ 7,000 บาท/เดือน รัฐบาลอาจจ่ายเพิ่ม 3,000 บาท เพื่อให้รายได้รวมเป็น 10,000 บาท
เมื่อรายได้ของบุคคลเพิ่มขึ้น การชดเชยจากรัฐบาลจะลดลงตามสัดส่วน จนกระทั่งรายได้ถึงระดับที่กำหนดและไม่ต้องการการชดเชยอีกต่อไป