วันที่ 25 พ.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการ ในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561
ตามที่ได้มีประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการ ในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน ลงวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2560 และประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการ ในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชน เป็นผู้ลงทุน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561 กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก นั้น
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งจะทําให้ กระบวนการร่วมลงทุนกับเอกชน หรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประกอบกับมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 กําหนดให้การดําเนินการใด ๆ ที่คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ได้อนุมัติให้ความเห็นชอบ หรือดําเนินการไปแล้ว ตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2560 เรื่อง การพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ 17 มกราคม พุทธศักราช 2560 และคําสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 28/2560 เรื่อง มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2560 ยังคงมีผลใช้บังคับ ได้ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการนโยบายตามพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 จะได้มีมติให้ยกเลิกหรือกําหนดเป็นอย่างอื่น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 2 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น
ข้อ 13/1 ของประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการ ร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน ลงวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2560
“ข้อ 13/1 ในการคัดเลือกเอกชน ให้คณะกรรมการคัดเลือกและหน่วยงานเจ้าของโครงการ ดําเนินการ ดังต่อไปนี้
(2) ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐซึ่งรัฐบาลต่างประเทศเดียวกันเป็นเจ้าของ ตั้งแต่สองรายขึ้นไป เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในโครงการ หน่วยงานของรัฐแต่ละรายนั้นต้องออกหนังสือรับรองความเป็นอิสระ ในการบริหารจัดการของหน่วยงานของรัฐนั้นเอง นอกจากนี้ คํารับรองดังกล่าวต้องได้รับการยืนยันจาก หน้า 33 เล่ม 135 ตอนพิเศษ 121 ง ราชกิจจานุเบกษา 25 พฤษภาคม 2561 สถานทูตหรือหน่วยงานรัฐบาลของประเทศดังกล่าว รวมทั้งให้การยืนยันว่าการยื่นข้อเสนอของหน่วยงาน ของรัฐแต่ละรายนั้นไม่อยู่ภายใต้การครอบงําหรือควบคุมของรัฐบาลต่างประเทศดังกล่าวหรือหน่วยงาน ของรัฐหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งของต่างประเทศดังกล่าว ในกรณีนี้มิให้ถือว่าหน่วยงานของรัฐซึ่งรัฐบาล ต่างประเทศเดียวกันเป็นเจ้าของและได้ยื่นข้อเสนอในโครงการมีผลประโยชน์ร่วมกันหรือมีส่วนได้เสีย ระหว่างกัน
ในกรณีที่การคัดเลือกเอกชนของโครงการใด มีเพียงหน่วยงานของรัฐซึ่งรัฐบาลต่างประเทศ เดียวกันเป็นเจ้าของ ตั้งแต่สองรายขึ้นไปเป็นผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีเอกชนรายอื่นร่วมยื่นข้อเสนอกับ หน่วยงานของรัฐนั้น หากคณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ อาจรับข้อเสนอของหน่วยงานของรัฐซึ่งรัฐบาลต่างประเทศเดียวกันเป็นเจ้าของนั้นก็ได้
(2) ในกรณีที่โครงการใดมีการจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจสําหรับการดําเนินโครงการหลังจาก คณะกรรมการนโยบายเห็นชอบให้เข้าร่วมลงทุน และหากเป็นกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกเห็นว่า มีความจําเป็นต้องรักษาผลประโยชน์ของรัฐเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากหลักประกันสัญญาที่ออกโดยธนาคาร คณะกรรมการคัดเลือกอาจกําหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดรายหนึ่งหรือหลายรายออกหนังสือค้ําประกันหรือ รับประกันชดใช้ค่าเสียหายจากการไม่ปฏิบัติหน้าที่ของนิติบุคคลเฉพาะกิจดังกล่าวตามสัญญาร่วมลงทุน โดยผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายที่ออกหนังสือดังกล่าวจะต้องร่วมกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม แต่ผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละราย จะรับผิดไม่เกินกว่าจํานวนเงินที่ระบุไว้ในหนังสือนั้น โดยการระบุจํานวนเงินดังกล่าวจะคํานึงถึงจํานวน เงินลงทุนทั้งหมดของโครงการและสัดส่วนการลงทุนในโครงการของผู้ยื่นข้อเสนอที่ออกหนังสือนั้น ทั้งนี้ ให้ใช้ข้อมูลเกี่ยวกับจํานวนเงินลงทุน ณ วันที่ลงนามในสัญญาร่วมลงทุน”
ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก