บอร์ดประกันสังคม แจงที่มาอายุ 65 ปี ขยายคุณสมบัติผู้สมัครเข้ากองทุน
ประกันสังคม
บอร์ดประกันสังคม แจงที่มาอายุ 65 ปี เป็นการขยายคุณสมบัติผู้สมัครเข้า ม.33-39 ไม่เกี่ยวข้องอายุเกษียณ 55 ปี ยันไร้แนวทางขยับรับเงินบำนาญ
วันที่ 6 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานเพื่อต่ออายุกองทุนประกันสังคมว่า ตนเป็นรัฐมนตรีไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายการทำงานของคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม
แต่เบื้องต้นตนก็ได้ให้ข้อแนะนำกันเป็นการภายในแล้ว แต่จะเป็นอย่างไรต่อนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของบอร์ดประกันสังคม แม้ตนเป็นรัฐมนตรีก็ยังไม่สามารถเข้าไปนั่งประชุมด้วยได้ ฉะนั้น เรื่องเหล่านี้ของให้บอร์ดประกันสังคมได้นัดประชุม เพื่อพิจารณาแนวทางและแถลงให้กับประชาชนได้รับทราบต่อไป
ด้าน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ในบอร์ดประกันสังคมกล่าวว่า ในประเด็นของการต่ออายุของกองทุนประกันสังคมนั้น เข้าใจว่าตอนนี้ผู้ประกันตนกำลังเข้าใจผิดในประเด็นของการขยายอายุรับเงินบำนาญชราภาพเป็น 65 ปี ซึ่งจริง ๆ เรื่องนี้ทางบอร์ดประกันสังคมได้หารือกันอยู่บ้าง ข้อเท็จจริงคือ เดิมสำนักงานประกันสังคม (สปส.) มีข้อกำหนดเรื่องอายุของผู้ที่จะสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 และมาตรา 39 ว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีอายุไม่เกิน 60 ปี
แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่เราจำเป็นต้องบริหารจัดการกองทุน รวมถึงประเด็นสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี หรือคนเกษียณแล้ว แต่ได้ทำงานประจำที่ต้องสมัครประกันสังคมด้วย ดังนั้น บอร์ดประกันสังคมจึงมีแนวทางว่าควรจะต้องขยายเพดานอายุผู้สมัครเป็นผู้ประกันตนจาก 60 เป็น 65 ปี
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าวว่า ส่วนเรื่องอายุเกษียณของผู้ประกันตนนั้น ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกองทุน คืออายุ 55 ปี โดยผู้ประกันตนที่มีอายุ 55 ปี แล้วส่งเงินสมทบเข้ากองทุนมากกว่า 180 งวด จะสามารถรับเงินบำนาญชราภาพได้
ฉะนั้น เรื่องการขยายอายุเกษียณจะไม่เกี่ยวกับการขยายอายุผู้สมัครเป็นผู้ประกันตน อย่างไรก็ตาม ในเรื่องอายุเกษียณของผู้ประกันตนนั้น ทางบอร์ด สปส. ทั้งฝ่ายผู้ประกันตนและฝ่ายนายจ้าง มีความเห็นตรงกันคือ ไม่ควรขยายอายุไปมากกว่า 55 ปีแล้ว เนื่องจากผู้ประกันตนที่มีอายุมาก หลายคนก็เฝ้ารอการเกษียณอายุอยู่
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าวต่อว่า อีกทั้งการขยายอายุเกษียณออกไปจะยิ่งทำให้คนไม่อยู่ในกองทุนประกันสังคมมากขึ้น เนื่องจากผู้ประกันตนในช่วงอายุ 55 ปี ซึ่งถือเป็นขาลงของรายได้ บางคนถูกเลิกจ้างตอนอายุ 53-54 ปี เขาก็กัดฟันรอเงินบำนาญตอนอายุ 55 ปี เพื่อให้เขาเลี้ยงชีพได้
แต่อย่างไรก็ตาม บอร์ด สปส.ก็จะต้องหาวิธีจูงใจให้ผู้ที่กำลังจะเกษียณอายุผู้ประกันตนตอนอายุ 55 ปี ให้ยังอยู่ในระบบกองทุนต่อไป เพื่อยืดอายุกองทุนต่อไป เช่น หากผู้ที่เกษียณช้าอาจได้รับสัดส่วนเงินบำนาญเพิ่มขึ้น แต่การเกษียณที่อายุ 55 ปี ก็ยังเป็นหลักการสำคัญอยู่
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าวว่า ส่วนมาตรการอื่น ๆ ในการต่ออายุให้กองทุนประกันสังคมนั้น จริง ๆ มีหลายวิธี เช่น การเพิ่มเงินสมทบเข้ากองทุนในส่วนของรัฐบาลให้มากขึ้น, การเพิ่มอายุของผู้ที่จะสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 และ 39 จากเดิมที่ 60 เป็น 65 ปี
และการบริหารผลตอบแทนการลงทุน ที่ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 3 ต่อปี เทียบง่าย ๆ คือพอร์ตการลงทุน 2 ล้านล้านบาท คิดร้อยละ 3 ก็จะอยู่ที่ 6 หมื่นล้านบาท แต่ถ้าขยับได้เป็นร้อยละ 5 ก็จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมาอีก 4-5 หมื่นล้านบาท ถ้าเราขยับแค่ตัวนี้ได้ อายุกองทุนก็จะขยายออกไปได้อีก 6-7 ปี
“สิ่งสำคัญและด่วนที่สุดของประกันสังคมคือ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกันตน เพราะหากคนไม่เชื่อมั่น ไม่ต้องพูดถึงหลัก 20 ปี พูดถึงแค่ 2-3 ปีจากนี้ ก็จะมีปัญหาได้ถ้าประกันสังคมไม่ได้ดูแลคนได้ดีพอ อย่างที่สัปดาห์ที่ผ่านมาบอร์ด สปส.ได้อนุมัติการเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรจากเดือนละ 800 บาทเป็น 1,000 บาท นี่ก็จะเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นได้โดยไม่กระทบกองทุน” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าว