ปตท.สผ.ย้ำเดินหน้าลุยลงทุนโครงการโมซัมบิก โรวูมาฯ แม้ภาครัฐยกเลิกการให้โควตานำเข้า เตรียมเบนเข็มทำการตลาดในประเทศเอง เจาะกลุ่มอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า SPP ที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ด้านส่วนขยายคลังก๊าซ LNG เพิ่มอีก 7.5 ล้านตัน ที่มาบตาพุด คาดก่อสร้างแล้วเสร็จปี”65
นายพจินต์ อภิวันทนาพร ผู้จัดการฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงความคืบหน้าการลงทุนในโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขนาดใหญ่ ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.ที่ให้บริษัท พีทีทีอีพี โมซัมบิก แอเรีย 1 จำกัด บริษัทในเครือเข้าไปร่วมทุนนั้น คาดว่าเร็ว ๆ นี้ ปตท.สผ.จะสามารถตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายได้ หรือ FID (Final Investment Decision) ภายในปี 2561 นี้แน่นอน ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะใช้เวลาในการก่อสร้างรวม 5-6 ปี และในช่วงเริ่มต้นจะมีการผลิตอยู่ที่ปริมาณ 8 ล้านตัน หลังจากนั้นจึงจะขยายการผลิตให้เต็มศักยภาพของแหล่งที่ประมาณ 12 ล้านตันได้ในอนาคต
ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงพลังงานมีนโยบายเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติ และจะไม่ใช้วิธีให้ ปตท.เข้าทำสัญญาซื้อขายก๊าซ LNG ระยะยาวกับผู้ผลิตต่าง ๆ แล้วนั้น แต่จะเปิดกว้างให้เกิดการแข่งขันในการนำเข้าก๊าซ LNG มากขึ้นนั้น แต่ ปตท.สผ.ก็ยังตัดสินใจที่จะเดินหน้าลงทุนในโครงการโมซัมบิกต่อไป โดย ปตท.จะทำการตลาดพร้อมทั้งหาลูกค้าเอง และกำลังมองไปยังลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) และที่สำคัญ ปตท.เชื่อมั่นว่าความต้องการใช้ก๊าซจะเพิ่มขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการไม่สามารถพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพาขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ได้
“สัญญาเบื้องต้นก็ระบุว่า สามารถนำก๊าซ LNG ไปขายที่ไหนก็ได้ เอาเข้าจริง ๆ การนำเข้าแบบเดิมโดยภาครัฐเป็นผู้ตรวจสอบทั้งหมดนั้น ปตท.ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากส่วนนี้เลย เฉลี่ยราคาที่นำเข้ามาที่ 100 ก็ขายที่ 100 แต่ส่วนที่ ปตท.จะได้คือจากการส่งก๊าซผ่านท่อ ซึ่งก็โดนควบคุมอยู่ที่ 21-22 บาท/ล้านบีทียู บวกกับกำไรเล็กน้อยในการทำการตลาด เรามองว่าขณะนี้รัฐบาลอาจจะกำลังสวิตช์ไปสู่เชื้อเพลิงกลุ่มพลังงานทดแทนมากขึ้น ปตท.ก็มองว่าเมื่อเรานำเข้ามาแล้วก็จะขอทำการตลาดเอง แม้ว่า ปตท.อาจจะค่อนข้างเสี่ยงที่ว่าจะทำกำไรได้มากน้อยแค่ไหน แต่เมื่อมี player มากขึ้น ผู้ซื้อก๊าซอาจจะเอ็นจอยก็ได้”

นายพจินต์กล่าวเพิ่มเติมถึงการพัฒนาคลังก๊าซ LNG ส่วนขยายเพิ่มเติมในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยองว่า ขณะนี้มีศักยภาพรองรับการนำเข้าได้ที่ 10 ล้านตัน โดยขณะนี้กำลังขยายเพิ่มอีก 1.5 ล้านตัน ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2562 รวมถึงขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขยายศักยภาพเพิ่มอีกราว 7.5 ล้านตัน ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2565 ทำให้ศักยภาพการรองรับก๊าซ LNG ได้สูงสุดถึง 19 ล้านตัน โดยศักยภาพที่เพิ่มขึ้นนั้นจะเปิดให้บุคคลที่ 3 เข้ามาทดลองระบบ (third party asset) คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่จะเริ่มนำร่องนำเข้าก๊าซ LNG ภายในช่วงปลายปีนี้
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า สำหรับผู้ร่วมลงทุนในโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน ประกอบไปด้วย บริษัทอนาดาโก้ที่ร้อยละ 26.5 บริษัท มิตซุย อีแอนด์พี โมซัมบิก แอเรีย วัน จำกัด ที่ร้อยละ 20 บริษัท Empresa Nacional de Hidrocarbonetos, EP (ENH) ที่ร้อยละ 15 บริษัท BPRL Ventures Mozambique B.V.(BPRL) ร้อยละ 10 บริษัท ONGC Videsh Limited (OVL) ร้อยละ 10 บริษัท BEAS Rovuma Energy Mozambique Limited (BREML) ร้อยละ 10 และบริษัท พีทีทีอีพี โมซัมบิก แอเรีย 1 จำกัด (พีทีทีอีพี เอ็มแซดเอ 1) ร้อยละ 8.5